
ทุ่ม8.11แสนล้านขยายรถไฟฟ้ากทม.-ปริมณฑล
รัฐทุ่ม8.11แสนล้านลุยขยายรถไฟฟ้าครอบคลุมพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล 12 เส้นทาง 495 กม. ภายใน 20 ปี พร้อมสั่งโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ ไปถึงสนามบินดอนเมือง
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนแม่บทขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เสนอ ซึ่งเป็นแผนระยะ 20 ปี รวม 12 เส้นทาง เงินลงทุน 8.11 แสนล้านบาท รวมระยะทาง 495 กิโลเมตร โดยจะแบ่งการดำเนินโครงการเป็นระยะ 5 ปี 10 ปี และระยะ 20 ปี สำหรับโครงการระยะ 5 ปีนั้น เป็นโครงการรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้าง และอยู่ระหว่างดำเนินการ
ทั้งนี้ ที่ประชุมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในช่วง 10 ปีแรกให้แล้วเสร็จในปี 2562 จำนวน 7 เส้นทาง คือ 1.สายสีชมพู ช่วงแคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี ระยะทาง 36 กิโลเมตร 2.สายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมฯ ระยะทาง 17.5 กิโลเมตร และช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางกะปิ-มีนบุรี ระยะทาง 20 กิโลเมตร 3.สายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 19.8 กิโลเมตร 4.สายสีเขียว ช่วงสะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 7 กิโลเมตร ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-ยศเส ระยะทาง 1 กิโลเมตร
5.สายสีแดงเข้ม ช่วงหัวลำโพง-บางบอน ระยะทาง 18 กิโลเมตร 6.สายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา ระยะทาง 14 กิโลเมตร และ 7.โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง หรือแอร์พอร์ตเรลลิงกื ช่วงดอนเมือง-บางซื่อ-พญาไท ระยะทาง 21 กิโลเมตร
ส่วนระยะ 20 ปี มีเส้นทางใหม่เพิ่มอีก 2 เส้นทาง คือ สายสีชมพู ช่วงแคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี และสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางกะปิ-มีนบุรี 20 กิโลเมตร และตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมฯ ระยะทาง 17.5 กิโลเมตร นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติให้ขยายโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ไปถึงสนามบินดอนเมือง เพื่อจะได้พิจารณาใช้ประโยชน์เป็นอีกสนามบินหนึ่ง และยกการก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงบริเวณทิศใต้ของสนามบินดอนเมือง เพื่อไปใช้ที่บริเวณคูคตแทน
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อแก้ไขปัญหาการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสายสีเขียว ตามแผนเดิมจะก่อสร้างเส้นทางจากสนามกีฬา-ยศเส-พรานนก ลงทุนโดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) แต่ตามแผนใหม่ช่วงพรานนกกลับไปอยู่ในสายส้ม จึงมีปัญหาว่าใครจะเป็นผู้ดูแล กทม. หรือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยให้เวลาศึกษาใน 1 เดือน ขณะเดียวกันได้อนุมัติให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถทำโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรอง ในเส้นทางที่ไม่ซ้ำซ้อนกับแผนแม่บท และมีผู้ใช้บริการในปีที่เปิดดำเนินการต่ำกว่า 8,000 คนต่อชั่วโมง
ทั้งนี้ สนข.รายงานว่า ขณะนี้รถไฟสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ระยะทาง 23 กิโลเมตร อยู่ระหว่างก่อสร้างจะเปิดให้บริการได้สิ้นเดือนสิงหาคม 2557 ส่วนสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 27 กิโลเมตร อยู่ระหว่างยื่นซองประกวดราคา คาดว่าเปิดให้บริการได้เดือนกุมภาพันธ์ 2559 ขณะที่สายสีเขียวเข้ม ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 12 กิโลเมตร อยู่ระหว่าง รฟม.จัดจ้างที่ปรึกษาวิเคราะห์ คาดเปิดบริการได้เดือนเมษายน 2558 สายสีเขียวอ่อน แบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 13 กิโลเมตร อยู่ระหว่าง รฟม.จัดจ้างที่ปรึกษา คาดว่าเปิดบริการได้เดือนเมษายน 2558
กทม.ขอคจร.ทำรถไฟฟ้าสายสีส้มตลิ่งชัน-มีนบุรี
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังร่วมประชุม คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก(คจร.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมมีการพิจารณาอำนาจหน้าที่ในการรับผิดชอบโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน โดยมีการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.)เข้าร่วมประชุม ว่า ในที่ประชุมมีการพิจารณา แผนแม่บทในช่วง 10-20 ปี โดย กทม.ได้มีการตั้งข้อสังเกต ในส่วนที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ที่พิจารณาว่าเส้นทางสายสีเขียวส่วนต่อขยาย สนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนก ระยะทาง 7.7 ก.ม.ทับซ้อนกับเส้นทางสายสีส้ม จากตลิ่งชัน – มีนบุรี ระยะทาง 37.5 กิโลเมตร ตนจึงได้เสนอว่าหากมีการยกเลิกสายสีเขียว เส้นทางดังกล่าว กทม.จะขอดำเนินการสายสีส้มแทน
นอกจากนี้ในส่วนของโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียว จากหมอชิต – สะพานใหม่ นั้น กทม.ขอยืนมติเดิมของคณะรัฐมนตรีปี 2551 ที่มอบหมายให้ กทม.เป็นผู้ดำเนินการในส่วนของการออกแบบ การวางราง การติดตั้งอาณัติสัญญาณและระบบเชื่อมต่อ ส่วนรฟม.จะเป็นผู้ดำเนินการด้านงานโยธา ซึ่งหากมีการดำเนินการก็ต้องมีการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาและสรุปแนวทางการดำเนินการ โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยจะใช้เวลาในการพิจารณา 1 เดือน
นายธีระชน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมได้มีมติให้ท้องถิ่นสามารถสร้างระบบรอง ทั้งโมโนเรลและไลท์เรล ได้แต่ไม่ให้ทับซ้อนแผนแม่บทระยะยาว 20 ปี ซึ่งตนแจ้งที่ประชุมว่า กทม.มีแผนที่จะดำเนินการในส่วนของระบบรองคือ โมโนเรล 2 สาย จากแผนระยะยาว 8 สาย คือ โมโนเรลสายสีเทาคือเส้นทาง ยมราช-กทม.2 และสายสีฟ้า เอกมัย-ซ.ทองหล่อ-ม.ราม 2 โดยทางนายกรัฐมนตรีก็อนุมัติให้ กทม.ดำเนินการได้เพราะไม่เป็นการทับซ้อนกับแผนแม่บท 10 ปีแรกแต่อย่างใด ดังนั้น กทม.ก็สามารถดำเนินการในส่วนนี้ได้ทันที



