
จับตาทหารใหม่นำยาบ้ารุก"ค่ายทหาร'
นักค้าและนักเสพยาเสพติดสำคัญผิดคิดว่าค่ายทหารจะปลอดภัย ในการซ่อนเร้นอำพรางตัวจากแก๊งค้ายาหรือกฎหมายกบิลเมือง โดยเฉพาะบรรดาทหารใหม่ที่เข้ามารับใช้ชาติ บ้างก็เข้ามาพักฟื้น เยียวยา ดังนั้น กองทัพเรือจึงวางมาตรการปิดช่องโหว่เหล่านี้ ด้วยการตั้งศูนย์ปฏิบัติกา
ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด ฐานทัพเรือสัตหีบ นำโดย พล.ร.ท.ธีรวัฒน์ ศรีถาพร ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ได้สนธิกำลังข้าราชการจากกองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กรมสรรพาวุธทหารเรือ และหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ร่วมกับศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดอำเภอสัตหีบ โดย นายชาญชาย เอี่ยมเจริญ นายอำเภอสัตหีบ ดำเนินการสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับยาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดในพื้นที่อย่างหนัก อีกทั้งเฝ้าระวังไม่ให้นักค้ายาเสพติดเข้าไปยึดครองตลาด หรือขยายเครือข่ายในค่ายทหาร เพราะทหารเป็นกำแพงที่แข็งแกร่งของแผ่นดินในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
จะว่าค่ายทหารทุกแห่งปลอดยาเสพติดอย่างแท้จริงก็คงพูดได้ไม่เต็มปากนัก แม้ข้าราชการประจำจะไม่เกี่ยวข้อง แต่พลเรือนที่เข้ารับการบรรทุกเป็นทหารกองเกินเป็นประจำทุกปี ผลัดเปลี่ยนหน้าเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน หลายคนยอมรับสารภาพอย่างลูกผู้ชายว่า ก่อนมารายงานตัวเข้าค่ายทหาร ทั้งขายทั้งเสพยาเสพติด บางคนรู้สึกดีที่เข้ามาเป็นทหารเหมือนหลุดพ้นจากอาญาแผ่นดินและโลกภายนอก จึงอยากเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก โดยใช้การฝึกทหารเป็นการเยียวยาไปในตัว
การฝึกอบรมหลักสูตรภาคสาธารณะเหมือนกับการบำบัดตัวเอง คือ การใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ควบคุม รับประทานอาหารถูกหลักอนามัย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนอย่างเพียงพอ ที่สำคัญไม่สามารถออกไปหาซื้อยาบ้าหรือยาเสพติดชนิดอื่นๆ มาเสพได้
นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ นายอำเภอสัตหีบ เปิดเผยว่า เมื่อเดือนมกราคม 2553 ได้ร่วมกับศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด ฐานทัพเรือสัตหีบ จับกุมผู้กระทำความผิดในข้อหาจำหน่ายและครอบครอง ได้ของกลางยาบ้าถึง 10,614 เม็ด ส่วนผู้ที่อยู่เบื้องหลังการค้ายาเสพติดส่วนมากเป็นบุคคลซึ่งเป็นที่รู้จักกันในสังคม อีกทั้งยังแฝงตัวอยู่ในองค์กรต่างๆ ยากจะแยกแยะหรือวิเคราะห์ได้ว่า เป็นคนดี หรือคนเลว ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าการจับกุมที่ผ่านมามักจะจับกุมได้ภายในค่ายทหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าในค่ายทหารเป็นแหล่งจำหน่ายยาเสพติด หรือพื้นที่ปลอดภัยในการกระทำความผิด แต่เนื่องจากบางรายมีพลทหารหรือข้าราชการมาพัวพัน จึงจำเป็นต้องนัดหมายส่งยาบ้ากันในค่ายทหาร เพื่อป้องกันการหวาดระแวงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพราะส่วนมากคนเรายังเชื่อกันว่าพื้นที่เขตทหารปลอดตำรวจ
ด้าน พล.ร.ท.ธีรวัฒน์ ศรีถาพร ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ กล่าวว่า ผู้ใดที่คิดว่าในค่ายทหารปลอดภัยสงบเงียบ เอื้ออำนวยต่อการกระทำความผิดก็จะบอกได้เลยว่าคนผู้นั้นคิดผิด เพราะในค่ายทหารเป็นชุมชนทหารและครอบครัว มักจะเห็นหน้า รู้จักกันเสียส่วนมาก ถ้ามีคนแปลกหน้า หรือแปลกปลอมเข้ามาแฝงตัวก็จะผิดสังเกต ในที่สุดก็จะตกเป็นหมายถูกจับตามอง ติดตามพฤติกรรม ถ้ามีความเคลื่อนไหวในเรื่องการจำหน่ายยาเสพติดก็จะส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวยาเสพติดประกบความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ไม่นานก็ต้องถูกจับกุมดำเนินคดี แม้แต่ข้าราชการหรือพลทหารก็เช่นกัน ถ้ามีพฤติกรรมแปลกๆ จะถูกจับตามองเช่นกัน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกระทำความผิดในค่ายทหาร
ทั้งนี้ การแพร่ระบาดยาเสพติดในค่ายทหารยังไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่ถ้าข้าราชการและพลทหารเสพยาบ้าหรือยาเสพติดชนิดอี่นๆ คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่มีเสียเลย เพราะในแต่ละปีกองทัพเรือต้องรับพลเรือนมาเป็นทหารทั้งหมด 62 จังหวัด ทั้งจากภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ ผลัดละประมาณ 4,200 นาย ปีละเกือบ 2 หมื่นนาย ซึ่งพลทหารยอมรับว่าก่อนเข้ามารายงานตัวเป็นทหาร ผ่านการต้องโทษคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติด เสพ และจำหน่าย ผลัดละนับพันนาย
ดังนั้น พลทหารเหล่านี้จะเข้ามาชุบตัวเองใหม่ในค่ายทหาร ผู้ปกครอง ญาติ และครอบครัวทหาร ต่างก็ดีใจที่ลูกเข้ามาเป็นทหาร มีความพอใจที่ได้ส่งลูกเข้ามารับราชการ ด้วยความหวังสูงสุดว่าครูฝึกทหารจะสามารถปกครอง ควบคุม ดูแล หล่อหลอม ละลายพฤติกรรมให้ทหารสามารถเลิกยาเสพติดได้ ด้วยการออกกำลังกาย ฝึก และอยู่ในพื้นที่ควบคุมเท่านั้น ไม่สามารถออกไปนอกค่ายได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาต และเชื่อว่าถ้าขืนปล่อยให้ลูกใช้ชีวิตอยู่โลกภายนอกอาจถูกจับลงอาญา เสียอนาคต เสียประวัติ อย่างแน่นอน
พัชรพล ปานรักษ์



