
ต้องปิดเกมก่อนเปิดศึก
ไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยน ทำตัวเป็นอีแอบครึ่งๆ กลางๆ อีกต่อไป ขบวนการทักษิณ คนหนีคุกได้รุกคืบหน้าอีกหนึ่งก้าว เป็นส่วนหนึ่งของแผนจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นโดยพฤตินัย เพียงแต่ไม่กล้าประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น
นั่นคือการประกาศโดย พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์หลังจากเดินทางไปดูไบ เพื่อพบคนหนีคุก กับแกนนำประเภทเดินหน้าลุย ไม่หวั่นการละเมิดกฎหมาย แม้แต่การฆ่าคน
เสธ.พัลลภเปิดเผยว่า “ตอนนี้ทุกส่วนที่สนับสนุนทักษิณและฝ่ายที่เห็นความไม่ถูกต้อง ไม่เป็นประชาธิปไตย และสองมาตรฐานในประเทศได้มาร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว ตั้งเป็นกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย”
ทักษิณและผู้ร่วมประชุมมีมติที่จะให้ “ผู้เฒ่าจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ของกองทัพประชาชน โดยอ้างว่า จะนำการต่อสู้นำความสงบสุขและประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา
เสธ.พัลลภบอกว่า “จะต่อสู้กันในแนวทางของเรา เพราะทนไม่ไหวกับสภาพบ้านเมือง"
“ทักษิณ” อาศัยสถานภาพอันใด ในการประกาศแต่งตั้งผู้เฒ่าจิ๋วให้เป็นแม่ทัพ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นเพียงคนหนีคุก ไร้แผ่นดินเหยียบ ต้องยืนบนพื้นทรายในทะเลทราย และรัฐบาลไทยมีหลักฐานชัดแสดงให้ดูไบเห็นแผนร้ายอีกครั้ง
อ่า! คราวนี้ผู้เฒ่าจิ๋วรู้ทันว่าขบวนการคนหนีคุกจะนำความหายนะมาให้ ด้วยการให้รับตำแหน่งใหญ่กองทัพบ๊อง เดินหน้าเผาบ้าน เผาเมือง จึงไม่ยอมรับ ทำให้พวกทหารแก่ขายชาติต้องขายหน้าอีกครั้ง
แต่ความเคลื่อนไหวของคนหนีคุกเป็นการเปิดหน้าชัดเจน แสดงให้เห็นพฤติการณ์ทักษิณซึ่งยังคงปากอย่าง ทำอย่าง ดังเช่นไม่กี่วันก่อนหน้านี้ประกาศต่อสู้แบบมหาตมะ ใช้อหิงสา แต่การต่อสู้โดยกองทัพประชาชนเท่ากับการพร้อมจะรบแตกหัก
เป็นกองทัพของขบวนการ “สู้เพื่อเงินของทักษิณ” เดิมพัน 7.6 หมื่นล้านบาท แม้ปากจะอ้างว่าเป็นสงครามไม่เกี่ยวกับเงินที่จะมีคำพิพากษา 26 กุมภาพันธ์ แต่ก็ประกาศว่าต้องให้แตกหักก่อนวันนั้น
ได้ยินคำประกาศแล้วก็ได้แต่รู้สึกสมเพช เมื่อเห็นทหารแก่ขายชาติแก้จนดิ้นรนเพื่อเงิน แม้จะต้องถูกประณามว่าเป็นเครื่องมือคนหนีคุกซึ่งสังคมมองว่าเป็นสุดยอดอภิมหากังฉินระดับชูชกเรียกปรมาจารย์นั่นเลย
การต่อสู้ของคนหนีคุกได้พิสูจน์ให้เห็นว่ากองทัพบ๊องซึ่งมีทหารแก่ขายชาติและนายทหารนอกคอกบ้าๆ บอๆ เป็นแกนนำนั้น พร้อมจะทำลายชาติบ้านเมืองให้ย่อยยับเพื่อทรัพย์สินของทักษิณแค่ 7.6 หมื่นล้านบาท
พิสูจน์ให้เห็นธาตุแท้ จิตใจของคนหนีคุกอีกครั้งว่าเห็นตัวเองและทรัพย์สินสำคัญกว่าความอยู่รอดของชาติบ้านเมือง
ไม่สนใจว่าคนอาศัยแผ่นดินไทยจะประสบทุกข์ยาก เคราะห์กรรมอย่างไรกับความโหด โฉด เขลาของพวกสู้ ทำลายชาติเพื่อเงิน
จะโทษคนธรรมดาไม่ถูกเต็มร้อย แม้แต่ทหารยศนายพล เกษียณอายุหลังจากกินเงินเดือนจากภาษีของประชาชนมาชั่วชีวิต จะแสดงให้เห็นชีวิตที่ชั่วร้าย สุมหัวกับคนหนีคุก สร้างขบวนการล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า
เมื่อรู้ชัดแบบนี้ ต้องรอดูซิว่ารัฐบาล กองทัพ และเจ้าหน้าที่คนรับผิดชอบความมั่นคง ความสงบสุข กฎหมายบ้านเมือง จะทำอย่างไร
ภารกิจก็คือกำจัดศัตรูของแผ่นดิน ในนามกองทัพประชาชน ซึ่งเป็นเพียงขบวนการสู้เพื่อเงินของคนหนีคุก ซึ่งไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม
ขอเป็นผู้อยู่เหนือกฎหมาย ไร้ความผิดตลอดกาล!
เมื่อประกาศตั้งกองทัพประชาชน ก็เท่ากับเป็นกองทัพนอกกฎหมาย โดยปกติ เมื่อมีการจัดตั้งกองกำลังเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล หรือรัฐบาลพลัดถิ่นตามคำขู่ของทักษิณ นั่นเท่ากับว่าเป็นกองกำลังนอกกฎหมาย หรือกบฏ
รัฐบาลพลัดถิ่นจะมีฝ่ายการเมืองเพื่อเจรจา แสวงหาประเทศที่รับรอง และทำงานด้านการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ โฆษณาชวนเชื่อ
และมีกองกำลังติดอาวุธ พลังมวลชน ประกอบกันเป็นแก้ว 3 ประการ โดยทหารนอกแถวบ๊อง ยกย่องตัวเองเป็นนักรบ แต่ทำงานเป็นทหารรับจ้าง
แม้จะไม่ประกาศจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นอย่างเปิดเผย พฤติกรรมฟ้องชัด รัฐบาลย่อมมีความชอบธรรมในการจัดการ แม้จะอ้างเอาประชาชนบังหน้า
ช่วงนี้จะเห็นการรุกคืบแบบเหิมเกริม กองทัพเสื้อแดงจะชุมนุมท้าทายหน้าค่ายทหารทั่วประเทศ ก็เป็นโอกาสเหมาะที่จะเก็บหลักฐานไว้ให้พร้อม
ถ้าจะให้ดี ควรใช้มาตรการตัดไฟแต่ต้นลม จัดการถอนประกัน เอาตัวหัวโจกไปขังคุก ป้องกันเหตุร้าย หรือบีบให้หนีไปอยู่นอกประเทศ แล้วขุดรากถอนโคน หยุดศึกแตกหัก เพื่อความอยู่รอด สงบสันติในบ้านเมืองนิ! อิอิอิ!!!



