
วัคซีนโควิด"จอห์นสัน" เสี่ยงเกิดโรค"กิลแลง-บาร์เร" ทางระบบประสาท
องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ เตือน วัคซีนโควิด"จอห์นสัน" เสี่ยงเกิดโรคข้างเคียง"กิลแลง-บาร์เร"ทางระบบประสาท
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความอ้างถึง องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) ซึ่งได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2564 (ตามเวลาประเทศไทย) เพิ่มคำเตือนในเอกสารข้อเท็จจริง วัคซีนโควิด-19 ของ "จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน" หลังพบความเสี่ยง อาจจะมีความเป็นไปได้ในการเกิดโรคทางระบบประสาทที่เกิดขึ้นได้ยาก ในช่วง 6 สัปดาห์ภายหลังได้รับวัคซีน
สำหรับโรคดังกล่าว เป็นกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillain Barre syndrome :GBS) คือกลุ่มอาการทางระบบประสาทที่เกิดความผิดปกติ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งอาการดังกล่าวนี้ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มักจะเกิดจากการติดเชื้อในกระเพาะลำไส้อักเสบ หรือการติดเชื้อในปอด ผลของอาการดังกล่าว จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการชาบริเวณแขน ขา ในบางรายอาจร้ายแรงจนกลายเป็นอัมพาต และมักจะเกิดอาการภายใน 6 สัปดาห์ หลังจากการได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
ทั้งนี้ การประเมินลักษณะโรคทางคลินิกที่เป็นลักษณะเด่นของ GBS คือมีอาการอ่อนแรงโดยเฉียบพลัน โดยอาการอ่อนแรงมักจะเริ่มจากขา ลุกลามมาที่แขน และลำตัวในที่สุด ซึ่งอาการอ่อนแรงจะมีลักษณะเหมือนกันทั้ง 2 ข้าง พร้อมกันนั้นยังมักพบว่า มีการติดเชื้อในทางเดินหายใจ หรือทางเดินอาหาร ก่อนมีอาการราว 1-3 สัปดาห์
หลังจากเริ่มแสดงอาการในระยะต้น เช่น เหน็บชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการของผู้ป่วยก็จะทรุดลงใน 2-4 สัปดาห์ จากนั้น จึงเข้าสู่ช่วงสงบของโรคและระยะฟื้นตัวใน 2-4 สัปดาห์ต่อมา อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแย่ลงมากภายในเวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงได้เช่นกัน
สำหรับกลุ่มอาการ GBS นั้น ไม่มียา หรือวิธีรักษาเฉพาะ แต่ร่างกายของคนเราจะสามารถเยียวยาตนเองให้หายได้ ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟู ดังนั้น แนวทางในการรักษานั้น จึงทำได้ด้วยการประคับประคองอาการไม่ให้แย่ลง และช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เช่น เข้ารับการทำกายภาพบำบัด เพื่อสร้างความแข็งแรง และความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อ รวมไปถึงอาจจะรับยาบรรเทาอาการปวด และป้องกันเกล็ดเลือดจับตัวเป็นลิ่ม ในระหว่างที่ผู้ป่วยเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ เป็นต้น
กลุ่มอาการ GBS นี้ สามารถเกิดขึ้นได้หลังจากที่ร่างกายติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ซึ่งอาการ GBS ไม่ได้เพิ่งค้นพบจากการได้รับวัคซีนโควิด-19 ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เท่านั้น แต่ยังเคยถูกเชื่อมโยงไปถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดอื่น ๆ ในอดีต
ขณะเดียวกัน จากแถลงการณ์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า เคสผู้ป่วยที่พบส่วนมากจะพบในเพศชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปีเป็นต้นไป ซึ่งไม่ได้มากไปกว่าที่คาดไว้ว่า อาจเกิดกับผู้รับวัคซีนเทคโนโลยี mRNA อย่าง ไฟเซอร์ (Pfizer Inc (PFE.N)/BioNTech SE) และ โมเดอร์นา (Moderna Inc. (MRNA.O) ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลสหภาพยุโรป ได้ออกคำเตือนในลักษณะเดียวกันสำหรับวัคซีนโควิด-19 ของแอสตราเซนเนก้า ที่ใช้ฐานเทคโนโลยีผลิตเดียวกันกับวัคซีนโควิด-19 ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน
แต่อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ ได้ระบุไว้ว่า ประโยชน์ของวัคซีนโควิด-19 นั้น มีมากกว่าความเสี่ยงที่ในการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
สำหรับวัคซีน จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ประเทศไทยได้ขึ้นทะเบียนไปเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2564 นำเข้าโดย แจนเซ่น-ซีแลก จำกัด ส่วนราคาอยู่ที่โดสละ 10 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 314.22 บาท และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามกับบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เพื่อนำวัคซีนเข้ามาเพิ่มเติม 25 ล้านโดส แต่ปัจจุบันยังไม่มีกำหนดนำเข้าไทย
ที่มา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ



