
อธิบดีกรมการแพทย์ "ขอโทษประชาชน" ที่เกิดความแออัดใน"ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ" พร้อมเปิดแนวทางเปิดลดความแออัด
อธิบดีกรมการแพทย์"ขอโทษประชาชน" ที่เกิดภาพความแออัดภายใน"ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ"พร้อมเปิดแนวทางการลดความแออัดหลังจากนี้เพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้รับความสะดวก
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวในการแถลงข่าวการบริหารจัดการวัคซีน ในกรุงเทพและปริมณฑล ว่า ต้องกราบขออภัยพี่น้องประชาชนในสองเรื่องที่ทำให้ประชาชนไม่สบายใจ คือเรื่องของความแออัดในการให้บริการในศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อที่ทำการเปิดwalk-in ให้กับผู้สูงอายุและกลุ่มคนน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัมและหญิงตั้งครรภ์เกิน 12สัปดาห์ ทำให้ไม่สามารถจัดสรรเวลาที่แน่นอนได้ ในวันนี้ได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว
และในเรื่องของการเปิดรับลงทะเบียนรับบริการวัคซีนที่มีการเปิดรับเป็นวันแรก โดยกำหนดการเดิมมีกำหนดการเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 09:00 น. ต้องขออภัยที่มีการเลื่อนเวลาเป็น 11:00 น. ในการให้ลงทะเบียนผ่านโอเปอเรเตอร์ทั้งสี่ค่ายมือถือ ต้องกราบขออภัยในความไม่สะดวกตรงนี้
และจะพยายามดูแลในเรื่องของการฉีดวัคซีนให้ดีที่สุด
ทั้งนี้ไทม์ไลน์การให้บริการฉีดวัคซีนของศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เริ่มฉีดวันแรก 7 มิ.ย 64 โดยเป็นการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ และได้ทำการฉีดครบ 1ล้านโดสไปแล้วเมื่อวันที่ 27 ก.ค ที่ผ่านมา และได้ทำการเปิดOn - site ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปในวันที่ 5 ก.ค 64 ซึ่งพบว่ามีผู้มาใช้บริการเป็นจำนวนมากซึ่งทำให้เกิดการแออัดในการใช้บริการ
จึงได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นWalk-in สำหรับผู้มีอายุ 75 ปีขึ้นไปในวันที่ 12 ก.ค 64 ซึ่งสามารถทำให้มีการจัดสรรระบบไม่ให้แออัดได้ หลังจากที่มีการฉีดกลุ่มอายุ 75 ปีขึ้นไปครอบคลุมมากขึ้นจึงได้ทำการดำเนินการเปิดบริการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไปและบุคคลที่มีน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัมขึ้นไปให้สามารถWalk -in เข้ามาฉีดได้ จึงทำให้มีภาพของการความแออัดในช่วง3-4วัน ที่ผ่านมาซึ่งทางหน่วยงานได้พยายามปรับจุดมาร์คและปรับเปลี่ยนวิธีการแต่ยังไม่ได้ผลเนื่องจากมีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก จึงได้มีการขอความร่วมมือผู้ที่มีน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัมให้มารับบริการในช่วงบ่ายแทน
ดังนั้นเพื่อให้การบริการมีระบบไม่มีการออนไซด์จึงได้ปรับเปลี่ยนการให้บริการลงทะเบียนโดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนโดยจะเน้นให้บริการในกลุ่ม 60 ปีขึ้นไปมากที่สุดรองลงมาคือกลุ่ม 18 ถึง 60 ปีโดยมีการเปลี่ยน ระบบการในช่วงเช้าของวันนี้ และได้ทำการตกลงกับ 4 ค่ายมือถือเรียบร้อยแล้วเนื่องจากหากมีลงทะเบียนจะสามารถกำหนดการนัดหมายเวลาได้ลดการแออัดได้
ศูนย์บริการฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ แต่เดิมตั้งขึ้นเพื่อเป็นจุดเก็บตกสำหรับให้บริการผู้ที่มีภูมิลำเนาในเขตกรุงเทพ , ผู้ที่ทำงานในกรุงเทพที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ต่างจังหวัด, ผู้สูงอายุในกรุงเทพมและปริมณฑลมีภูมิลำเนาชัดเจน, ผู้ไร้บ้าน, ชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย
ส่วนเรื่องการลดความแออัดของศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ได้ดำเนินการปรับระบบให้บริการฉีดวัคซีนโดย เปิดประตูศูนย์เร็วขึ้น,ให้ผู้มารับบริการregisterโดยไม่วัดความดัน, จัดระบบการเข้าแถวให้ไปในทิศทางเดียวกันไม่ให้หางแถวแต่ละประตูชนกัน, ย้ายที่จอดรถมอเตอร์ไซด์(ประตูสี่)และรถสุขาออกจากพื้นที่เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้รับบริการ, ประสานการระบายผู้รับบริการทุกประตูในภาพรวมไม่แยกบริหารจัดการ, มอบหมายผู้รับผิดชอบในแต่ละประตูอย่างชัดเจน,เน้นให้ยืนบนสติกเกอร์ 2400จุด
อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวด้วยว่า การฉีดวัคซีนเป็น 1ใน 5 องค์ประกอบในการนำไปสู่ปัจจัยความสำเร็จในการควบคุมและกำจัด โควิด-19 ขอเน้นย้ำว่าขณะนี้เตียงในระบบทั้งภาครัฐและเอกชนกรุงเทพฯและปริมณฑลล้นแล้ว ขอโทษประชาชนที่ไม่ได้รับความสะดวกแต่อยากให้ทำความเข้าใจซึ่งกันและกันและล็อกดาวน์ครั้งนี้ไม่ค่อยเหมือนล็อกดาวน์การจราจรยังคงมีความหนาแน่นอยากขอความร่วมมือประชาชนในการลดการออกจากบ้าน



