
เหยื่อเทคโนโลยี
ประหยัด มัธยัสถ์ สมถะ พอเพียง คาถาทั้ง 4 คำที่ว่ามานี้ หากใครท่องและปฏิบัติได้อย่างเคร่งครัด ย่อมไม่เดือดร้อนต่อภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น แต่ต้องไม่แปลความให้ผิดเพี้ยนไป จนทำให้ตัวเองต้องย้อนยุคกลับกลายเป็นมนุษย์ถ้ำ ที่ไม่ยอมรับรู้ถึงระบบเศรษฐกิจการค้าในโล
ในยุคที่เศรษฐกิจประเทศไทยเฟื่องฟู ยอดจำหน่ายรถยนต์ทุกชนิดในแต่ละปี มีตัวเลขรวมกันสูงถึงเกือบเจ็ดแสนคัน โดยที่รถยนต์แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อที่จำหน่ายกันในประเทศไทย ผู้ผลิตมีการซอยแบ่งลำดับชั้นกันเอาไว้ถี่ยิบ ด้วยการปรับโน่นแต่งนี่เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้ซื้อให้ได้
สถิติอย่างไม่เป็นทางการของวงธุรกิจยานยนต์คือ ในรถยนต์รุ่นเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน เมื่อแบ่งออกเป็นรถยนต์รุ่นมาตรฐานที่มีราคาต่ำกว่า กับรถยนต์รุ่นและยี่ห้อเดียวกันในรุ่นสูงกว่า หรือรุ่นที่มีอุปกรณ์โน่นนี่นั่นมากกว่า ซึ่งเรียกกันในท้องตลาดว่า “รุ่นท็อป” และส่วนใหญ่รุ่นท็อปดังกล่าวจะมีราคาสูงกว่ารุ่นมาตรฐานประมาณร้อยละยี่สิบ
ตัวอย่างเช่น รถยนต์เก๋งขนาดเล็กยอดนิยม ราคาในรุ่นมาตรฐานคันละห้าแสนบาทกว่าๆ ในขณะที่ราคารุ่นท็อปจะสูงถึงเจ็ดแสนกว่าบาท ปรากฏว่าตัวเลขสถิติการจำหน่ายของรถยนต์ในรุ่นท็อป จะสูงกว่ารุ่นมาตรฐานราคาต่ำสุดหลายเท่า หรือในหนึ่งร้อยคันที่จำหน่ายออกไป จะเป็นรถรุ่นท็อปเจ็ดสิบคัน เป็นรุ่นมาตรฐานราคาต่ำสุดไม่เกินสิบคัน ที่เหลืออีกยี่สิบคันจะเป็นรุ่นกลางๆ
คนที่ซื้อรถยนต์รุ่นท็อปดังกล่าวมักจะคิดหรือมีข้ออ้างว่า ไหนๆ ซื้อกันทั้งทีแล้วก็เอารุ่นที่ดีที่สุดไปเลย หรือบางคนก็คิดในเชิงเทคโนโลยีว่า รถยนต์รุ่นท็อปมีอุปกรณ์ติดรถให้มามากกว่ารุ่นมาตรฐาน เอาส่วนต่างของราคาอุปกรณ์มาหักลบกลบกันแล้ว ก็ยังคุ้มค่ามากกว่าที่จะไปซื้อรุ่นมาตรฐาน
แต่หากคิดย้อนในมุมกลับกันว่า เราต้องการซื้อรถยนต์มาเพื่อขับไว้ใช้งานในชีวิตประจำวันหนึ่งคัน ระบบวาล์วจะเป็นแบบแปดวาล์วธรรมดาหรือสิบหกวาล์วแปรผัน ก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างกันในด้านการใช้งาน แถมระบบสิบหกวาล์วแปรผันยังต้องเสียค่าดูแลรักษา และค่าซ่อมสูงกว่าอีกด้วยซ้ำไป
อุปกรณ์ที่ติดมาในรถรุ่นท็อปบางอย่าง เช่น ระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียม (จีพีเอส) ก็คงไม่มีความจำเป็นสำหรับคนที่ตลอดชีวิตไม่เคยใช้รถนอกเส้นทาง ระหว่างบ้านกับที่ทำงานเลยสักครั้งเดียว ระบบดูหนังฟังเพลงพร้อมทั้งบลูทูธที่ติดตั้งมาให้ ก็คงมีคนไม่เกินร้อยละสิบที่ต้องติดตามข่าวสารทางโทรทัศน์ขณะขับรถ และคนที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนใหญ่ก็มีระบบบลูทูธหรือสมอลทอล์กใช้งานอยู่แล้ว
เพียงแค่ตัวอย่างที่ยกมานี้จะเห็นว่า หากไม่หลงกลตกเป็นเหยื่อของเทคโนโลยีที่ถูกนำมาล่อโดยกลไกการตลาด สินค้าคือตัวรถที่ต้องซื้อมาใช้งานก็จะมีราคาถูกลงถึงร้อยละยี่สิบ หรือจ่ายเงินน้อยลงคันละสองแสนบาท หากคิดตามตัวอย่างที่ยกมาให้ดูกันเลยทีเดียว แล้วอย่างนี้คุณพร้อมหรือยัง ที่จะปลดตัวเองออกจากการเป็นเหยื่อเทคโนโลยีที่ล่อใจครับ
นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



