ข่าว

เปิดพิมพ์เขียวปฎิรูปการเมืองหวังสร้างสมานฉันท์เห็นพ้องทุกฝ่ายเข้าร่วม

เปิดพิมพ์เขียวปฎิรูปการเมืองหวังสร้างสมานฉันท์เห็นพ้องทุกฝ่ายเข้าร่วม

10 มี.ค. 2552

เปิด“พิมพ์เขียวปฎิรูป”หวังสร้างข้อเสนอ“สมานฉันท์”เห็นพ้องต้องกันทุกฝ่าย ทั้งเหลือง-แดง เน้นเปิดเวทีให้ผู้มีส่วนได้เสียตกลงกัน วาง 5 กรอบครอบจักรวาล ศึกษาทุกเรื่องตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ยัน จริยธรรม

(10 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันพระปกเกล้าได้จัดทำรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงานของคณะกรรมการอิสระเพื่อการศึกษารับฟังความคิดเห็นและเสนอแนะการพัฒนาประชาธิปไตยและการเมืองการปกครอง โดยระบุแนวทางในการดำเนินการว่าเป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกันในประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการเมืองไทยของผู้มีส่วนได้เสียในระบบการเมือง เนื่องจากในสภาพการณ์ปัจจุบันผู้มีส่วนได้เสียต่างๆมีความคิดเห็นและมีมุมมองต่อระบบการเมืองที่แตกต่างกัน ฉะนั้น ในการดำเนินการศึกษาจึงมุ่งเน้นเรื่องการศึกษาสภาพการณ์อันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศร่วมกัน อันจะนำมาสู่การจัดทำข้อเสนอสำหรับการพัฒนาประชาธิปไตย และการเมืองการปกครองโดยความสมานฉันท์และเห็นพ้องต้องกันของทุกฝ่าย
 ทั้งนี้ ได้กำหนดการดำเนินการไว้เป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 เป็นการรวบรวมข้อเสนอ โดยจะดำเนินการใน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1 .ศึกษาข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการพัฒนาประชาธิปไตยของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และของสถาบันวิชาการและองค์กรต่างๆ 2 .รับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ 1 .ตัวแทนฝ่ายการเมือง ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้าน และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง 2 .ผู้แทนกลุ่มความคิดเห็นทางการเมือง ประกอบด้วยผู้แทนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 3 .ผู้แทนศาลและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน องค์กรอัยการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 4 .บุคคลที่ได้รับการยอมรับจากสังคม 5 .นักวิชาการ 6 .ผู้แทนภาคเอกชนและภาคประชาสังคม
 จากนั้นจะเป็นการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 76 จังหวัด โดยคณะกรรมการอิสระฯจะร่วมกับองค์กร สมาคม และสถาบันการศึกษาต่างๆอาทิ สภาพัฒนาการเมือง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มหาวิทยาลัยในภูมิภาค และสมาคมต่างๆในการดำเนินการ เพื่อการขับเคลื่อนประเด็นการปฎิรูปการเมืองเข้าสู่กระบวนการรับรู้ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวทางการพัฒนาประชาธิปไตย และการเมืองการปกครองในทุกจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด อาทิ การจัดรับฟังความคิดเห็น การเปิดเวทีประชาเสวนา และการสัมนาเชิงปฎิบัติการ รวมทั้งจัดให้มีช่องทางในการสื่อสารระหว่างภาคส่วนต่างๆกับคณะกรรมการอิสระฯ
 สำหรับกรอบในการศึกษาของคณะกรรมการ อิสระฯได้กำหนดไว้ 5 ส่วนด้วยกันคือ 1 .การติดตามและการบังคับใช้รัฐธรรมนูญปี 2550 ส่วนที่ 2 การเมืองภาคพลเมือง โดยเฉพาะเรื่องสิทธิ เสรีภาพ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และการมีส่วนร่วมของพลเมืองทางการเมือง 3 .ระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ องค์กรตามรัฐธรรมนูญและจริยธรรมทางการเมือง 4 .ระบบการเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะสถาบันทางการเมืองและความสัมพันธ์ของสถาบันทางการเมือง และ 5 .การพัฒนาประชาธิปไตยและการเมืองการปกครองด้านอื่นๆเช่น วัฒนธรรมการเมือง จริยธรรม
 ระยะที่ 2 การจัดทำข้อเสนอเบื้องต้น โดยนำข้อเสนอจากการไปรับฟังความเห็นจากกลุ่มต่างๆและจากประชาชนทั้ง 76 จังหวัด และระยะที่ 3 จัดทำข้อเสนอขั้นสุดท้ายเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และจัดพิมพ์เผยแพร่ให้ประชาชนทราบ โดยใช้ระยะเวลาในการดำเนินโครงการทั้งสิ้น 8 เดือน ทั้งนี้ ผลที่คาดว่าจะได้รับมีดังนี้ 1 .ข้อเสนอที่ยอมรับร่วมกัน 2 .กระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ภาคประชาสังคม 3 .ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองของประชาชนและ 4 .การเรียนรู้ของประชาชนในทางการเมือง