
"ข่าวปลอม" ห้ามส่งสินค้าเข้าเมืองภูเก็ต ตร.เตือนบิดเบือนข่าว โทษจำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสน
รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณี 3 "ข่าวปลอม" เช่น ห้ามส่งสินค้าเข้าเมืองภูเก็ต หลังตรวจสอบแล้วไม่จริง ย้ำคนบิดเบือนข่าวมีโทษถึงจำคุก 5 ปี
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวชี้แจงกรณีข่าวปลอม(Fake News) จำนวน 3 กรณี ที่มีผู้ไม่หวังดีบิดเบือนข้อมูลข่าวสารลงในสื่อสังคมออนไลน์ ประกอบด้วย
1. กรณีการแชร์ภาพผู้เสียชีวิต ถูกห่อไว้จำนวนมาก และกล่าวว่าเป็นเหตุที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้นทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวไม่ได้เป็นภาพเหตุการณ์ในประเทศไทย
โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้ตรวจสอบพบว่า ภาพในข่าวที่ถูกแชร์ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เมืองเมียวดี รัฐคะหยิ่ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ซึ่งมีประชาชนจำนวน 22 ราย เสียชีวิตจากโควิด-19
2. กรณีการเผยแพร่ข้อมูลที่ระบุว่าประเทศไทยเตรียมถอนตัวจากสมาชิก IUCN และถอนยื่นขอมรดกโลกแก่งกระจานนั้น ทางสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้แจงว่า
ประเทศไทย โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังคงเป็นสมาชิกของ IUCN และยังคงพร้อมให้ความร่วมมือกับการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของ IUCN และทุกองค์กรด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิก
เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยให้คงความอุดมสมบูรณ์ และเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างยั่งยืนสืบไป รวมถึงยังไม่มีการประกาศถอนการเสนอป่าแก่งกระจานขึ้นเป็นมรดกโลก
ทั้งนี้ คณะกรรมการมรดกโลก มีกำหนดจะพิจารณาวาระของประเทศไทยในการเสนอป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกในวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564 นี้
3.กรณีการนำเสนอภาพที่มีเนื้อหาขอความร่วมมือ ถึงผู้ประกอบการทั่วประเทศ ให้งดส่งสินค้าทุกประเภทเข้าจังหวัดภูเก็ต ซึ่งกล่าวว่าเป็นมติคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตครั้งที่ 43/2564 นั้น ทางสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ได้ตรวจสอบและชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า ตามมติที่ประชุมไม่มีการกำหนด เรื่องงดส่งสินค้าทุกประเภทเข้าจังหวัดภูเก็ตแต่อย่างใด
ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนก
ซึ่งการกระทำของผู้เผยแพร่ข่าวปลอม อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป
ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่
- เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com
- เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER
- ทวิตเตอร์ @AFNCThailand
- ไลน์ @antifakenewscenter
- ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87



