ข่าว

รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์7ก.พ.

รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์7ก.พ.

07 ก.พ. 2553

วันนี้ (7 ก.พ.) เวลา 09.00 น. ณ กรมชลประทาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่ 56 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

ช่วงที่ 1

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ  สำหรับสัปดาห์นี้รายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยฯ” ผมมาบันทึกรายการอยู่ที่กรมชลประทานครับ  คงจะจำได้นะครับว่าเมื่อสัปดาห์ก่อน  ผมได้ไปลงพื้นที่กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายธีระ วงศ์สมุทร)  ในเรื่องของปัญหาเพลี้ยในเรื่องของข้าว  และได้พูดเอาไว้ว่าในเรื่องของความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของพี่น้องเกษตรกรนั้น  แม้ว่ารัฐบาลจะทำในเรื่องของโครงการประกันรายได้ไปแล้ว  แต่สิ่งหนึ่งซึ่งยังคงเป็นปัญหาอยู่แน่นอนครับ  ก็คือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติบ้าง เกิดขึ้นจากโรคระบาดบ้าง  ซึ่งการประกันภัยพืชผลที่จะเป็นระบบที่ครอบคลุมถึงสิ่งเหล่านี้ก็กำลังมีการเร่งรัดในการดำเนินการ  อย่างไรก็ตาม สำหรับปีนี้และในขณะนี้มีปัญหาในเรื่องของภัยแล้งและปรากฏการณ์เอลนิโญ เพราะฉะนั้น ในช่วงที่ 2 ของรายการนี้จะมีพิธีกรรับเชิญ รวมทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และอธิบดีกรมชลประทานมาพูดคุยกันถึงแนวทางของการทำงานของรัฐบาลในการที่จะรับมือกับปัญหาภัยแล้ง และการแก้ไขรวมทั้งจะมีข้อคิด และขอความร่วมมือไปยังพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องด้วย

ขอบคุณประชาชนที่ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเฮติ

แต่สำหรับช่วงแรกครับขอถือโอกาสรายงานการทำงานในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาของผมและคณะรัฐมนตรี  เริ่มต้นจากเรื่องของเฮติ  ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้เล่าให้ฟังว่ารัฐบาลนั้นได้ดำเนินการทั้งในเรื่องของการช่วยเหลือเงินไปแล้ว  การระดมการช่วยเหลือจากพี่น้องประชาชนผ่านการบริจาคเข้ามาสู่กองทุน และเรื่องของข้าว  ก็ปรากฏว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา  ในส่วนของพี่น้องประชาชนเองที่มาร่วมบริจาคเข้าสู่กองทุนนั้น  ณ วันที่เราได้ปิดโครงการไปก็มีพี่น้องได้กรุณามาบริจาคเงินรวมกันแล้วกว่า 50 ล้านบาท  ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ได้แสดงออกถึงความมีน้ำใจของพี่น้องประชาชนคนไทยในส่วนรวม  แล้วจจะได้มีการนำส่งเงินนี้ไปให้พี่น้องประชาชนในเฮติต่อไป

ส่งข้าว 100 ตันล็อตแรกไปช่วยเหลือเฮติแล้ว

ส่วนในเรื่องของข้าว  ซึ่งเราได้มีเป้าหมายในการที่จะส่งไปทั้งสิ้น 20,000 ตันนั้น  เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (1 ก.พ.) ผมได้ไปทำพิธีมอบข้าวให้กับทางผู้อำนวยการในภูมิภาคนี้ ที่ทำงานในเรื่องของโครงการอาหารโลก  ซึ่งจะได้มีการจัดส่งข้าว 100 ตันไปโดยเครื่องบิน  ที่เราทำอย่างนี้เพราะว่าความต้องการที่จะเป็นความเร่งด่วนในส่วนของเฮติยังมีอยู่  และผู้ที่เป็นผู้อำนวยการและผู้ประสานงานทางด้านนี้  ก็บอกว่าในเรื่องของอาหารนั้นก็ยังเป็นเรื่องที่มีความขาดแคลน  เพราะฉะนั้น เราก็จัดส่งทางเครื่องบินไป 100 ตัน เป็นข้าว 5% แต่ว่าสำหรับข้าวที่เหลืออีก 19,900 ตันนั้น  จะมีการดำเนินการจัดส่งทางเรือต่อไป   ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานในการที่จะได้ระวางเรือ  และดูต้นทุนที่เหมาะสม  และจะมีการผสมผสานครับ  ข้าวส่วนหนึ่งจะเป็นข้าว 5% และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นข้าว 25% ออกมาจากสต็อกของรัฐบาล  ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้มีการดำเนินการพิจารณาค่อนข้างที่จะเรียบร้อยแล้ว   

