
ความมั่นคงทางอาหาร
หนึ่งในสามประเด็นหลักที่ "ผู้นำอาเซียน" หยิบยกมาเจรจากันบนเวทีการประชุม "สุดยอดอาเซียน" ที่ไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คือ "เรื่องความมั่นคงทางอาหาร" นั่นหมายความว่า ณ เวลานี้ทุกชาติล้วนมีความกังวลและให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างยิ่ง
ประเทศไทยในฐานะพี่เบิ้มอาเซียน และหากประเมินถึงการส่งออกสินค้าอาหาร สถานะของเราในห้วงยามนี้ก็ไม่ต่างไปจาก "ครัวของโลก"
เมื่อทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า อาหารคือสิ่งจำเป็นที่สุดของมนุษยชาติ คงต้องย้อนกลับมาถามถึงความพร้อมในระดับนโยบายของบ้านเราว่า มีความพร้อมมากน้อยเพียงใดในการรับมือวิกฤติอาหารในอนาคต โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้
วันก่อนได้ยินท่าน รมว.เกษตรฯ ธีระ วงศ์สมุทร เล่าผลสรุปในที่ประชุมแผนปฏิบัติราชการ4 ปี พ.ศ. 2552-2555 ของกระทรวงเกษตรฯ จับความได้ว่า รมต. และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแห่งนี้ เห็นพ้องกันให้กำหนดแนวทางนโยบายรับผิดชอบ 3 นโยบาย ได้แก่ นโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปีแรก นโยบายแรงงาน และนโยบายเศรษฐกิจ
โดยนโยบายเหล่านี้จะเชื่อมโยงกัน 3 ด้าน ใน 3 ประเด็นยุทธศาสตร์ คือ การพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร การพัฒนาการผลิต และการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานและภารกิจสนับสนุน พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้พิจารณาการจัดทำงบประมาณแผนปฏิบัติราชการปี 2553 โดยงบประมาณที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เสนอมารวมทั้งหมดประมาณ 1.47 แสนล้านบาท ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ได้รับในปีที่ผ่าน โดยในปีที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ได้รับงบประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นควรให้แต่ละหน่วยงานพิจารณาปรับยอดให้อยู่ในวงเงิน 1.2 แสนล้านบาท โดยมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่รับผิดชอบ ร่วมพิจารณารายละเอียดในการปรับลดงบประมาณ โดยได้ให้แนวนโยบายเน้นการดำเนินการโครงการสำคัญซึ่งจะต้องมีการบูรณาการกันในทุกส่วนราชการ เช่น โครงการพัฒนาการเกษตรและส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการนิคมการเกษตร โครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น
ที่สำคัญท่าน รมว.เกษตรฯ ย้ำว่า ที่ประชุมได้รับทราบถึงกรอบนโยบายบูรณาการความมั่นคงด้านอาหารของอาเซียน ซึ่งมีองค์ประกอบหลัก 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ความมั่นคงอาหารและบรรเทากรณีฉุกเฉิน/ขาดแคลน การพัฒนาการค้าอาหารอย่างยั่งยืน การบูรณาการระบบข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงอาหาร และนวัตกรรมด้านการเกษตร
ทั้งนี้ เพื่อให้แผนดังกล่าวขยับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิผล กระทรวงจึงมีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ขึ้นเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติ



