
สอดแทรกงาน"ศิลป์"สู่เนื้อผ้า
กว่าจะมีวันนี้ ฟิลลิป ลิม ก็ต้องผ่านคำวิจารณ์จากบรรดาแฟชั่นนิสต้ามาอย่างเข้มข้น จนปี 2007 ได้เปิดบูติกครบวงจรภายใต้ชื่อ 3.1 phillip lim เป็นแห่งแรกบนถนนเมอร์เซอร์ มหานครนิวยอร์ก เป็นบูติกที่วางจำหน่ายผลงานสำหรับผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กอย่างครบครัน และยังรว
ล่าสุดเขาเปิดตัวคอลเลกชั่น 3.1 phillip lim ฤดูใบไม้ผลิ 2010 ด้วยแรงบันดาลใจจากนิทรรศการภาพวาด “มอสเกอเตรอส (Mosqueteros)” อันเป็นผลงานในยุคหลังๆ ของจิตรกรชื่อดังอย่าง ปิกัสโซ่ ซึ่งเพิ่งจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ที่แกลเลอรี่กาโกเซียน ในกรุงนิวยอร์ก โดยเขาได้ถ่ายทอดและสอดแทรกงานศิลปะแนวคิวบิสม์ แอ็บสแตรกต์ไว้ในคอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิ 2010 เพื่อนำมิติมุมมองสดใหม่มาสู่ทุกประสาทสัมผัส ด้วยเส้นสายของการออกแบบที่ได้รับการสร้างสรรค์ใหม่ให้มีอารมณ์ไร้เดียงสาแบบเด็กสาว ก่อให้เกิดรูปทรงใหม่สำหรับเรือนร่าง
ในขณะเดียวกันก็ใช้เนื้อผ้าหลากหลายชนิด มาประกอบร่วมกันเพื่อสร้างบุคลิกเฉพาะตัวให้แก่ชิ้นงาน คล้ายกับการหลอมรวมประสบการณ์จากพลเมืองในทุกๆ ที่ของโลกมาเป็นผลงาน collage (การนำเศษวัสดุต่างๆ มาปะติดปะต่อรวมกัน) คอลเลกชั่นนี้จึงเป็นการนำเสนอถึงความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดสมัยใหม่กับแนวคิดแบบวัฒนธรรมดั้งเดิมและแนวคิดของโลกตะวันออกที่มีความแปลกใหม่ น่าลุ่มหลง รวมไปถึงการศึกษาความขัดแย้งระหว่างอดีตกับอนาคตภายใต้เวลาปัจจุบันซึ่งเราอาศัยอยู่ร่วมกัน
การทำงานในคอลเลกชั่นนี้ ไม่ต่างอะไรจากการแยกส่วนผลงานต่างๆ ของปิกัสโซ่ออกมาเพื่อนำไปประกอบขึ้นใหม่ รูปทรงของเสื้อผ้าแบบคลาสสิกถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และรื้อโครงสร้างใหม่ในฤดูนี้ เสื้อเชิ้ตขาวกระดุมซ่อนได้ถูกออกแบบให้มีความยาวของตัวเสื้อที่ดูเพรียวบางมากยิ่งขึ้น พร้อมรายละเอียดการผ่าด้านหลังและร้อยด้วยริบบิ้น ซึ่งมีทั้งในแบบของเชิ้ตตั้วสั้นที่พับแขนเสื้อขึ้นอีกด้วย เสื้อแจ็กเก็ตตัดเย็บจากผ้าป๊อปลินเนื้อบางเบาราวอากาศถูกจับคู่กันโดยใส่สอดในกางเกง “กูรู” (กางเกงแบบชาวอินเดีย) ที่มีรายละเอียดคล้ายการพับม้วนขอบเอวลงให้รูปทรงของชุดสูทในแบบใหม่ ผลงานหลากหลายจากมุมมองสามมิติแบบใหม่ๆ ได้รับการถ่ายทอดผ่านชุดกระโปรงสั้นชุดแล้วชุดเล่าโดยใช้เทคนิคแบบงาน Collage โดยที่แต่ละชุดจะมีความแตกต่างหลากหลายเมื่อมองจากมุมที่ต่างกัน นวัตกรรมแห่งการผสมผสานเกิดจากการประกอบเข้าด้วยกันของวัสดุอย่างแผ่นหนังเข้ากับผ้าเลื่อม โดยอาศัยเทคนิคการอัดพลีตแบบดั้งเดิมตั้งแต่การอัดพลีตจีบระบาย ไปจนถึงจับพลีตแบบตีเกล็ด
สีสันเริ่มขึ้นด้วยกลุ่มสีสงบนิ่งอย่างสีเนื้อ สีเทาไข่มุก สีน้ำตาลคาเมล และสีน้ำเงินเข้ม ต่อด้วยโทนสีเย็นอย่างกลุ่มสีชมพูของดอกไลแล็ก สีม่วงของดอกวิสเทอเรียกลับสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นเมื่อจับคู่อยู่กับสีแดงลิปสติก ขณะที่ความแวววาวของสีโลหะทองแดงและสีเงินโบราณมอบลูกเล่นแห่งประกายระยับ ยังมีเครื่องประดับในรูปทรงของก้อนหิน และเปลือกหอยที่มีขนาดใหญ่ แผ่นเลื่อมถูกนำมาปักประดับเป็นลวดลายหนังจระเข้ มีการแต่งขอบขลิบริมด้วยพู่ และการเจาะรูตาไก่ด้วยระบบเลเซอร์ และการเล่นรายละเอียดด้วยการตกแต่งริมผ้าให้โค้งสวยเหมือนรูปทรงของเปลือกหอยเพื่อเติมอารมณ์ชวนฝัน