เพราะฉะนั้น การส่งความช่วยเหลือในระยะต่อไป ก็ยังมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง   ความจริงพี่น้องประชาชนซึ่งเคยประสบภัยที่เกิดขึ้นในช่วงสึนามิก็จะทราบดีนะครับว่า ปัญหาในเรื่องของการฟื้นฟู ปัญหาในเรื่องของการช่วยเหลือนั้น มันมีความจำเป็นต่อเนื่องไปอีกระยะเวลายาวพอสมควร  ไม่ใช่ว่าหลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไป  มีการช่วยเหลือเฉพาะหน้าในช่วงสัปดาห์ในช่วงเดือนแรกแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ  เพราะฉะนั้น การช่วยเหลือที่เป็นรูปของข้าวที่จะได้ส่งไปทางเรือนั้น  มีความหมายแน่นอนสำหรับชาวเฮติ  และผมก็ได้ย้ำไปแล้วในการจัดรายการมาจาก สวิตเซอร์แลนด์คราวที่แล้วว่า ทั่วโลกได้รับรู้ในเรื่องนี้  และในวันที่ผมไปส่งมอบข้าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น ก็มีทูตานุทูตและมีผู้อำนวยการ หรือผู้แทนขององค์กรระหว่างประเทศ  ซึ่งได้แสดงความขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง  และมองเห็นว่าประเทศไทยของเรานั้นมีศักยภาพจริง ๆ ในการมีส่วนร่วม ในการแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคงทางอาหารของโลกต่อไป 

ครม.มอบก.วิทย์ฯ ออกแบบการทดลองและทดสอบเครื่องจีที 200

สิ่งที่อยู่ในความสนใจในสัปดาห์ที่ผ่านมา และเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ  ก็อยากจะเรียนในบางเรื่อง เช่น เรื่องของเครื่องจีที 200 ซึ่งเป็นเครื่องที่มีการนำมาใช้ในหน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน ทั้งที่ไปใช้ในการตรวจวัตถุระเบิด เช่น  ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  และในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งไปตรวจสอบเรื่องของสารเสพติด  เรื่องนี้เป็นปัญหาขึ้นมาเพราะว่าในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอังกฤษ ซึ่งบริษัทที่เป็นผู้ผลิตเป็นบริษัทของอังกฤษนั้น  ทางประเทศอังกฤษมีการดำเนินการหลังจากที่ค้นพบทางวิชาการ มีการทดสอบในห้องแล็ป และเห็นว่าเครื่องมือเหล่านี้ไม่น่าจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้จริง  และได้มีการดำเนินการ  คือบังเอิญอังกฤษไม่ได้ใช้เครื่องตัวนี้ แต่ว่ามีพื้นที่ในบางประเทศ เช่น อิรัก อัฟกานิสถาน ที่มีกองกำลังของทางอังกฤษอยู่ ก็มีการห้ามใช้ในพื้นที่เหล่านั้น  แล้วขณะนี้ก็มีการตรวจสอบในเรื่องของตัวบริษัท   

ทีนี้ในส่วนของเรานั้น เครื่องมือตัวนี้มีการซื้อมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2549 2550 จนถึงปัจจุบัน หลายหน่วยงานมีการใช้อยู่  ผมเคยสอบถามผู้ใช้งานไปเหมือนกันเพราะว่ามีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเครื่องตัวนี้มาระยะหนึ่ง ก็ได้รับการชี้แจงมาโดยตลอดจากหน่วยงานว่า แม้ว่าประสิทธิภาพของเครื่องนี้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์  แต่ว่าผู้ปฏิบัติหรือผู้ใช้เครื่องมือเหล่านี้บอกว่าใช้งานได้  มีความพึงพอใจ  ซึ่งจะดูค้านกับข้อมูลที่ปรากฏออกมาในระยะหลัง   โดยเฉพาะในต่างประเทศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือในประเทศอังกฤษ   เพราะฉะนั้น คณะรัฐมนตรีก็เห็นว่าเพื่อให้มีข้อยุติที่ชัดเจนในเรื่องนี้  ก็ได้มอบหมายกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นผู้ดำเนินการออกแบบการทดลองและการทดสอบ  เพื่อให้ได้ข้อยุติร่วมกันว่าตกลงแล้วเครื่องมือเหล่านี้ใช้ได้จริงหรือไม่ และทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา  ซึ่งประกอบไปด้วยหลายฝ่าย   รวมทั้งนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ  ที่จะมาออกแบบการทดลอง  การตั้งคณะกรรมการเข้าใจว่าเรียบร้อยแล้ว  และคาดว่าไม่น่าจะเกิน 1-2 สัปดาห์ก็จะได้ข้อยุติมา  ซึ่งถ้าหากว่าในข้อยุตินั้นปรากฏว่าเครื่องมือนี้ใช้ไม่ได้  แน่นอนที่สุดก็จะต้องไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมือเหล่านี้ต่อไป และคงจะต้องมีการหาข้อเท็จจริงว่าที่มา ที่ไป ของการจัดซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันนั้นมีที่มา ที่ไป อย่างไร  และเหตุใดจึงขาดความรัดกุม  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงจะรอผลของการทดสอบ  ซึ่งขณะนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กำลังจะไปดำเนินการต่อไป 

รัฐบาลมั่นใจในกระบวนการการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

นอกจากเรื่องนี้แล้วในส่วนของเศรษฐกิจ สัปดาห์ที่ผ่านมาในเรื่องของภาพรวมเศรษฐกิจ  ก็ยังเป็นข่าวดีอย่างต่อเนื่อง  ผมมีการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจในวงเล็กกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบกระทรวงเศรษฐกิจ รวมไปถึงหน่วยงานสำคัญ ๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ  ทำให้ขณะนี้เรามีความมั่นใจในเรื่องของกระบวนการการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ  พร้อม ๆ กันไปการที่รัฐบาลกำลังจะสามารถจัดเก็บรายได้เกินเป้า ในปีงบประมาณนี้อาจจะสูงถึงเกือบ 2 แสนล้านล้าน  ทำให้เราต้องมาเริ่มต้นทบทวนครับ  คงจะจำได้นะครับว่าผมได้บอกว่าแผนที่รัฐบาลใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเรื่องของการกู้เงิน  เราทำเอาไว้เพื่อให้เกิดความมั่นใจและให้เกิดการฟื้นตัว  แต่ว่าถ้าหากว่าภาวะเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงไป และโดยเฉพาะอย่างก็คือขยายตัวได้ดีกว่าที่คิด  เราก็จะไม่ไปกู้ยืมถ้าไม่จำเป็น  เพราะฉะนั้น ขณะนี้เราค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถมีการปรับแผนในเรื่องของการกู้เงินลงได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นครับ ยังยืนหลักว่า ในขณะนี้โครงการตามปฏิบัติการไทยเข้มแข็งที่มีการดำเนินการอยู่ จะต้องดำเนินการต่อไป  เพราะว่าเรายังต้องประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงปีนี้ไปจนถึงประมาณปลายปี  เพื่อรอดูว่าการลงทุนทางภาคเอกชนนั้น จะมีการฟื้นตัวขึ้นมารวดเร็วมากน้อยแค่ไหน และจะสามารถเป็นตัวจักรขับเคลื่อนในเรื่องของการขยายตัวเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน  

