
ไทยตั้งรับทางการทูต"ฮุน เซน"อย่างเดียวไม่ได้
นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ของกัมพูชา มาที่ชายแดนไทยตั้งแต่วันเสาร์ (6 ก.พ.) และจะอยู่ถึงวันอังคาร (9 ก.พ.) ชัดเจนครับว่า เป็นการจงใจที่จะรุกทางการเมืองและการทูต ถึงแม้ว่า ฮุน เซน จะแต่งชุดทหารมา แต่ไม่ใช่ปฏิบัติการทางทหาร เป็นความพยายามจะสร้างคะแนนความเชื่อมั
ขณะเดียวกัน ก็สามารถที่จะทำให้ชาวโลกเชื่อว่า ฮุน เซน นั้น มีสิทธิ์ที่จะมาอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนที่กำลังพิพาทกับประเทศไทย
ถ้อยคำของ ฮุน เซน ที่บริเวณเขาพระวิหารนั้น ไม่ได้แสดงความเป็นมิตรแต่ประการใด ถึงแม้ว่าทางการไทยจะส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพภาค 2 ไปต้อนรับเพื่อแสดงมิตรภาพ แต่ ฮุน เซน ก็ยังพูดจาโจมตีรัฐบาลไทย ระหว่างเดินทางตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่บนเขาพระวิหาร
ฮุน เซน บอกว่า ไทยกำลังวางแผนรุกรานกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง และวันจันทร์ (8 ก.พ.) ฮุน เซน ก็จะไปที่ตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นจุดที่มีข้อพิพาทกับไทยเช่นกัน
ทั้งหมดนี้ ตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ครับ นอกจากว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชาไม่หยุดยั้งความพยายามที่จะยั่วยุ และใส่ร้ายประเทศไทย รัฐบาลไทยไม่อาจจะอยู่นิ่งเฉย และไม่ควรที่จะอยู่ในสถานะตั้งรับทางการเมืองและการทูตแต่เพียงด้านเดียว
กระทรวงการต่างประเทศไทย สภาความมั่นคงแห่งชาติ จะต้องมีมาตรการรุกทางการทูตให้ทั้งประชาชนคนไทยเห็นชัดเจนครับว่า ประเทศไทยไม่ตั้งรับทางการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว
แน่นอนครับ จะต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารทุกรูปแบบ และจะต้องสามารถดำรงความสัมพันธ์การติดต่อไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนตรงชายแดนได้ แต่ทางด้านการทูต 2 ประเทศ และการทูตในหมู่ประเทศอาเซียน รวมไปถึงสหประชาชาตินั้น กระทรวงการต่างประเทศไทยจะต้องถือโอกาสนี้แสดงความสามารถในการที่จะรุกทางการทูตอย่างคึกคัก
ให้เห็นว่าเราไม่ได้ตั้งรับ และ ฮุน เซน ไม่สามารถจะฉวยโอกาสที่มีความสับสนวุ่นวายการเมืองประเทศไทยภายในมารุกรานและดิสเครดิตประเทศไทยเป็นอันขาดครับ
สุทธิชัย หยุ่น



