
อิ่มมงคลรับปีใหม่ที่"เดอะไชน่า เฮ้าส์"
เมื่อวัฒนธรรมไทยและจีนผสมผสานจนกลายเป็นหนึ่งเดียว เทศกาลสำคัญของจีนจึงถือเป็นเทศกาลสำคัญของไทยเช่นกัน อย่างเทศกาลตรุษจีนซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ทั้งชาวไทยและชาวจีนต่างก็ให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
ยิ่งปีนี้โคจรมาจ๊ะเอ๋กับวันวาเลนไทน์พอดิบพอดี เลยต้องยกความสำคัญให้เป็นสองเท่า แต่ไม่ว่าเทศกาลไหนๆ เรื่องของปากท้องก็ต้องมาก่อนเรื่องอื่นเสมอ และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศแห่งสองเทศกาลมหามงคล จึงถือโอกาสนัดแนะเพื่อนชายคนสนิทไปโซ้ยอาหารจีน ฉลองวาเลนไทน์ใต้แสงโคมแดงที่ "เดอะ ไชน่า เฮ้าส์" โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล
เพียงแค่ก้าวผ่านพ้นประตูบานใหญ่ ก็สัมผัสได้ถึงความหรูหราและบรรยากาศที่คลาสสิก อบอุ่น แต่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความเป็นจีนยุคเก่าที่ผสานอยู่ทุกอณูทั่วบริเวณ และเมื่อเยื้องกรายเข้ามาถึงห้องโถง ชุดรับแขกที่สวยงามตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางห้อง ล้อมรอบด้วยผนังและเสาที่ทำมาจากไม้ดำ ทำให้หวนคิดถึงฉากหลังในภาพยนตร์ดังยุคอดีตอย่าง "เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้" ประหนึ่งก้าวย้อนเวลาไปอยู่ในยุคเดียวกัน...ว่าไปนั่น แต่ความคิดจำต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อ ธรรมรัตน์ จินดาพล ผู้จัดการประจำห้องอาหาร ก้าวออกมาต้อนรับและทักทายอย่างเป็นกันเอง พร้อมนำชมสถานที่ตามประสาเจ้าของบ้าน ก่อนจะสาธยายถึงรสชาติอาหารที่เน้นแบบธรรมชาติใช้เครื่องปรุงน้อย แต่จะใช้ซุปน้ำหนึ่งที่ตุ๋นนาน 24 ชั่วโมง เป็นส่วนประกอบหลักสำหรับอาหารเกือบทุกจาน
ส่วนเรื่องของความอร่อยคงไม่ต้องพูดถึงเพราะผ่านปลายตะเกียบของคนดังมานักต่อนัก ทั้งบรรยากาศยังให้ความเป็นส่วนตัวหากเลือกใช้บริการไพรเวทรูม ซึ่งเหมาะมากสำหรับกลุ่มนักธุรกิจหรือจะเป็นครอบครัวไซส์กลาง 6-8 คน ร้านนี้เขามีให้บริการ 4 ห้องด้วยกัน หรือหากจะเลือกนั่งด้านนอกที่รองรับลูกค้าได้ถึง 120 คนก็ชิล...ได้ไม่แพ้กัน
ถึงเวลาลิ้มรสอาหาร ติ่มซำชุดใหญ่ก็ถูกขับเคลื่อนออกมาให้กินเล่นๆ เรียกน้ำย่อย ทั้งขนมจีบ ซาลาเปา ฮะเก๋า ก๋วยเตี๋ยวหลอด ของทอดต่างๆ อีกเพียบ ผ่านไปพอให้เวลาน้ำย่อยได้ทำงานเต็มที่ อาหารจานหลักก็ถูกลำเลียงออกมา ประเดิมด้วยอาหารเพื่อสุขภาพอย่าง "หยี่ซัง” หรือ "สลัดปลาดิบ" ประกอบด้วยปลาแซลมอนสไลด์พอคำและผักนานาชนิด จัดเรียงมาในจานอย่างสวยงาม ราดด้วยน้ำสลัดรสออกเปรี้ยวหวานจากส้ม พริกและเครื่องเทศส่งตรงจากประเทศจีน เมนูนี้ชาวจีนมีความเชื่อมาตั้งแต่โบร่ำโบราณว่าถ้าใครได้รับประทาน จะพบแต่ความสุข ความโชคดี มั่งมีศรีสุข ร่ำรวยเงินทอง มั่งคั่ง มีโชคลาภ ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง สุขภาพร่างกายแข็งแรงและอายุยืนยาว
จานต่อมาเป็น "หมูสามชั้นตุ๋นเผือก" จานนี้เชฟบอกว่ากรรมวิธีการทำไม่ธรรมดาซะด้วย เชฟจะต้องนำหมูสามชั้นไปตุ๋นกับเผือกนานถึง 1 วัน เพื่อให้เผือกและหมูกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนนำไปตุ๋นและราดด้วยซอสเป๋าฮื้อ เนื้อหมูจะนุ่มลิ้นจนละลายในปาก ยิ่งได้รับประทานคู่กับหมั่นโถวทอดเข้ากันได้เหมาะเจาะลงตัวทีเดียว
ละเลียดชิมไปเพลินๆ "ไลอ้อนเฮด" ก็ถูกนำมาวางตรงหน้าพร้อมกลุ่มควันโขมงตามติดมาด้วยกลิ่นหอม ชวนให้เหลียวมองตามแบบไม่ละสายตา ไลอ้อนเฮดหน้าตาคล้ายลูกชิ้นยักษ์ ทำจากเนื้อหมู เนื้อปู และไข่ปูมาสับรวมกันก่อนปั้นออกมาเป็นลูกกลมๆ ขนาดใหญ่ อย่างที่วางอยู่ในชามยักษ์ตรงหน้านี่ล่ะ แต่กว่าจะได้อย่างที่เห็น เชฟบอกว่าต้องอาศัยหยาดเหงื่อมากโข เพราะจะต้องลงมือสับเครื่องปรุงด้วยตัวเองเท่านั้น ปิดท้ายเมนูพิเศษเสริมมงคลวันปีใหม่ (จีน) ด้วย "เป็ดหยางโจว" เนื้อนุ่มกินคู่กับไส้เป็ดที่ทำจากแปะก๊วย แห้วจีน เห็ดหอม เกาลัด และข้าวเหนียว อร่อยอย่าบอกใคร
นอกจากเมนูพิเศษช่วงเทศกาลแล้ว ยังมีอาหารจานอร่อยให้ลิ้มรสได้ทุกช่วงเวลาอย่าง "กุ้งทอดครีมวาซาบิ" เขาใช้กุ้งแชบ๊วยตัวโต ผัดกับครีมวาซาบิสูตรเฉพาะของทางร้าน รสชาติเผ็ดกำลังดีไม่ฉุนจนขึ้นจมูกอย่างที่อื่นๆ หรือจะเลือกเมนูแนะนำสำหรับคนชอบเนื้อวัว ต้องยกให้จานนี้ “เนื้อสันในผัดพิตตาชิโอ” ที่บอกได้คำเดียวว่านุ้ม นุ่ม เอาเป็นว่าลองแวะไปชิมกันได้ ร้านเปิดบริการ 2 ช่วง มื้อกลางวัน 11.30-14.30 น. มื้อค่ำเวลา 18.30-22.30 น. หรือยกหูสอบถามที่ 0-2659-9000 ต่อ 7650 อะ…อะเมนูพิเศษฉลองตรุษจีน มีแค่ปีละครั้ง ระหว่างวันที่ 11-15 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้นนะจ๊ะ
“ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” เฮงๆ รวยๆ ทุกท่านนะคร้า