แต่ว่าสำหรับในระยะต่อไป คือพูดง่าย ๆ ก็คือว่าตั้งแต่ปีงบประมาณหน้า และต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปี  ผมมองว่าเราสามารถที่จะนำเอาโครงการหลายโครงการกลับเข้ามาสู่ระบบงบประมาณปกติได้  และจะทำให้เราสามารถที่จะลดจำนวนเงินที่เราจะต้องกู้ทั้งหมดลงมา  อันนี้ก็หมายความว่าจะทำให้สิ่งที่หลายฝ่ายเคยกังวลว่าเราจะกู้เงินมากเกินไปหรือเปล่า สัดส่วนหนี้จะเพิ่มสูงขึ้นไปหรือเปล่า  ถ้าเราปรับแผนตรงนี้แล้ว  ก็ยิ่งมีความมั่นใจได้มากยิ่งขึ้นว่า แนวทางที่รัฐบาลดำเนินการมาไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และโครงสร้างทางเศรษฐกิจในระยะยาว และผมก็เรียนครับว่า อันนี้เป็นไปตามแนวคิดของเราตั้งแต่ต้นว่า ถ้าเราไม่ได้ทำอย่างนี้ตั้งแต่แรก  และเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว  เราอาจจะกลับมีปัญหาในเรื่องของหนี้สินที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ  และย้อนกลับมาเป็นปัญหาภาระของงบประมาณของรัฐบาลมากกว่า  เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นข่าวดี 

ครม.มอบอัยการยื่นศาลปกครองให้โครงการในมาบตาพุดที่ไม่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อม-สุขภาพดำเนินการก่อสร้างได้

ขณะเดียวกันนะครับปัญหาที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องในกรณีของมาบตาพุด  สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสพบทั้งผู้แทนของนักลงทุนจากในส่วนของญี่ปุ่น  ทั้งตัวบริษัท ทั้งเจโทร ซึ่งเป็นองค์กรของญี่ปุ่นที่ดูแลงานที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการลงทุนในต่างประเทศ  ไปจนถึงบริษัทอื่น ๆ ก็สามารถทำความเข้าใจได้ชัดเจนขึ้นถึงขั้นตอนต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ  พร้อมๆ  กันนั้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีก็เห็นชอบที่จะให้ทางอัยการเป็นผู้ยื่นขอความกรุณาจากศาลปกครองว่า ให้โครงการต่าง ๆ สามารถดำเนินการก่อสร้างไปได้  ถ้าการก่อสร้างนั้นไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง  และภาคเอกชนนั้นพร้อมที่จะรับความเสี่ยงว่าก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว จะได้ใบอนุญาตหรือไม่  ยอมรับและเคารพในกระบวนการที่จะต้องดำเนินการตามมาตรา 67 วรรคสอง  ซึ่งรัฐบาลได้ออกระเบียบประกาศต่าง ๆ ให้สามารถดำเนินการได้อยู่  โดยจะรับความเสี่ยงทั้งหมด  ซึ่งหลายบริษัท และรวมทั้งตัวแทนของบริษัทญี่ปุ่นก็มีความเข้าใจและมีความพึงพอใจระดับหนึ่ง  

ขณะเดียวกันนะครับการแก้ปัญหาสำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็จะมีการดำเนินการ  และยังดูในเรื่องของโครงการต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในการเยียวยาด้วย และในส่วนที่เป็นแผนปฏิบัติของการจัดการเขตควบคุมมลพิษ  ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศไปในกรณีของมาบตาพุดพร้อม ๆ กันไป  ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่ยังเป็นปัญหาซึ่งเราก็ยังเดินหน้าแก้ไขอย่างต่อเนื่อง  แต่คิดว่าขณะนี้มีความลงตัว มีความชัดเจน และคงจะมีความต่อเนื่อง และคงจะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนั้น สามารถที่จะมองเห็นครับว่าจะวางแผนเพื่อที่จะดำเนินการในเรื่องการค้าการลงทุน และพร้อม ๆ กันไปดูแลความสมดุลให้เกิดความถูกต้องในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร 

