
"ยอดโควิดพุ่ง" หมอประสิทธิ์ ชี้ ฉีดวัคซีนไม่เข้าเป้า เราวิกฤติแน่
"ยอดโควิดพุ่ง" สวนทางฉีดวัคซีน หมอประสิทธิ์ ชี้ วิกฤติแน่ แนะ เร่งหาวัคซีนทางเลือก
ศ.ดร.นายแพทย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เปิดเผยถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของประเทศไทย และการกระจายฉีดวัคซีนให้กับคนในประเทศ สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2564 ระบุว่า มีการฉีดวัคซีนไปแล้วจำนวน 11,975,996 โดส คิดเฉลี่ยฉีดวันละ 242,481โดส ซึ่งประชากรในประเทศมีจำนวน 69,980,009 คน คิดเป็นจำนวนผู้ได้รับวัคซีนโดสแรกแล้วร้อยละ 12.6 ขณะที่มีเพียงร้อยละ 4.6 ที่ได้รับครบ 2 โดส ซึ่งต้องยอมรับว่า อัตราฉีดในประเทศค่อนข้างน้อย
ขณะเดียวกัน การแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลต้าในประเทศไทย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ลักษณะการแพร่กระจายของเชื้อ จะรวดเร็ว เร็วกว่าสายพันธุ์สหราชอาณาจักรถึง 1.4 เท่า และเมื่อไรที่อัตราศักยภาพของการรักษาไม่เพียงพอต่อผู้ที่ติดเชื้อ อัตราเสียชีวิตก็จะพุ่งสูงขึ้นตามมา ขณะนี้ พบว่ามีสายพันธุ์แรมด้า(ประเทศเปรู) สายพันธุ์ล่าสุด ที่องค์การอนามัยโลกประกาศเฝ้าระวังใน 30 ประเทศ ส่วนที่มีการพบผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อ 2 สายพันธุ์(ไวรัสลูกผสม) ยังไม่เจอผลการศึกษาว่า ผู้ที่ติดเชื้อดังกล่าวจะเสียชีวิตมากกว่าคนติดเชื้อสายพันธุ์เดียว
นอกจากนี้ ศ.ดร.นายแพทย์ ประสิทธิ์ ยังกล่าวถึง ยุทธวิธีทุบด้วยค้อน จะเป็นมาตรการเข้มงวด ที่ช่วยให้เชื้อลดอย่างรวดเร็ว และได้ผลที่สุด ว่า หวังว่า มาตรการที่รัฐบาลออกมา จะสามารถดึงผู้ป่วยใหม่ให้ลดลง และค่อยนำไปสู่การผ่อนคลายในอนาคต แนวทางการรับมือวิกฤต โควิด-19 จากสายพันธุ์เดลต้า ต้องมีการลดความเสียหายที่เกิดจากวิกฤตที่เกินศักยภาพของระบบการดูแลสุขภาพ การเร่งลดโอกาสการแพร่ระบาด มาตรการทางการปกครอง มาตรการทางการสาธารณสุข (การบริหารจัดการควบคุมโรค การพัฒนาศักยภาพการตรวจหาผู้ติดเชื้อ การบริหารจัดการเตียง สถานพยาบาล) มาตรการส่วนบุคคล และทางสังคม(การชี้แจงเหตุ และมาตรการวินัย) การเร่งฉีดวัคซีนเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต (ผู้เสี่ยง-สูงวัย/7 โรค) มากและเร็ว การทบทวนการฉีดวัคซีน (2 เข็มที่ต่างกัน การพิจารณากระตุ้นเข็ม 3) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (ในระหว่างที่ยังไม่มีวัคซีนรุ่นที่ 2) เปิดโอกาส และเร่งกระบวนการจัดหาวัคซีนทางเลือก
ศ.ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันหลายบริษัท กำลังเร่งผลิตวัคซีนรุ่นที่ 2 เชื่อว่า อย่างเร็วสุด จะมีวัคซีนรุ่น 2 ออกมาตามท้องตลาดช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 จุดประสงค์หลักเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ เพื่อให้ราคาวัคซีนถูกขึ้น เพื่อการจัดเก็บในอุณภูมิที่แตกต่างได้มาก ผลิตจำนวนได้มาก และสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายคนได้นาน ขณะเดียวกัน วัคซีนระหว่างรอการผลิตรุ่นใหม่ วัคซีนรุุ่นที่ 1 ต้องเข้าสู่ขั้นตอนการพัฒนาประสิทธิภาพให้สูงขึ้น



