ข่าว

"ทรู" แจงปมขบวนการ "ขายคิววัคซีนบางซื่อ" ยันดำเนินคดีจนถึงที่สุด

"ทรู" แจงปมขบวนการ "ขายคิววัคซีนบางซื่อ" ยันดำเนินคดีจนถึงที่สุด

30 ก.ค. 2564

"ทรู" ชี้แจงกรณีขบวนการ "ขายคิววัคซีนบางซื่อ" ไม่เกี่ยวข้องกับ "ระบบ" ของค่ายมือถือ ยันไม่มีการแฮกระบบอย่างที่เป็นข่าว

วันนี้ 30 กรกฎาคม 2564 ค่ายโทรศัพท์มือถือ "ทรู" ได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีขบวนการขายคิววัคซีนบางซื่อ ไม่เกี่ยวข้องกับ "ระบบ" ของค่ายมือถือ ไม่มีการแฮกระบบทรูอย่างที่เป็นข่าว แนะเจ้าหน้าที่ส่วนกลางเพิ่มระบบการให้สิทธิผู้เข้าถึงข้อมูลส่วนกลางให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยเนื้อหาระบุว่า 

 

 

ตามที่ "ทรู" ได้ดำเนินการแจ้งความในวันที่ 27 กรกฎาคม และได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ส่วนกลางให้ตรวจสอบ หลังจากชื่อผู้มาฉีดวัคซีนไม่ตรงกับระบบที่ค่ายมือถือส่งให้ โดยคาดว่ามีการเพิ่มรายชื่อจากระบบส่วนกลาง ซึ่งแยกส่วนจากระบบการจองของค่ายมือถืออย่างชัดเจน แต่ล่าสุดกลับพบว่ามีรายงานข่าวอ้างว่า มีการแฮกระบบของโอเปอเรเตอร์ค่ายมือถือ เพื่อขายคิวจองวัคซีนบางซื่อ รวมทั้งบางรายงานมีการกล่าวถึงว่าเป็นระบบทรู นั้น บริษัทฯขอเรียนชี้แจงว่า "กรณีขบวนการขายคิวจองวัคซีนบางซื่อนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ "ระบบ" การจองฉีดวัคซีนของทรูแต่อย่างใด ไม่มีการแฮกระบบของทรูอย่างที่มีการรายงานข่าวหรือแชร์ข้อมูลส่งต่อทางอินเทอร์เน็ต" 

 

โดยกระบวนการที่เกิดความผิดปกติที่ปรากฏชื่อเพิ่มขึ้นนั้น เกิดขึ้นจากการมีชื่อเพิ่มเติมในระบบส่วนกลางของศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อมูลการลงทะเบียนผ่านค่ายมือถือแต่อย่างใด ซึ่งข้อมูลจากระบบทรูที่ส่งให้กรมการแพทย์รายวันล่วงหน้านั้น ถูกต้องตามโควต้าที่ได้รับ และเป็นการนำส่งข้อมูลทางเมล์ไปให้กรมการแพทย์เป็นผู้ตรวจสอบและนำลงไประบบเอง 

 

สำหรับกรณีนี้ กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนผู้ต้องสงสัยว่ามีการนำข้อมูลเพิ่มเติมเข้าสู่ระบบส่วนกลางได้อย่างไร เพราะจากการตรวจสอบมีรายชื่อถูกเพิ่มเข้าระบบช่วง 4 ทุ่ม ซึ่งนำไปเพิ่มในโควต้าทรู ซึ่งการเข้าถึงข้อมูลผ่านดาต้าเบสนั้น ไม่ได้ผ่านจากการเจาะระบบโอเปอเรเตอร์ จึงต้องมีการทำความเข้าใจให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน และ "ทรู" เป็นผู้ที่พบการผิดปกติหน้างาน เนื่องจาก 1.ไม่มี QR Code เหมือนทุกคนที่จองผ่านทรู และ 2. ตรวจสอบในระบบของทรูอีกครั้งก็ไม่มีรายชื่อ จึงตั้งข้อสังเกตและส่งเรื่องให้ส่วนกลางกรมการแพทย์ตรวจสอบและเข้าแจ้งความ ซึ่งขณะนี้ยังคงอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาผู้กระทำผิดดำเนินคดี 

 

 

ทั้งนี้ การดำเนินการที่ทางค่ายมือถือสนับสนุนกรมการแพทย์นั้น มีทั้งการสนับสนุนพัฒนาระบบการจองผ่านเว็บไซต์และมือถือ การจัดทีมดูแลรับเรื่องการจองคิว การส่ง SMS ยืนยันก่อนวันฉีดวัคซีน รวมทั้งการสนับสนุนว่าจ้างบุคลากรค่ายละ 100 คน เพื่อไปช่วยปฏิบัติงานอำนวยความสะดวกกับผู้เข้ามาฉีดวัคซีนในแต่ละวัน ทรูจึงได้ว่าจ้างจัดหาเจ้าหน้าที่ Outsource เพื่อไปช่วยงานกรมการแพทย์ จำนวน 98 คน ตามที่มีการขอสนับสนุน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 

 

1. การปฏิบัติหน้าที่หน้างานภายนอก 30 คน (จุดรับรายงานตัวจุดที่ 1 ทรูเป็นผู้ดูแล) 

 

และ 2.การปฏิบัติงานภายในส่วนงานของกรมการแพทย์อีก 70 คน ซึ่ง 70 คนนี้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของกรมการแพทย์เอง ซึ่งทรูได้ว่าจ้างและรับผิดชอบค่าใช้จ่าย 100% แต่ไม่ได้บริหารคนกลุ่มนี้ โดยได้ส่งมอบให้กรมการแพทย์ดูแล ตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค.2564 

 

ซึ่งในส่วนของการทำงานของคนที่สามารถลงระบบภายในนั้น กรมการแพทย์จะเป็นผู้กำหนด User name และ Password ให้สำหรับผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ด้านในกับกรมการแพทย์ ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ Outsource ที่ทรูส่งมอบไปแล้ว 

 

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก และเป็นการป้องกันเชิงรุก จึงขอให้กรมการแพทย์เพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบการมอบหมายสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนกลาง รวมทั้งควรมีกระบวนการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ 

 

บริษัทฯ จึงขอเรียนว่า ทุกภาคส่วนมีความตั้งใจจริงที่จะเข้าไปช่วยในภาวะวิกฤตด้วยจิตอาสา และบริษัทได้แจ้งความไปแล้ว และจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ผู้ที่เอาเปรียบสังคม หลอกลวงประชาชนชาวไทยในสถานการณ์วิกฤตินี้ 

 

"ทรู" แจงปมขบวนการ "ขายคิววัคซีนบางซื่อ" ยันดำเนินคดีจนถึงที่สุด