ข่าว

เปิดภารกิจทูตไทยในเนปาลดึงเอกชนไทยร่วมทุนท้องถิ่น

เปิดภารกิจทูตไทยในเนปาลดึงเอกชนไทยร่วมทุนท้องถิ่น

08 ก.พ. 2553

"ในสายตาของคนอื่น เนปาลถือเป็นประเทศยากจนที่สุดประเทศหนึ่ง แต่ผมว่าเนปาลยังมีศักยภาพอีกหลายด้านที่เหมาะจะเข้ามาลงทุนและพัฒนา ซึ่งการที่ผมเข้ามารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตในประเทศนี้ ก็มีภารกิจที่จะต้องสนับสนุนให้นักลงทุนไทยเข้ามาลงทุน เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ป

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเนปาล บอกถึงภารกิจที่หมายมั่นปั้นมือจะดำเนินการหลังจากเข้ามารับตำแหน่งเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา และพบปะกันในโอกาสที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร นำสื่อมวลชนไปดูงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาการเกษตร จำกัด หรือ เอดีบีแอล ของประเทศเนปาล

 เอกอัครราชทูตไทยขยายความว่า เนปาลมีศักยภาพในเรื่องของแหล่งน้ำ ถือว่าใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งควรจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำได้จำนวนมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่ความที่เป็นประเทศยากจน ไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการบริหารจัดการ ไม่มีเงินลงทุน ทำให้ศักยภาพในการผลิตได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นจึงมองว่าเป็นช่องทางที่นักลงทุนไทยจะเข้ามาร่วมทุนกับรัฐบาล หรือนักลงทุนท้องถิ่น เพื่อดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ โดยมีแผนที่จะชักชวนการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) หรือเอกชนที่ประกอบการทางด้านพลังงานทดแทน เป็นต้น

 ขณะที่สาธารณูปโภคพื้นฐานและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเนปาล โดยรัฐบาลอยู่ระหว่างการพัฒนาก่อสร้าง เพื่อรองรับการลงทุนและการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ แต่เนปาลยังมีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างน้อย วัสดุต่างๆ ต้องนำเข้า ส่วนใหญ่จะมาจากอินเดีย ในส่วนนี้หากผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างของไทยสนใจก็น่าจะเป็นโอกาสในการลงทุนนอกบ้านด้วยเช่นกัน ซึ่งมีแผนที่จะชวนบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี เข้ามาดูลู่ทางลงทุนอยู่ หรืออาจจะเป็นนักลงทุนไทยรายอื่นที่มีความต้องการขยายการลงทุนและมีความพร้อมที่จะมาร่วมทุนกับนักธุรกิจเนปาล

 นายมาริษ กล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเนปาล แม้ปัจจุบันจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไม่มากเหมือนประเทศไทย แต่จากสภาพภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวย เช่น มียอดเขาสูงถึง 14 ยอดในเทือกเขาหิมาลัย โดยมียอดเขาเอเวอร์เรสต์เป็นจุดขายสำคัญ ในแต่ละปีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 5 แสนคน มีการใช้จ่ายต่อหัวค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม เนปาลก็ยังมีปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการ ในธุรกิจนี้จึงมีช่องทางให้บริษัททัวร์จากเมืองไทยเข้ามาร่วมทุนได้

 "ขณะเดียวกันกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อในเนปาลก็ชอบไปท่องเที่ยวเมืองไทย โดยเฉพาะในเรื่องการรักษาพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลในเมืองไทยถือว่ามีชื่อเสียง และราคาไม่แพง ดังนั้นการโปรโมทการเป็นเมดิคัลฮับ หรือศูนย์กลางการแพทย์ก็เป็นเรื่องต้องผลักดันควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว" นายมาริษ กล่าว

 อีกธุรกิจหนึ่งที่เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศเนปาล มองว่ามีศักยภาพที่จะชักชวนนักลงทุนเข้ามาลงทุนก็คือ เรื่องของสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งปัจจุบันเนปาลยังต้องนำเข้าจำนวนมาก แต่เป็นการนำเข้าจากประเทศไทยเพียง 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น จึงสามารถขยายตัวได้อีกมาก ทำให้เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ต้องผลักดัน โดยตนมีแผนจะชักชวนผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคมาร่วมทุนตั้งโรงงานผลิตในเนปาล จากที่ปัจจุบันมีเครือสหพัฒน์มาลงทุนผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขายอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังต้องการชักชวนร้านสะดวกซื้อ เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น หรือ 108 ช็อป ของเครือสหพัฒน์เข้ามาด้วย

 "ผมจะพยายามชักชวนนักธุรกิจในกลุ่มเหล่านี้เข้ามาหาลู่ทางลงทุนในเนปาล เพราะแม้จะเป็นประเทศยากจน แต่ก็มีคนอีกไม่น้อยที่มีกำลังซื้อสูงอยู่ แต่ยอมรับว่าประเทศนี้ยังมีปัญหาเรื่องแรงงานที่ไม่ค่อยมีการศึกษา ถูกชักจูงให้ร่วมประท้วงหยุดงานบ่อย ซึ่งแนวทางที่ดีที่สุดในการเข้ามาลงทุนที่เนปาลก็คือการเข้ามาร่วมทุนกับนักลงทุนท้องถิ่น เพื่อลดความเสี่ยง" นายมาริษ ระบุ