
"ฟ้าทะลายโจร" สุดฮอต มูลค่าการบริโภคในประเทศพุ่งกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท
กระแสสมุนไพร "ฟ้าทะลายโจร" เติบโตอย่างต่อเนื่อง พบความต้องการและมูลค่าการบริโภคภายในประเทศ ขณะนี้สูงถึงกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท
เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงศึกษาธิการ จัดวิชาเลือกเสรี "ฟ้าทะลายโจร" เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจแก่นักศึกษา กศน. พร้อมนำร่องปลูกฟ้าทะลายโจร ในโครงการ "ล้านเมล็ดพันธุ์สู้ภัยโควิด-19" เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ พร้อมคู่มือการปลูกแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ และจัดส่งให้กับสำนักงาน กศน.ทั่วประเทศ
ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร รองผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านการแพทย์และสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้สถานการณ์ความต้องการและมูลค่าการบริโภคภายในประเทศ สูงถึงกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มการใช้สมุนไพรเป็นบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อการแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาล ก็มีมูลค่าที่สูงเช่นกัน เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ยาสมุนไพรดูแลสุขภาพของประชาชนมากขึ้น
โดยในส่วนของสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ซึ่งได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากใช้ในทางการแพทย์แล้ว ยังมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และเป็นอาชีพทางเลือกใหม่ สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หรือการต่อยอดจากอาชีพเดิมที่มีอยู่
บทบาทของ กศน. กับการต่อยอดฟ้าทะลายโจร สามารถส่งเสริมการเรียนรู้ตามอัธยาศัยให้กับประชาชนและนักศึกษาในรูปแบบเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผ่านบทเรียนที่มีเนื้อหาและองค์ความรู้เกี่ยวกับฟ้าทะลายโจรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูก การผลิต และการจำหน่าย เป็นต้น
แต่สิ่งสำคัญในการใช้ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาโรค จะต้องมีการศึกษาและปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่องบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2564 อย่างถูกต้อง โดยคำนึงถึงสรรพคุณและวิธีการใช้ตามแต่ละอาการอย่างถูกต้อง อีกทั้งปฏิบัติตามคำเตือนในการใช้เป็นยาอย่างเคร่งครัด เพื่อลดผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น
รวมไปถึงการศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เรียนรู้การใช้ แหล่งเรียนรู้ที่น่าเชื่อถือ และเส้นทางการประกอบอาชีพปลูกฟ้าทะลายโจร เป็นโอกาสและทางเลือกอาชีพใหม่ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ท้ายสุดจะต้องผลักดันให้ฟ้าทะลายโจร เป็นพืชสมุนไพรที่มีการใช้ในทุกครัวเรือน เพื่อการพัฒนาจะได้ไม่หยุดอยู่เพียงแค่ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เท่านั้น
ที่มา : ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ศธ.