ช่วงที่ 2

ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีครับขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่ช่วงที่ 2 ของเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ครับ ผม ธนินวัฒน์ พัฒนวีรคุณ มาทำหน้าที่พิธีกรรับเชิญครับ ซึ่งวันนี้เราจะคุยกันในเรื่องของปัญหาผลกระทบจากภาวะภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2553 และผมก็อยู่ในห้องวอร์รูมของกรมชลประทานครับ ซึ่งเป็นห้องที่มีการวางแผนในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่แห้งแล้งปีนี้ปี 2553 ครับ คุณผู้ชมจะได้ติดตามและได้ทราบถึงปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ร่วมกับท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านอธิบดีกรมชลประทาน และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยนะครับ ในทุกมุม ทุกแง่ทุกมุมอย่างอย่าง 360 องศาเลยครับ ก่อนอื่นนะครับผมมีพื้นที่ของพื้นที่ปัญหาที่ประสบปัญหาภัยแล้งอยู่ในขณะนี้ เขามีการบริหารจัดการที่ดีครับ เราไปดูกันเลยครับว่าพื้นที่เหล่านั้นเป็นที่ไหน แล้วเขามีการแก้ไขปัญหาอย่างไร ชมกันเลยครับ

ผู้สื่อข่าวสทท. อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวในลุ่มน้ำแม่กวง และพื้นที่ในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน บรรจุปริมาณน้ำได้ 263 ล้านลูกบาศก์เมตร หล่อเลี้ยงเกษตรกรทั้ง 2 จังหวัดรวมพื้นที่กว่า 100,000 ไร่ แต่ขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนเหลือน้อย เหลือเพียง 70 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 26 เปอร์เซ็นต์ของความจุกักเก็บ แม้ปริมาณน้ำในเขื่อนจะเหลือน้อย แต่เกษตรกรยังมีการปลูกข้าวนาปรังและพืชไร่ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่จำเป็น ประกอบกับรัฐบาลรับประกันราคาข้าว แม้จะมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำก็ตาม เจ้าหน้าที่เขื่อนแม่กวงจึงหาทางออกโดยการประชุมร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชาวบ้าน ในการบริหารจัดการใช้น้ำอย่างประหยัด และพอเพียงต่อการทำเกษตรในฤดูแล้งนี้ ป้องกันการแย่งน้ำเกิดขึ้น

เกษตรกร ทำนาปรังนะครับ ถ้าไม่ทำก็จะไม่มีรายได้อะไรครับ ทางชลประทานมาแนะนำก็เข้าใจครับ

เกษตรกร ...

ผู้สื่อข่าวสทท. ที่เขื่อนแม่กวงอุดมธาราได้วางแผนการใช้น้ำในฤดูแล้งนี้ โดยกำหนดปลูกข้าวนาปรังไว้ที่ 10,000 ไร่ พืชไร่พืชผัก 4,000 ไร่ ไม้ผลกว่า 2,000 ไร่ บ่อปลา 1,900 กว่าไร่ รวมเพาะปลูกทั้งสิ้น 34,695 ไร่ โดยส่งน้ำให้กับเกษตรกรเป็นแบบรอบเวร แต่จากการสำรวจพบว่ามีพื้นที่เกินจากที่กำหนดไว้ทั้งพืชผักและข้าวนาปรัง

เจ้าหน้าที่ชลประทาน เรากำหนดไว้ทั้งหมด 8 รอบนะครับ เปิด 7 ปิด 5 นะครับ 8 รอบเลย ก็เริ่มวันที่ 4 มกราคม และไปสิ้นสุดเอาวันที่ 30 เมษายน นะครับ ปรากฏว่าเวลานี้จากการสำรวจเบื้องต้นนี้พืชไร่พืชผักก็เกินไปประมาณ 1,000 ไร่ และข้าวเกินไป 700 ไร่

