ข่าว

เช็คลิสต์ "กรุงเทพฯ" เหมือนและต่าง เจิ้งโจว ยังเอาไม่อยู่ วิกฤติอภิมหาน้ำท่วม

เช็คลิสต์ "กรุงเทพฯ" เหมือนและต่าง เจิ้งโจว ยังเอาไม่อยู่ วิกฤติอภิมหาน้ำท่วม
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

จาก รศ.ดร.เสรี ถึง ศ.ดร.สุชัชวีร์ ไม่ควรมองข้ามวิกฤติอภิมหาน้ำท่วม เช็คลิสต์ "กรุงเทพฯ" เหมือนและต่าง เจิ้งโจวยังเอาไม่อยู่ พร้อมแค่ไหน 5 แนวทางป้องกันน้ำท่วมรอระบาย

ภายหลัง รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ออกมาเตือน ลานีญา แผลงฤทธิ์ปลายปี ผวา ฝนพันปี ถล่ม "กรุงเทพฯ" ซ้ำรอย ยุโรป - เจิ้งโจว พร้อมตั้งคำถาม แผนรับมือ ชี้ การประเมินความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญ "กรุงเทพฯ" รอดมั้ย ฝนพันปีถล่มเหมือนเจิ้งโจวจะเกิดอะไรขึ้น ขณะที่ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนดมาตรการเตรียมการป้องกันผลกระทบน้ำท่วม โดยได้บูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องโดยเฉพาะจุดรอยต่อ และจุดเสี่ยงได้รับผลกระทบต่าง ๆ เพื่อทำงานเชิงป้องกันล่วงหน้ารองรับสถานการณ์ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายสำหรับพื้นที่เปราะบางในเขตกรุงเทพฯ

 

กรุงเทพฯ, เจิ้งโจว, น้ำท่วม, ฝนพันปี

 

 

กรุงเทพฯ, เจิ้งโจว, น้ำท่วม, ฝนพันปี

 

กรุงเทพฯ, เจิ้งโจว, น้ำท่วม, ฝนพันปี

 

เปิด 5 แนวทางหลัก ป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย "กรุงเทพฯ" เอาอยู่มั้ย

  1. ปรับปรุงเพิ่มระบบระบายน้ำ เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ของเมือง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ การก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ การจัดหาพื้นที่หน่วงน้ำ (แก้มลิง) การเพิ่มประสิทธิภาพท่อระบายน้ำ รวมถึงการใช้ระบบตรวจวัดข้อมูลอัตโนมัติเพื่อช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำ
  2. การล้างท่อระบายน้ำ สิ่งกีดขวางทางน้ำ ขุดลอกคลอง และบำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำสถานีสูบน้ำ และจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำชนิดเคลื่อนที่
  3. การวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาหากมีเหตุไฟฟ้าขัดข้อง จะมีหน่วยงานเร่งด่วนที่สามารถเข้าแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ทันที
  4. การจัดตั้งคณะทำงานเพื่อประสานงานแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีกองบังคับการตำรวจจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นศูนย์กลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประสานงานและแก้ไขปัญหา
  5. การจัดทำแผนเผชิญเหตุน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างเกินศักยภาพระบบระบายน้ำ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในช่วงฤดูฝนนี้

 

ล่าสุด ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร และอธิบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โพสต์เฟซบุ๊ก สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ Suchatvee Suwansawat ตั้งคำถาม น้ำท่วม เจิ้งโจว กับ "กรุงเทพฯ" ความเหมือนและความต่าง ที่คนไทยไม่ควรมองข้าม ? ระบุ ฝนตกหนักในประเทศจีน ส่งผลให้เมืองเจิ้งโจว เมืองหลักของมลฑลเหอหนาน น้ำท่วมจมมิด มีผู้เสียชีวิต ผู้อพยพไร้บ้านเรือนนับแสน และสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างประเมินค่ามิได้

น้ำท่วมในรอบสิบปีที่ผ่านมา มักมาแบบไม่ตั้งตัว หรือตั้งตัวไม่ทัน หรือตั้งตัวแล้วก็ไม่พอ ซึ่งเกิดขึ้นได้แม้กับประเทศมหาอำนาจทางเทคโนโลยี และเศรษฐกิจ ไม่เว้นทั้ง อเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น และล่าสุด จีน ! แล้วประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เรามีความพร้อมแค่ไหน ?

