
รายได้รัฐ 5 เดือนวูบ 8.8 หมื่นล้าน พิษ ศก.ฉุดรีดภาษีพลาดเป้า-สรรพากรอ่วมสุด
คลังเผยผลจัดเก็บรายได้ 5 เดือนต่ำกว่าเป้าหมายกว่า 8.8 หมื่นล้านบาท เหตุรายได้ 3 กรมหลักลดลงกว่าที่คาดไว้ ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีรถยนต์และอากรนำเข้า ด้านสรรพากรหวั่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหายแสนล้าน เหตุเศรษฐกิจไม่ดี คนฉวยโอกาสเลี่ยงภาษี
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยถึงผลการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลประจำเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลจัดเก็บรายได้ 82,430 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 23,481 ล้านบาท หรือ 22.2% โดยภาษีหลักล้วนจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีรถยนต์ และอากรขาเข้า โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการถึง 14,231 ล้านบาท หรือ 32.1% ซึ่งเป็นการลดลงจากสินค้านำเข้าถึง 50% สอดคล้องกับการจัดเก็บอากรขาเข้าที่ต่ำกว่าเป้า 2,627 ล้านบาท หรือ 35.5% ส่วนที่เก็บจากการบริโภคก็ต่ำกว่าเป้า 16.9% ขณะที่ภาษีรถยนต์จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้า 2,427 ล้านบาท หรือ 47.6% จากกระแสข่าวขอปรับลดภาษีสรรพสามิตส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป
สำหรับในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบ 2552 (ต.ค.51-ก.พ.52) รัฐบาลจัดเก็บรายได้รวม 451,527 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้า 88,586 ล้านบาท หรือ 16.4% และต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 16.2% ซึ่งเป็นผลจากการจัดเก็บภาษีของ 3 กรมหลัก และการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจต่ำกว่าประมาณการ ประกอบกับการคืนภาษีของสรรพากรที่เพิ่มขึ้นกว่าที่คาด 15,608 ล้านบาท หรือ 19.6% โดยภาษีจัดเก็บได้รวม 366,165 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้า 33,542 ล้านบาท หรือ 8.4% กรมสรรพสามิตจัดเก็บได้รวม 93,994 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้า 30,711 ล้านบาท หรือ 24.6% กรมศุลกากรจัดเก็บได้ 35,425 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้า 6,325 ล้านบาท หรือ 15.1% ส่วนการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ 27,268 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 6,477 ล้านบาท หรือ 19.2% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจและยังเป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลในการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันจาก 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทยทุกคน
ด้านนายสาธิต รังคสิริ โฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2552 น่าจะลดลงกว่า 1 แสนล้านบาท เพราะอาจมีประชาชนบางส่วนอาจฉวยจังหวะที่เศรษฐกิจไม่ดีหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี ทั้งที่รายได้ที่นำมาเสียภาษีในปีนี้เป็นรายได้ที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วก็ตาม ส่วนตัวเลขการจัดเก็บภาษีในปีหน้านั้น กรมต้องประเมินร่วมกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เนื่องจากฐานรายได้ในปีหน้าอาจได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจในปีนี้