ผู้สื่อข่าวสทท. เขื่อนแม่กวงอุดมธาราได้กำหนดไว้ว่าการใช้น้ำในฤดูแล้งในทุกประเภท ผู้ใช้ประมาณ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร หากเกินกว่านั้นไปแล้วเขื่อนไม่สามารถส่งน้ำให้กับเกษตรกรปลูกพืชฤดูแล้งได้ เนื่องจากต้องกันน้ำส่วนหนึ่งไว้สำหรับเกษตรกรที่ทำนาปี นอกจากนั้นเขื่อนต้องกันน้ำไว้ 14 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ทั้งนี้เมื่อเกษตรกรให้ความร่วมมือ ระมัดระวังการใช้น้ำ เชื่อว่าฤดูแล้งนี้ปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงคงไม่เกิดขึ้น สุพัฒน์ เหล่ากมล, รุจิกร ใจจ๊ะ รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ รายงานจากเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ค่ะ

ผู้สื่อข่าวสทท. ขณะนี้ดิฉันอยู่ที่จังหวัดชัยนาทค่ะ และพื้นที่ด้านหลังของดิฉันนี่นะคะเป็นพื้นที่ที่เกษตรกรได้รับบทเรียนจากการทำนาปรังปีละ 3 - 4 ครั้งค่ะ บอกว่าได้คุณภาพน้อยกว่าการทำนาปีละ 1 - 2 ครั้งค่ะ เพราะว่าการทำอย่างมีคุณภาพจะได้ผลกำไรมากกว่าค่ะ บนพื้นที่ 96 ไร่ของนายบุญธรรม เดชคุ้ม เกษตรกรหมู่ที่ 3 ตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ที่บอกกับทีมงานว่าเขาทำนาปีละ 2 ครั้ง นาปี 1 ครั้งและนาปรัง 1 ครั้ง ได้ผลผลิตจากการทำนาปี 1 เกวียนครึ่งต่อเนื้อที่ 1 ไร่ เป็นผลผลิตในปริมาณมากและมีคุณภาพ ส่งผลให้ได้กำไรมากขึ้น ผิดกับการทำนาปรังที่ทำให้ขาดทุนซึ่งได้เพียงไร่ละ 60 ถังเท่านั้น รวมถึงยังพบกับปัญหาวัชพืช ศัตรูพืชที่คอยกัดกินต้นข้าว และปัญหาขาดแคลนน้ำอีกด้วย

เกษตรกร ปีหนึ่งที่นี่ทำ 2 ครั้ง...นาปีที่จะได้มากกว่าก็คือ...จะน้อยกว่านาปรังหน่อย

ผู้สื่อข่าวสทท. ในขณะที่ฝ่ายจัดสรรน้ำโครงสร้างส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ ที่มีหน้าที่ดูแลการส่งน้ำให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ชัยนาทและสิงห์บุรี บอกว่าในฤดูฝนจะมีการจัดสรรน้ำอย่างเพียงพอต่อการทำนาของเกษตรกร แต่ถ้าเป็นฤดูแล้งในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนเมษายน ในกรณีที่เกษตรกรทำนาปรังจะมีปัญหาในการส่งน้ำไปถึงที่ปลายคลอง คือที่จังหวัดสิงห์บุรี แต่หากมีปัญหาในเรื่องของการส่งน้ำ ฝ่ายจัดสรรน้ำโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ จะทำการประชุมชี้แจงกับเกษตรกร เพื่อทำการแก้ไขปัญหาต่อไป

เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน เราจะวางแผนในการส่งน้ำ ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูแล้ง กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และทางกรมส่งเสริมการเกษตรจะมีการประชุมร่วมกันก่อนที่จะวางแผนในการส่งน้ำ เพื่อการปลูกพืชฤดูแล้ง

