
ดันผลไม้ไทยขายจีนหมื่นล้าน"วีระชัย"แผนเจาะตลาด
"วีระชัย" ตั้งเป้าดันส่งออกผลไม้ไทยไปจีนปีนี้กว่าหมื่นล้านบาท รับมีอุปสรรคมาก วางยุทธศาสตร์เจาะตลาดเป็นรายมณฑล ดึงเอกชนจีนเข้ามาซื้อผลไม้จากเกษตรกรไทยโดยตรง พร้อมผลักดันเอกชนไทยร่วมเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทที่ผูกขาดตลาดผลไม้แต่ละมณฑลของจีน
นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลาดส่งออกสินค้าประเภทผลไม้ไปยังจีนมีความสำคัญมาก ในปีนี้จึงตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันให้มีการส่งออกผลไม้ไปยังจีนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่มีมูลค่าส่งออกผลไม้ไปจีนเพียง 200-300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการเปิดตลาดผลไม้ในจีน ก็ยังมีอุปสรรคหลายประการ เพราะแต่ละมณฑลมีบริษัทเจ้าถิ่น ที่ผูกขาดตลาดผลไม้แต่ละชนิดอยู่แล้ว ดังนั้น ยุทธศาสตร์จึงต้องใช้วิธีเจาะตลาดผลไม้เป็นรายมณฑล โดยเฉพาะมณฑลกวางสี กวางตุ้ง ยูนนาน เป็นตลาดผลไม้ที่ใหญ่มาก
สำหรับกลยุทธ์ที่สำคัญและจะเป็นประโยชน์ ทำให้ผลไม้ไทยบุกตลาดจีนได้ในระยะสั้น คือ การให้บริษัทจีนเข้ามาซื้อผลไม้โดยตรงจากเกษตรกรไทย และในอนาคตจะผลักดันให้เอกชนไทย ร่วมหุ้นส่วนกับบริษัทที่ผูกขาดตลาดผลไม้ในมณฑลต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปบ้างแล้วแต่ก็ยังติดปัญหา การตรวจสอบและรับรองคุณภาพผลไม้ที่จะเข้าไปจีนเนื่องจากจีนไม่มีระบบตรวจย้อนกลับตั้งแต่ต้นทาง ทำให้การส่งออกล่าช้าและถูกกีดกันที่ด่านกักผลไม้
นอกจากนี้ กลยุทธ์ที่สำคัญอีกทางหนึ่ง คือ การส่งผลไม้เข้าไปยังจีนผ่านการขนส่งทางบก 2 ทาง ได้แก่ เข้าทางมณฑลยูนนาน และส่งออกผ่านเวียดนามทางด่านผิงเสียง มณฑลกวางสี แต่การเปิดด่านยังมีอุปสรรคพอสมควร เพราะการลดภาษีนำเข้าผลไม้เหลือ 0% ทำให้ต่างฝ่ายต่างเกรงว่าจะกระทบต่อสินค้าผลไม้ของตน ซึ่งก็ได้ยืนยันว่าผลไม้ไทยและจีนคนละกลุ่มลูกค้า
นายวีระชัย ยังระบุว่า ขณะนี้จีนต้องการขยายการค้าและการลงทุนมาไทยเพิ่มขึ้น โดยได้สอบถามเกี่ยวกับความคืบหน้าการกู้เงินจากจีนมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลงทุนการขนส่งทางราง ซึ่งไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะใช้เงินกู้ดังกล่าวหรือไม่
นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุดทำหน้าที่ผลักดันข้อตกลงต่างๆ ที่ตกลงกับผู้นำประเทศต่างๆ โดยให้ตนดูแลความตกลงในระดับพหุภาคี นายวัชระ พรรณเชษฐ์ ผู้แทนการค้าไทย ผลักดันข้อตกลงที่ทำไว้ในระดับทวิภาคี เช่น จีนและญี่ปุ่น และให้ นายสุทัศน์ เศรษฐบุญสร้าง ผู้แทนการค้าไทยดูแลข้อตกลงในกลุ่มอาเซียน ส่วนนายกนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ดูแลข้อตกลงกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม



