ข่าว

“ศูนย์มณโฑ”ประชาชนพิทักษ์หาดใหญ่

“ศูนย์มณโฑ”ประชาชนพิทักษ์หาดใหญ่

08 ก.พ. 2553

แม้พื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จะรอดปลอดภัยจากเหตุลอบวางระเบิดมาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นหลักประกันได้เสมอไปว่า เหตุร้ายแรงที่ไม่คาดฝันจะไม่เกิดขึ้นที่นี่อีก

พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 จึงมุ่งบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันเหตุร้าย โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักถึงแนวทางการดูแลทรัพย์สินของตนเอง รวมทั้งประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งเตือนเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 กระทั่งมาตรการป้องกันเมืองหาดใหญ่เริ่มขึ้นเป็นรูปเป็นร่างเมื่อเดือนกันยายน 2551 ด้วยการระดมสมองของประชาชนทุกภาคส่วนจนเกิดเครือข่ายเฝ้าระวังภาคประชาชน โดยมี “วิทยุเครื่องแดง” เป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่กับแนวร่วมที่กระจายอยู่ทั่วเมือง

 เครือข่ายวิทยุเครื่องแดงดังกล่าวกระจายอยู่ทั่วเมือง ประดุจตาสับปะรดอยู่ภายใต้แม่ข่าย “ศูนย์มณโฑ” ที่กำกับดูแลโดยกองทัพภาคที่ 4

 พ.อ.อัยรัช ชีถนอม รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ผู้ควบคุมศูนย์มณโฑ ระบุว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ได้จุดประกายความคิดและนำไปสู่การแจกวิทยุเครื่องแดงให้แก่โครงข่ายเฝ้าระวังภาคประชาชนรุ่นแรก จำนวน 100 เครื่อง แก่กลุ่มประชาชนทุกสาขาอาชีพ

 ข้อมูลจากการแจ้งเตือนของเครือข่ายทั้งหมดจะรายงานมายังศูนย์มณโฑ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมิน และตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย

 “ช่วงแรกๆ ชาวบ้านยังไม่กล้ารายงาน เพราะกังวลวิธีการแจ้งข้อมูลให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ดูเป็นทางการ แม่ทัพภาคที่ 4 จึงลุยพื้นที่แนะนำชาวบ้านด้วยตัวเองว่า ไม่ต้องขึ้นต้นด้วยคำว่า ว.1 หรือ ว.2 แต่ให้บอกเล่าสถานการณ์ที่พบเห็นได้ทันที ซึ่งเหมือนเป็นการปลดล็อกความรู้สึกให้ชาวบ้านกล้าพูดมากขึ้น จากนั้นก็มีข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลมายังศูนย์มณโฑอย่างต่อเนื่อง”

 พ.อ.อัยรัช เล่าถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์หลั่งไหลมายังศูนย์มณโฑมากขึ้น โดยปัจจุบันมลฑลทหารบกที่ 42 เป็นผู้รับผิดชอบการจัดตั้งสถานีบังคับข่าย และคัดสรรประชาชนเข้ามาเป็นแนวร่วม โดยปัจจุบันมีสมาชิกวิทยุเครื่องแดงทั้งสิ้น 1,150 เครื่อง

 จำนวนวิทยุเครื่องแดงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงตอกย้ำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในทิศทางบวกของการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการแก้ปัญหา โดยไม่ผลักภาระให้เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียวเหมือนในอดีต

 ทั้งนี้ ศูนย์มณโฑแบ่งโซนเครือข่ายเฝ้าระวังตามพื้นที่ทางเศรษฐกิจ เช่น ย่านการค้าใจกลางเมือง ถนนสาย 1-2-3 (ย่านสันติสุข) ตลาดกิมหยง ถนนศุภสารรังสรรค์ หรือ ถนนศรีภูวนารถ

 โดยสมาชิกจะมี "นามเรียกขาน" แยกตามไปเดือนตั้งแต่มกราคม-ธันวาคม เพื่อง่ายต่อการจดจำ และแยกพิกัดในการรายงานข้อมูลได้อย่างชัดเจน เช่น รหัสพฤษภา ดูแลย่าน ร.ร.แสงทอง รหัสมิถุนา ย่านโอเดียน รหัสพฤศจิกา ย่านศรีนคร รหัสธันวา ปุณณกันต์ เป็นต้น

 ผลงานที่เด่นชัดจากศูนย์มณโฑ เช่น รายงานบุคคลต้องสงสัยซึ่งมีภูมิลำเนาใน อ.ยะหา จ.ยะลา ปรากฏตัวในตลาดสดพลาซ่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2552 ซึ่งมีประวัติลักโจรกรรมรถจักรยานยนต์ และเป็นแนวร่วมก่อเหตุวางระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2552 มีรายงานพบบุคคลต้องสงสัย 6 คน มีพฤติกรรมน่าสงสัย บริเวณห้างสรรพสินค้าไดอาน่า หาดใหญ่

 เมื่อเชิญตัวมาซักถามก็พบหลักฐานภาพถ่ายลานจอดรถบริเวณโรงภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้าไดอาน่า ซึ่งเคยเกิดเหตุระเบิดมาแล้วเมื่อปี 2549 ที่สำคัญยังมีคลิปวิดีโอการฝึกของหน่วยคอมมานโด และภาพการประทุษร้ายร่างกายที่โหดร้ายด้วย

 พ.อ.อัยรัช กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ภาคประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส และนำไปสู่การสกัดกั้นไม่ให้เกิดความรุนแรงและการสูญเสียกลุ่มคนผู้ไม่หวังดี ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงการมีจิตอาสาของประชาชนในพื้นที่ที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง

 วันนี้ศูนย์มณโฑ และเครือข่ายวิทยุเครื่องแดง จึงเป็น "ต้นแบบ" ให้แก่ชุมชนรอบข้าง เช่น อ.ระโนด อ.สทิงพระ หรือแม้กระทั่งที่ จ.สตูล ที่ต่างต้องการเลียนแบบความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการแจ้งเตือนเหตุเพื่อป้องกันเหตุร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สุพิชฌาย์ รัตนะ