ผู้สื่อข่าวสทท. อย่างไรก็ตามการทำนาปีละหลายครั้งอาจทำให้เกษตกรมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่คุณภาพของผลผลิตที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ได้กำไรไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย และยังส่งผลให้มีปัญหาในเรื่องของการขาดแคลนน้ำในระยะยาว ดังนั้นการทำนาน้อยครั้งแต่มีคุณภาพจะทำให้ได้กำไรเป็นทวีคูณน่าจะดีกว่า และทั้งหมดนั้นคือตัวอย่างของการทำนาปีละน้อยครั้งแต่มีคุณภาพและมีผลกำไรมากกว่า สมรรัตน์ รุ่งมณี รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ รายงานจากจังหวัดชัยนาทค่ะ

ผู้สื่อข่าวสทท. อ่างเก็บน้ำทับเสลา อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานีนะคะ ขณะนี้หยุดส่งน้ำไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 เนื่องจากปริมาณน้ำใช้เหลือเพียง 12 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ก็ไม่มีปัญหาความขัดแย้งเรื่องการแย่งน้ำใช้ค่ะ อ่างเก็บน้ำทับเสลามีความจุ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นน้ำใช้การได้ 143 ล้านลูกบากศ์เมตร มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ในระบบชลประทาน 143,500 ไร่ นอกเขตชลประทานประมาณ 200,000 ไร่ ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างมีเพียง 29 ล้านลูกบากศ์เมตร คิดเป็นร้อยละ 18 เป็นน้ำที่ใช้การได้เพียง 12 ล้านลูกบากศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 8 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทับเสลามีคณะกรรมการดูแลจัดสรรน้ำ คณะกรรมการมีมติหยุดส่งน้ำมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน เราจะมีคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำทับเสลานะครับ ซึ่งประกอบด้วยท่านผู้ว่าฯ จะแต่งตั้งท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และเกษตรกรที่เกี่ยวข้องมาเป็นคณะทำงาน ซึ่งคณะทำงานชุดนี้จะประชุมบริหารจัดการน้ำ เช่นว่าจะมีการปิด-เปิด มีการปล่อยน้ำ มีการวางแผน...ออกประชาสัมพันธ์ให้เกษตรรับทราบ เมื่อเกษตรกรรับรู้รับทราบแล้วก็ยอมรับใน...ที่วางไว้

ผู้สื่อข่าวสทท. นายชะเอม ไวสาริกรรม เกษตกรบ้านพันสี อำเภอหนองขาหย่าง ซึ่งอยู่ห่างจากอ่างเก็บน้ำทับเสลาประมาณ 90 กิโลเมตร อยู่นอกเขตชลประทาน แต่ก็สามารถใช้น้ำทำนาได้ถึง 2 ครั้ง ซึ่งก็จะเก็บเกี่ยวข้าวครั้งที่ 2 ในปลายเดือนนี้ ทำให้ไม่ได้รับกระทบในช่วงแล้งนี้

เกษตรกร ที่บ้านพันสีนี้ทำนาปีละ 2 ครั้งครับ ได้รับน้ำจากเขื่อนทับเสลาบนก็เขาเปิดมาให้เมื่อวันที่ 15 มกราคม ก็ดีครับไม่เดือดร้อน ไม่ขาดแคลนน้ำ

ผู้สื่อข่าวสทท. จากการบริหารจัดการน้ำที่ดีของคณะทำงานบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำทับเสลา ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ใช้น้ำ ไปรมา แย้มชู รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ รายงานจากจังหวัดอุทัยธานีค่ะ

ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีครับท่านนายกฯ ครับ เดี๋ยวเราจะพูดถึงปัญหาเรื่องของภัยแล้งเลยนะครับ ตอนนี้เราอยู่ในห้องวอร์รูมของกรมชลประทาน ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำ เรียนเชิญทางนี้เลยครับ

นายกรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารผมก็เพิ่งปรารภกับคณะรัฐมนตรี เพราะว่าได้คุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เป็นห่วงว่าปีนี้อิทธิพลเอลนิโญ และปัญหาแล้งจะมีผลกระทบในเรื่องน้ำ การจัดสรรน้ำ วันนี้ก็เลยคิดว่าเป็นโอกาสดีมาดูการปฏิบัติการของทางกระทรวง

