
"บิ๊กจา"ฟันธง อิเหนาเจ้าทอง ซีเกมส์หนหน้า
"บิ๊กจา" พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ ฟันธงซีเกมส์หนหน้า ที่อินโดนีเซีย ปี 2553 เจ้าภาพฟันเจ้าเหรียญทองแน่ ชี้จากการจัดแข่งถึง 4 เมืองทำให้คู่แข่งดูแลนักกีฬายาก แถมเล่ห์เหลี่ยมของ "อิเหนา" ขึ้นชื่ออยู่แล้ว แต่ไทยก็จะสู้เต็มที่ ย้ำไม่ส่งกีฬาแปลกๆ ร่วมแข่งแน่
พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แม้ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2 ครั้งที่ผ่านมา คือ ซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่จ.นครราชสีมา เมื่อปี 2550 กับซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เมื่อปีที่แล้ว ทีมนักกีฬาของไทยจะได้ครองเจ้าเหรียญทอง แต่ก็ถือว่ายังมีอีกหลายอย่างที่เป็นจุดอ่อนและต้องเร่งปรับปรุงแก้ไขโดยด่วน โดยเฉพาะซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย จะเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 11-25 พฤศจิกายน 2554 เชื่อว่าอินโดนีเซียจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อกลับมาครองเจ้าเหรียญทองให้ได้อีกสมัยอย่างแน่นอน
เลขาธิการโอลิมปิกไทย กล่าวต่อไปว่า หลายปีที่ผ่านมาอินโดนีเซีย ต้องเผชิญปัญหาทางด้านเศรษฐกิจอย่างหนัก ทำให้ส่งผลกระทบต่อวงการกีฬาไปด้วย จากที่เคยเป็นมหาอำนาจ ได้ครองเจ้าซีเกมส์มาตลอด แต่ก็ต้องตกลงไป แต่ตอนนี้เริ่มฟื้นตัวแล้ว และมีโอกาสสูงมากที่จะทวงบัลลังก์เจ้าซีเกมส์กลับมาได้ในซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่สำคัญชาติเจ้าภาพมักจะได้เป็นเจ้าเหรียญทองซีเกมส์อยู่เสมอ ไล่ตั้งแต่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย ยกเว้นจะไปแข่งขันในชาติเป็นกลางที่มีการบรรจุชนิดกีฬาเข้าไปไม่มากเท่านั้น
“ส่วนตัวผมเชื่อว่าอินโดนีเซีย จะได้เป็นแชมป์ซีเกมส์สมัยหน้าแน่นอน เพราะการที่แยกจัด 4 เมืองนั้น ก็บ่งบอกอะไรได้เป็นอย่างดีแล้ว ขนาดเวียดนาม จัด 2 เมือง ยังได้เป็นเจ้าซีเกมส์ แล้วนี่แยกจัดถึง 4 เมือง ใครจะไปติดตามดูนักกีฬาได้ครบ นอกจากนี้เรื่องของยุทธวิธีตลอดจนเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ ที่อินโดนีเซียขึ้นชื่อลือชาในเรื่องนี้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่ว่าเราจะยอมแพ้เลยทีเดียว เพราะไทยเองเมื่อทราบจุดแข็งของเจ้าภาพแล้ว ก็ต้องกลับมากำหนดยุทธศาสตร์ พร้อมทั้งวางแผนเตรียมนักกีฬาของตัวเองให้ดีที่สุด ทั้งนี้ ในส่วนของกีฬาพื้นบ้านแปลกๆ ใหม่ๆ เราก็คงจะไม่ส่งเข้าร่วมแข่งขันแน่นอนเพราะว่าไม่มีสมาคมกีฬารองรับ จึงไม่มีนักกีฬาที่จะส่งไปร่วมชิงชัย” บิ๊กจา กล่าว
สำหรับซีเกมส์ครั้งนี้ อินโดนีเซีย กำหนดแยกจัด 4 เมือง คือ เมืองหลัก 2 แห่ง ได้แก่ เมืองบังดุง กับ เมืองเซมารัง ส่วนอีก 2 เมือง ที่จะเข้าร่วมด้วยนั้นน่าจะเป็นกรุงจาการ์ตา กับ เกาะสุมาตรา โดยเบื้องต้น เจ้าภาพจะจัดชิงชัยทั้งสิ้น 37 ชนิดกีฬา คือ กรีฑา กีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำ กระโดดน้ำ โปโลน้ำ ระบำใต้น้ำ) ยิงธนู แบดมินตัน เบสบอล บาสเกตบอล บิลเลียด-สนุกเกอร์ โบว์ลิ่ง มวยสากล แคนู-คยัค ปันจักสีลัต ขี่ม้าโปโล ฟันดาบ ฟุตบอลและฟุตซอล ยิมนาสติก ยูโด คาราเต้ เรือพาย เรือใบ ตะกร้อ ยิงปืน ซอฟท์บอล เทเบิลเทนนิส เทนนิส เทควันโด วอลเลย์บอลในร่มและชายหาด ยกน้ำหนัก มวยปล้ำ วูซู มวย เคมโป, หมากรุก เรือประเพณี สกีน้ำ ปีนหน้าผา โรลเลอร์สเกต และเพาเวอร์ลิฟติ้ง (ยกของแบบใช้กำลัง) และคาดว่าจะมีการชิงชัยไม่ต่ำกว่า 400 เหรียญทองอย่างแน่นอน



