
10จว.ม็อบเสื้อแดงทหาร54กองร้อยพรึ่บรับมือ
ตื่น "ทัพแดง" 3 เหล่าทัพจัด 54 กองร้อยรับมือ มอบดาบ "มทภ.1" คุม 26 จว. เพ่งเล็งพิเศษ 10 จว. ตร.จับตา 38 จว. สั่งเตรียมกำลังให้เสร็จ 16 ก.พ. "ป๋า" ย้ำผู้นำที่ดีต้องไม่เห็นแก่ญาติ-พวกพ้อง ตู่ขอเคลียร์ "พัลลภ" 8 ก.พ. เจ้าตัวให้ขอโทษจิ๋ว-แม้ว
หลังจาก พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยมีกำลัง 3 ส่วน คือ 1.คนเสื้อแดง 2.พรรคเพื่อไทย 3.ทหารพราน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากความเคลื่อนไหวดังกล่าวที่ส่อเค้าว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงวันตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จึงเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อย่างเร่งด่วนเมื่อกลางดึกวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ก่อนที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.จะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์
รายงานแจ้งว่า วงประชุมที่ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีการหารือเพื่อเตรียมการรับมือความเคลื่อนไหวของกองกำลังดังกล่าวอย่างเคร่งเครียด ตัวแทนฝ่ายกองทัพบกมี พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก เป็นผู้อธิบายแผนการรับมือผู้ชุมนุมโดยละเอียด
จับตา 26 จว. เพ่งเล็ง 10 จว.เป็นพิเศษ
แผนรับมือกลุ่มผู้ชุมนุม กองทัพภาคที่ 1 จะร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 1 ร่วมกันดำเนินการ โดยมี พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 1 คอยวางแผน อำนวยการ ควบคุม และกำกับดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ และป้องกันแก้ไขปัญหาการก่อวินาศกรรมในพื้นที่ 26 จังหวัดของ กอ.รมน.ภาค 1 เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
พื้นที่เพ่งเล็งประกอบด้วย 10 จังหวัด คือ สิงห์บุรี ลพบุรี นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี จันทบุรี และตราด
ส่วนอัตราการจัดกำลังจะดูแลครอบคลุม 26 จังหวัด จะให้แต่ละหน่วยที่รับผิดดูแลหน่วยในแต่ละจังหวัด ส่วนในพื้นที่ กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่การชุมนุมใหญ่จะมีการสนธิกำลังจากกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ 54 กองร้อย ประกอบด้วย กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) 20 กองร้อย กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) 15 กองร้อย
หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก (นปอ.) 7 กองร้อย มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) 4 กองร้อย กองทัพเรือ 4 กองร้อย และกองทัพอากาศ 4 กองร้อย ขณะที่กองหนุนจะมีกำลังสนับสนุนประมาณ 31 กองร้อย ประกอบด้วย กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.2 รอ.) 12 กองร้อย กองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) 10 กองร้อย ศูนย์การทหารม้า 2 กองร้อย ศูนย์การทหารราบ 3 กองร้อย กองพลทหารปืนใหญ่ (พล.ป.) 2 กองร้อย หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน 2 กองร้อย
นายกฯ มั่นใจคุมม็อบอยู่หมัด
มีรายงานแจ้งว่า ในการถกลับของที่ประชุม สมช. ทุกต่างคนพอใจการเตรียมการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะนายกฯ ที่มั่นใจว่าแผนการรักษาความสงบเรียบร้อยจะสามารถบังคับใช้กับกลุ่มคนเสื้อแดงได้อย่างอยู่หมัด
“การประชุม สมช.วาระพิเศษครั้งนี้ เป็นการเตรียมแผนการดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งจากการพูดคุยกันกันแล้วทำให้อุ่นใจว่าจะสามารถดูแลความสงบเรียบร้อยภายในประเทศได้อย่างดี ทั้งนี้ แผนการปฏิบัติที่มีอยู่มีความกระชับ และชัดเจน ซึ่งต่อไปการดูแลในลักษณะแบบนี้อาจไม่จำเป็นต้องมาประชุมร่วมกันอีกก็ได้” แหล่งข่าวในวงประชุมอ้างคำพูดของนายอภิสิทธิ์
ตำรวจจับตาม็อบ 38 จังหวัด
พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงเปิดศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมว่า การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย และความมั่นคง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. จึงมีคำสั่งให้ทุกกองบัญชาการ และทุกกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เปิดศูนย์ปฏิบัติการขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อควบคุม อำนวยการ และสั่งการติดตามตรวจสอบสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
พล.ต.ท.พงศพัศระบุว่า จังหวัดเป้าหมายที่กำหนดให้เข้าไปดูแลและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดมีทั้งสิ้น 38 จังหวัด ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แม่ฮ่องสอน น่าน พิษณุโลก กำแพงเพชร และนครสวรรค์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สกลนคร มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย สุรินทร์ กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู หนองคาย นครพนม มุกดาหาร และชัยภูมิ
ภาคกลาง และภาคตะวันออก 9 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี ลพบุรี นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี และจันทบุรี ส่วนภาคใต้มี 2 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง และนครศรีธรรมราช
โฆษก ตร.กล่าวถึงหน้าที่ของศูนย์ว่า นอกจากสำรวจพื้นที่เป้าหมายและติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ แล้ว ยังประชาสัมพันธ์ให้ผู้ชุมนุมเข้าใจถึงสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการชุมนุม พร้อมจัดทำแผนเผชิญเหตุ และฝึกซ้อมการปฏิบัติของกำลังพลพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งใน กทม. และจังหวัดเป้าหมายทั้ง 38 จังหวัด ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเครื่องตรวจวัตถุระเบิดไปติดตั้งบริเวณประตูทางเข้า บช.น. รวมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจรถยนต์ที่เข้าออก บช.น.ทุกคัน
ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.สัณฐานสั่งการให้ตำรวจทุกกองบังคับการสับเปลี่ยนส่งกำลังมาดูแลความปลอดภัยทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใน บช.น. เนื่องจากหวั่นเกรงสถานการณ์ทางการเมือง และการโยกย้ายตำรวจที่อาจนำมาสู่ความไม่พอใจ



