
เพิ่มงบลงทุนรถไฟฟ้าสีแดง2หมื่นล.
ครม.อนุมัติเพิ่มกรอบลงทุนรถไฟฟ้าสายสีแดงเพิ่มอีกเกือบ 2 หมื่นล้าน เป็น 7.55 หมื่นล้านบาท เหตุไจก้าจี้ให้จัดรถตู้ไฟฟ้าไว้เพื่อความมั่นใจ พร้อมเพิ่มวงเงินสร้างแอร์พอร์ตลิงก์
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ว่าประชุมมีมติเพิ่มกรอบวงเงินลงทุนโครงการรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต จากเดิม 5.98 หมื่นล้านบาท เป็น 7.55 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีการปรับราคาตามปริมาณงานจริง โดยเพิ่มงานโยธา ระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมถึงอพยพผู้บุกรุกเพิ่มทำให้วงเงินสูงขึ้น
นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติวงเงิน 10,400 ล้านบาทให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จัดหารถตู้ไฟฟ้าเพื่อใช้ในโครงการเดินรถสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน โดยเป็นการขอกรอบวงเงินไว้ เพราะหากในอนาคต ร.ฟ.ท.เปิดให้เอกชนรับผิดชอบจัดหาตัวรถก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินส่วนนี้
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า การเพิ่มกรอบวงเงินโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง เพื่อจัดหารถตู้ไฟฟ้า วงเงิน 10,400 ล้านบาทนั้น เป็นเงื่อนไขของไจก้าที่ต้องการให้รวมการซื้อรถตู้ไฟฟ้าไว้ด้วย เพราะต้องการทำให้มั่นใจว่าเมื่อโครงการเสร็จจะมีขบวนรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ รวมถึงการออกแบบระบบอาณัติสัญญาณ การควบคุมเดินรถ ระบบจ่ายไฟฟ้า และระบบอื่นๆ ต้องถูกต้องสอดคล้องกับผู้ผลิตตู้รถไฟฟ้า
ทั้งนี้ คาดว่ารัฐบาลไทยและไจก้าจะเซ็นสัญญากู้เงินในเดือนมีนาคมนี้ เปิดขายเอกสารประกวดราคารถไฟฟ้าสายสีแดงในเดือนเมษายน-มิถุนายน 2552 และเริ่มก่อสร้างในเดือนกันยายน 2553 โดยปัจจุบัน ร.ฟ.ท.ได้เตรียมเอกสารประกวดราคาเสร็จแล้ว
นายศุภรักษ์ ควรหา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.ได้อนุมัติดำเนินการและงบเพิ่มเติมโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีรับส่งผู้โดยสารในเมือง (แอร์พอร์ตลิงก์) ของ ร.ฟ.ท. แบ่งเป็นเพิ่มงบว่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง วงเงิน 115 ล้านบาท จ้างที่ปรึกษาวิศวกรอิสระตรวจสอบรับรองและประกันความมั่นคงความปลอดภัยของระบบรถไฟฟ้า 195 ล้านบาท โดยรัฐบาลผู้รับภาระทั้งสองส่วนนี้



