ข่าว

ลองดูกันหน่อยไหม

ลองดูกันหน่อยไหม

07 ก.พ. 2553

หลายคนมองว่า พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี และ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ที่ตัดสินใจโบกมือลาไม่ร่วมสังฆกรรมกับกลุ่มเสื้อแดง นปช. หลังจาก จตุพร พรหมพันธุ์ ออกมาปฏิเสธกองทัพประชาชน ที่ พล.อ.พัลลภภูมิอกภูมิใจกับชื่อนี้นักหนา แต่พอมาเจอแบบนี้ ก็นึกว่า ฝ่ายบู๊ กับฝ่ายบู๊กว่

 จตุพรกับพวกรวมสามเกลอนั้น มีชื่อติดบัญชีก็เมื่อช่วงเดือนเมษายน ปีที่แล้ว เพราะอยู่บนเวทีปลุกชาวเสื้อแดงให้ออกมาชุมนุม จนเกิดเหตุบานปลายเผาบ้านเผาเมือง ทหารออกมาปราบ

 ทั้งที่ความจริงแล้ว จตุพรเองก็เป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่ขึ้นเวทีปราศรัยเมื่อครั้งเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ แต่อาจเพราะตอนนั้นบารมีมหาจำลองบดบังจนมิด คนก็เลยไม่ค่อยได้จดได้จำว่า พฤษภาทมิฬมีชื่อ "ตู่" จตุพร ร่วมเรียกร้องประชาธิปไตยหรือไม่

 มาจำกันจริงๆ จังๆ ก็นั่นแหละ เวทีหน้าทำเนียบรัฐบาล ช่วงเดือนเมษายน

 แต่คนที่จำ "ตู่" จตุพร ได้แม่นที่สุด น่าจะเป็นนายหัววีระ มุสิกพงศ์ กับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เพราะจังหวะที่รอมอบตัวนั้น "ตู่" จตุพร กับ จักรภพ เพ็ญแข ไม่รู้หายหัวดำดินหนีไปตอนไหน

 สำหรับ พล.อ.พัลลภ นั้น หลังจากมีกฎหมายนิรโทษกรรมเหตุการณ์พฤษภาทมิฬแล้ว ถึงได้รับรู้จากปากนายพลของกองทัพ ที่เคยทำหน้าที่ประหนึ่งทหารรับจ้างในสมรภูมิเวียดนามว่า ช่วงพฤษภาทมิฬเป็นคนที่รับรู้ถึงกับจัดหาแก๊งมอเตอร์ไซค์

 คนที่ผ่านเหตุการณ์พฤษภาทมิฬรู้กันดีว่า "แก๊งมอเตอร์ไซค์" ที่ขี่กวนเมืองในตอนนั้นนั่นแหละที่ทำให้เกิดเหตุเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน

 เปลวเพลิงที่ สน.นางเลิ้ง เผาผลาญจนท้องฟ้าค่ำคืนนั้นแดงฉาน ก็เห็นว่าเกี่ยวพันกับแก๊งมอเตอร์ไซค์ที่ว่า

 แต่ข่าวว่าทั้งสอง "วงแตก" ก็ใช่ว่าเอาเข้าจริงจะเป็นอย่างที่เห็น หรือฟังมา

 เพราะทั้งฝ่าย พล.อ.พัลลภ และฝ่าย นปช. ต่างก็ไปให้ทักษิณเป่ากระหม่อมมาแล้วด้วยกันทั้งนั้น

 ข่าวเกาเหลา-วงแตก ดีไม่ดีอาจเป็นแค่วิธีการไม่ให้ปากโป้งเอาแผนที่จะลุยตั้งแต่ช่วงกลางเดือนไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ไปโพนทะนาให้ชาวบ้านได้ยิน

 ก็ในเมื่อเดินหมากกันมาจนถึงวันนี้แล้ว กะอีแค่พูดผิดหูแล้วบอกว่า เลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว...มันง่ายเกินไปหรือเปล่า ?

 บุญคุณที่ทักษิณให้รองเท้ากอล์ฟมามันหมดแล้วหรือ ?

 ประวัติศาสตร์บันทึกเอาไว้ ทำให้ไม่อาจวางใจคนที่เคยสัมผัสความรุนแรง

 เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ล้วนแต่นำมาซึ่งความสูญเสีย และเราท่านทั้งหลายก็ทำได้แค่เพียงก่นด่าประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลัง กำกับความฉิบหายของบ้านเมือง

 มันอาจไม่คุ้ม แต่ใจหนึ่งก็คิดว่าน่าลองดูอีกสักหนเหมือนกันนะว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว บ้านเราเมืองเราจะปล่อยให้คนพรรค์นี้ลอยนวลไปหรือไม่