ผู้ดำเนินรายการ เดี๋ยวเราคงต้อง...นะครับว่าอิทธิพลร้อนแล้งนี่แล้งขนาดไหน แล้งเพียงแค่ไหน เอลนิโญอันยาก ๆ กำลังจะมาโยงอะไรเกี่ยวกับเรื่องของความแห้งแล้ง เดี๋ยวเรามาคุยให้พี่น้องเกษตรกรและคนไทยทั้งประเทศฟังทั้งหมดเลยนะครับ ท่านอธิบดีกรมชลประทานครับ

อธิบดีกรมชลประทาน (นายชลิต ดำรงศักดิ์) สภาวะการณ์น้ำนะครับ ก็เนื่องจากฤดูฝนที่ผ่านมานี้ปริมาณฝนตกลงตามพื้นที่ค่อนข้างน้อยเหลือเกิน ขณะเดียวกันในช่วงปลายฤดู...และจะทิ้งช่วง ทำให้สภาพโดยทั่วไปนะครับจากอ่างเก็บน้ำขณะนี้ ถ้าเราดูจากที่ผ่านมานะครับ อ่างที่มีน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงเกณฑ์ดีนี้นะครับมีอยู่ประมาณ 31 อ่าง ถ้านับอ่างที่มีน้ำน้อยก็จะมีอยู่ 2 อ่างด้วยกันก็คือที่อ่างแม่กวง และอ่างทับเสลา ในส่วนนี้ภาพโดยทั่วไปถ้าดูถึงโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เรามีน้ำอยู่ปัจจุบันนี้ 20,706 ลูกบาศก์เมตรนะครับ ถ้าเป็นโครงการขนาดใหญ่และโครงการขนาดกลางนี้ทั้งหมดที่เรามีอยู่ประมาณ 400 อ่างนี้น้ำใช้งานที่เรามีอยู่ปัจจุบันนี้ 27,027 ล้านลูกบาศก์เมตร...นอกจากนั้นแล้วในภาพรวม ถ้ารวมทั้งประเทศ ขนาดกลางด้วยนะครับก็จะมีปริมาณน้ำ... ทีนี้เนื่องจากฤดูฝนที่ผ่านมานี้ปริมาณน้ำน้อยกว่า ถ้าเทียบกับปริมาณน้ำที่หลังจากฤดูฝนปีที่ผ่านมา จะมีน้อยกว่าประมาณ 950 ล้านลูกบาศก์เมตรปีแล้ว

นายกรัฐมนตรี ราว ๆ 5 เปอร์เซ็นต์ 7 เปอร์เซ็นต์

อธิบดีกรมชลประมาณ ถูกต้องครับท่านนายกฯ ครับ แล้วก็ต้องมีการจัดการน้ำค่อนข้างต้องระวังครับ จากปริมาณน้ำที่มีอยู่ทั้งหมดนี้นะครับ... 8,726 ล้าน เป็นน้ำใช้การได้ 34,934 ลูกบากศ์เมตรนะครับ น้ำใช้การได้นี่ก็น้อยกว่า 12 ส่วน ส่วนที่เราจะจัดสรรไว้ใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ในฤดูแล้งปีนี้ก็เป็นจำนวนประมาณเกือบ 720 ล้าน และอีกส่วนหนึ่งก็ประมาณ 4,214 ล้าน เราก็ทดรองเอาออกมาใช้...เวลาฤดูฝนปีหน้านี้เผื่อฝนตกน้อยหรือฝนตกข้ามเดือนออกไป เราก็จะมีน้ำใช้

ผู้ดำเนินรายการ ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่เราต้องมีวินัยว่าจะไม่ใช้...

อธิบดีกรมชลประทาน ถูกต้องครับ

นายกรัฐมนตรี ผมกับท่านรัฐมนตรีเกษตรกำลังคุยกัน....