ข่าว

"สัณฐาน"เต้นสั่งล่ามือปาบึ้มคลองเตย

"สัณฐาน"เต้นสั่งล่ามือปาบึ้มคลองเตย

08 ก.พ. 2553

"สัณฐาน" เรียกถกคลี่คลายคดีคนร้ายปาบึ้มตลาดคลองเตย จี้เร่งล่ามือปาระเบิด ออกหมายจับแล้ว 1 คน เพิ่มกำลัง 1 กองร้อยดูแลคลองเตย ขณะที่ "ลีเกิ้ล" แฉภาพวงจรปิดพบชายฉกรรจ์ขว้างวัตถุต้องสงสัยใส่แผงผู้ค้า

ความคืบหน้าการติดตามคนร้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตลาด 3 โต้รุ่ง คลองเตย ถนนสุนทรโกษา แขวงและเขตคลองเตย กทม. จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดคดี ที่ห้องประชุมชั้น 2 สน.ท่าเรือ ได้แก่ พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.อ.ธนิต เหรียญเจริญ ผกก.สน.ท่าเรือ ที่ประชุมได้นำเอกสารเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในตลาดคลองเตย แผนที่ผังตลาด และภาพถ่ายคนร้ายที่ตำรวจถ่ายรูปไว้ได้ มาใช้ประกอบการประชุมอย่างเคร่งเครียด ประมาณ 2 ชั่วโมง

 พล.ต.ท.สัณฐานกล่าวหลังการประชุมว่า กลุ่มที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดิม ระหว่างบริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นแนล จำกัด ที่ได้รับสัมปทานตลาดคลองเตย และกลุ่มผู้ค้าตลาดคลองเตยเก่า ซึ่งปัญหาความบาดหมางสงบมานานพอสมควร แต่เหตุการณ์มาปะทุอีกครั้งหนึ่ง เมื่อกลุ่มผู้ค้าที่ไปอยู่กับบริษัทลีเกิ้ลฯ บางส่วนและกลุ่มผู้ค้าเดิมทะเลาะแย่งแผงค้ากันอีก เหตุเกิดระหว่างทางเดินตลาดคลองเตย 3 กับตลาดคลองเตย 4 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ จนเหตุการณ์บานปลาย มีคนร้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มผู้ค้าที่ไปอยู่กับบริษัทลีเกิ้ลฯ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 คน สาหัส 1 คน

 "หลังก่อเหตุคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น สวมเสื้อคลุมสีดำ วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนหลบหนีไป ตำรวจที่รักษาการณ์อยู่ในตลาดบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด แม้กระทั่งคนแปลกหน้าที่เข้าไปในตลาด ซึ่งเราได้รวบรวมพยานหลักฐานและสอบพยานบุคคล สามารถออกหมายจับได้  1 คน จากผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 4 คน และหลังเกิดเหตุได้เพิ่มกำลังเป็น 1 กองร้อย เพื่อดูแลความเรียบร้อย" พล.ต.ท.สัณฐานกล่าว

 พล.ต.ท.สัณฐานกล่าวอย่างดุดันอีกว่า ฝากถึงผู้ที่ก่อเหตุและชอบใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หรือใครก็แล้วแต่ที่อยู่เบื้องหลัง เราจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องการให้ทั้งสองฝ่ายเจรจากันมากกว่าใช้ความรุนแรง ที่ผ่านมาตำรวจทำคดีที่เกิดความขัดแย้งกันทั้งสองฝ่าย มีทั้งหมด 124 คดี อยู่ในชั้นศาล 14 คดี ชั้นอัยการ 75 คดี อยู่ระหว่างการทำคดีของตำรวจ 31 คดี และเสร็จสิ้นศาลตัดสินไปแล้ว 4 คดี

 พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5 กล่าวถึงเรื่องการติดตามคนร้ายว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ใกล้เคียง และสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ ขณะนี้สอบไปได้ 10 กว่าปากแล้ว รวมถึงคนเจ็บ ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดวี 40 หรือระเบิดมะนาว มีอานุภาพทำลายล้างรัศมี 6 เมตร ซึ่งคนที่เจ็บหนักคือคนที่ระเบิดขว้างลงใส่แผงพอดี

 ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานบริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นแนล จำกัด เปิดแถลงข่าวว่า สาเหตุน่าจะมาจาก 2 กรณี คือ นางจันจิรา ณ นคร แม่ค้าขายเส้นก๋วยเตี๋ยว ซึ่งได้ทำสัญญากับบริษัทลีเกิ้ลฯ ร่วมกับผู้ค้าตลาดคลองเตย 2 ที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน 79 จำกัด ได้ยื่นหนังสือเข้าร้องเรียนมาที่สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์ พื้นที่ 2 เรื่องสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ บริหารไม่โปร่งใส เนื่องจากสมาชิกของสหกรณ์ซึ่งเป็นสมาชิกของตลาดทั้งหมดเป็นสมาชิกกว่า 20 ปี แต่ไม่เคยได้รับเงินปันผลเลย

 ส่วนประเด็นต่อมา ก็คือนางพนิดา ณ นคร แม่ค้าขายเส้นก๋วยเตี๋ยว น้องสาวของนางจันจิรา ซึ่งได้ทำสัญญากับทางบริษัทเรียบร้อยแล้ว แต่กำลังรอแผงค้าจากกลุ่มแม่ค้าเก่าที่ไม่ยอมย้ายออกจนมีปากเสียงกันได้ประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว โดยนางพนิดาถือว่าเป็นแกนนำลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อให้ได้ที่ค้าขายหลังจากที่ทำสัญญา ที่ผ่านมานางจันจิรา หลังจากเป็นแกนนำร้องเรียนได้ถูกข่มขู่มาโดยตลอดจนกระทั่งถูกขว้างระเบิดใส่แผงค้าเมื่อคืนที่ผ่านมา

 ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพร้อมทั้งพยานที่เกิดเหตุ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุประมาณ 5 นาที มีชายต้องสงสัยจำนวน 4 คนเข้ามาในตลาดคลองเตย 2 โดยมีชายคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีดำทำท่าทางเหมือนกำลังจะควักอะไรออกจากกระเป๋าเสื้อคลุม ซึ่งมีลักษณะคล้ายวัตถุระเบิด และขว้างใส่แผงผู้ค้าตลาดคลองเตย 3 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยเชื่อว่ากลุ่มคนดังกล่าวน่าจะถูกบรรดาแม่ค้าที่มีปัญหากับบริษัทลีเกิ้ลฯ ว่าจ้างมาลงมือในครั้งนี้ ซึ่งหลักฐานภาพถ่ายได้ส่งให้เจ้าหน้าที่รวมทั้งพยานที่เห็นเหตุการณ์ เชื่อว่าตำรวจน่าจะรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับได้

 สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 6 คน เบื้องต้นกลับบ้านได้แล้ว 4 คน ส่วนอีก 2 คน ยังนอนรักษาตัวอยูที่โรงพยาบาลจุฬาฯ โดยนายยัง สอนดี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ลำคอเจาะเส้นเลือด และนางวิริยา ภิรมย์เดชา ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่หน้าอก ขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู ซึ่งค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดทางบริษัทจะเป็นผู้ออกให้ คนเจ็บทั้งหมดเป็นผู้ค้าที่มาทำสัญญากับบริษัทลีเกิ้ลฯ ทุกคน