
จอมตืดสวิสกับเงินช่วยเหลือเฮติ (1)
ใครที่หลงละเมอเพ้อพกคิดว่าสวิตเซอร์แลนด์ได้สลัดจนหลุดพ้นจากภาพการเป็นสวรรค์ที่ปลอดภัยของเหล่าทรราช ข้าราชการทุจริตฉ้อฉล รวมทั้งราชายาเสพติดที่นำเงินเน่าเหม็นที่ปล้นมาจากประชาชนหรือจากการค้ายาเสพติดไปซุกซ่อนไว้ในบัญชีลับ คงต้องคิดทบทวนใหม่อีกหลายตลบว่าเป็
ตลอดช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ทางการสวิสได้พยายามอุดช่องโหว่กฎหมายว่าด้วยการปกปิดความลับของลูกค้าเพื่อให้การซุกซ่อนเงินในธนาคารเป็นไปได้ยากขึ้น แม้ความพยายามนี้แทบไม่ได้ผลเมื่อเหล่าวายร้ายมีช่องทางซิกแซ็กหลบเลี่ยงกฎหมายเหล่านั้น แต่ทางการก็ไม่ละความพยายาม ถึงขั้นเสนอร่างกฎหมายฉบับใหม่ว่าด้วยที่มาของทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ เชื่อว่าพร้อมจะมีผลบังคับใช้อย่างช้าที่สุดก็ปีหน้า
ขณะนี้มีรายละเอียดน้อยมากเกี่ยวกับร่างกฎหมายใหม่ ซึ่งจะปูทางให้คืนเงินของเผด็จการที่ปล้นมากลับสู่เจ้าของประเทศตัวจริงได้ง่ายขึ้น จากกฎหมายฉบับปัจจุบันที่แค่อนุญาตให้คืนเงินก้อนนั้นได้ก็ต่อเมื่อได้รับการร้องขอจากรัฐบาลของประเทศนั้นๆ ที่ได้ลงมือสอบสวนอาชญากรรมของทรราชที่ก่อไว้แล้ว แต่กฎหมายฉบับนี้ก็มีช่องโหว่ตรงที่หากประเทศนั้นๆ มีระบบกฎหมายอ่อนแอ หรือไม่มีกฎหมายทุจริตคอรัปชั่น ก็ทำให้ยากที่จะไล่ล่าทวงเงินจากอดีตผู้นำฉ้อฉลเหล่านั้น
ช่องโหว่นี้เองทำให้ชาวเฮตินับล้านๆ คนมีหวังอดตายหากยังขืนรอความปรานีจากกระ
บวนการยุติธรรมของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อศาลสูงสุดของประเทศนี้ได้หักหน้ารัฐบาลว่าไม่มีสิทธิ์ผันเงินที่ฝากไว้ในธนาคารยูบีเอส ธนาคารยักษ์ใหญ่สุดในประเทศจำนวนกว่า 4.6 ล้านดอลลาร์ไปบริจาคให้แก่องค์กรเพื่อการกุศลต่างๆ ในเฮติ และจะต้องคืนเงินก้อนนี้ให้แก่ครอบครัวของอดีตจอมเผด็จการฌอง โคล้ด ดูวาลิเยร์ (เบบี้ ด็อก) แห่งเฮติ
คำตัดสินของศาลสูงสุดซึ่งกลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่ให้นำเงินก้อนนี้ไปให้กลุ่มช่วยเหลือต่างๆ ในเฮติ มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าจะเกิดปฐพีพิโรธครั้งใหญที่เฮติ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2 แสนคน ถึงแม้ว่าคำตัดสินนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิบัติภัยครั้งนี้ แต่เชื่อว่าถ้าหากนำเงินก้อนใหญ่นี้ไปหาซื้ออาหารก็สามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องชาวเฮติ 1.25 ล้านคนได้นานติดต่อกันถึง 2 สัปดาห์
"คำตัดสินนี้เหมือนกับเกิดปฐพีถล่มครั้งใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์ก็ไม่ปาน" มาร์ค เพียธ ศาสตราจารย์ชาวสวิสซึ่งมีประวัติยาวเหยียดในเรื่องการเกาะติดการทุจริตคอรัปชั่นในประเทศต่างๆ รวมไปถึงกรณีฉ้อฉลในโครงการใช้น้ำมันแลกอาหารของสหประชาชาติในอิรักให้ความเห็น
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