ลองมาดู ความเหมือน และ ความต่าง ระหว่าง กรุงเทพฯ และ เจิ้งโจว ทั้งสองเมือง เป็นข้อมูลที่อาจทำให้เรานั่งไม่ติด ต้องรีบคิดวางแผน ออกแบบอนาคตของเมืองหลวง

 

ความเหมือน...

  1. กรุงเทพฯ และ เจิ้งโจว ทั้งสองเมือง มีภูมิประเทศเป็นที่ “ลุ่มต่ำและมีแม่น้ำผ่าน” โดย กรุงเทพฯ อยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และ เจิ้งโจว อยู่ในลุ่มแม่น้ำเหลือง ดังนั้น จึงเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ทั้งจากน้ำฝน และน้ำหลาก !
  2. กรุงเทพฯ และ เจิ้งโจว ทั้งสองเมือง เป็นมหานครขนาดใหญ่ มีพลเมืองเกิน 10 ล้านคน จึงมีความหนาแน่นของอาคารพาณิชย์ บ้านพักอาศัย ถนนคอนกรีต เพราะมีการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว ดังนั้น จึงมีพื้นที่ซับน้ำ หรือรองรับน้ำจำกัด
  3. กรุงเทพฯ และ เจิ้งโจว ทั้งสองเมือง มีภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล และยังพยากรณ์สภาพอากาศได้ยาก เหตุจากทั้งภาวะโลกร้อน และทั้งจากการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรวดเร็ว
  4. กรุงเทพฯ และ เจิ้งโจว มีเครือข่ายระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้าใต้ดิน เช่นกัน และยังมีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง

 

 

ความต่าง...

  1. กรุงเทพฯ มีอัตราการทรุดตัวของพื้นดิน ในอัตราที่สูงกว่า เจิ้งโจว ปัจจุบันจึงอยู่ในระดับต่ำกว่าแม่น้ำเจ้าพระยา และยังมีการทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง การระบายน้ำจึงทำได้ยากกว่า
  2. กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนพลเมือง น้อยกว่า เจิ้งโจว และยังมีพื้นที่ซับน้ำโดยธรรมชาติน้อยกว่า เจิ้งโจว มาก
  3. เจิ้งโจว อยู่ในลุ่มแม่น้ำเหลือง หรือแม่น้ำวิปโยค ซึ่งมีประวัติน้ำท่วมในอดีตโหดร้ายกว่าลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามาก
  4. เจิ้งโจว และมณฑลเหอหนานได้ทำโครงการ “เมืองซับน้ำ” หรือ Sponge City มาตั้งแต่ยุคท่านหูจิ่นเตา ประธานาธิบดีสายวิศวกรโยธาแหล่งน้ำ เพื่อรองรับ ซับน้ำ หากมีฝนตกหนัก น้ำหลาก แต่ยังเอาไม่อยู่ ขณะที่ กรุงเทพฯ ยังไม่ได้วางอนาคตเมืองรับน้ำอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน
  5. เจิ้งโจว และมณฑลเหอหนาน มีการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมจำนวนมาก และยังก่อสร้างมาถึงปัจจุบัน เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำ ขณะที่ ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและเครือข่าย ก่อนถึง กรุงเทพฯ มีเพียงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เท่านั้นที่ได้ก่อสร้างล่าสุด เมื่อเกือบสามสิบปีที่แล้ว และยังไม่เห็นแนวโน้มที่ไทยจะสร้างเขื่อนในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

 

พูดให้เข้าใจง่าย ขนาดเมืองที่มีการเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่อง เรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำหลาก อย่างเมืองเจิ้งโจว ยังต้านทานไม่ได้ แล้ว "กรุงเทพฯ" ถึงแม้จะอยู่ในลุ่มน้ำที่มีประวัติความรุนแรงน้อยกว่า แต่ก็ไม่อาจแน่ใจว่าความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้น ดังที่เกิดขึ้นแล้วทั่วโลก ขณะที่ความพร้อมในการรับสถานการณ์ยังเป็นคำถาม

"ความรู้ ความเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง ทำให้คนไทยอยู่อย่างไม่ประมาท และเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติอภิมหาน้ำท่วม ที่ไม่มีใครกล้าที่จะบอกได้ว่า ธรรมชาติจะจัดหนักกับมนุษย์เมื่อไหร่ !!!" ศ.ดร.สุชัชวีร์ ทิ้งท้าย

 

logoline