ข่าว

เฮติกับ“ภัยการเมือง”...

เฮติกับ“ภัยการเมือง”...

06 ก.พ. 2553

โศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวในประเทศเฮติทำให้นึกถึงการเมืองของเฮติที่ผ่านมา จะว่าไปแล้วคนเฮติถูกภัยทางการเมืองคุกคามมาอย่างหนักหนาสาหัสไม่ต่างไปจากภัยทางธรรมชาตินัก

สาธารณรัฐเฮติเป็นประเทศมีเอกราชมานานกว่า 200 ปีแล้ว แต่ไม่เคยตั้งตัวได้ในทางการเมือง การปกครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความพยายามที่จะเป็นประชาธิปไตยซึ่งล้มเหลวตลอดมา

ประชาธิปไตยของเฮติเต็มไปด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร กบฏ จลาจล เผด็จการและการนองเลือด ในท่ามกลางความทุกข์ยากของประชาชนชาวเฮติที่ยากจนหิวโหยและไม่มีงานทำ

ระบอบการเมืองของเฮติเมื่อแรกมักจะเริ่มด้วยการเลือกตั้งที่ใช้เสียงส่วนใหญ่ตามครรลองประชาธิปไตย ปกครองประเทศแล้วก็มักจะลงท้ายด้วยระบอบเผด็จการอยู่เสมอ

จากอดีตถึงปัจจุบันเฮติมีแต่ผู้นำการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยแต่ในนาม เกือบจะทุกคนเมื่อได้รับความไว้วางใจจากคนเฮติแล้ว ก็มักจะเหลิงอำนาจกลายเป็นจอมเผด็จการกดขี่คนเฮติเรื่อยมา

รัฐบาลของเฮติไม่ว่าจะเป็นพลเรือนหรือทหารเท่าที่ผ่านมา ล้วนแต่เป็นทรราชโกงกินและมือเปื้อนเลือด การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกือบจะทุกครั้งต้องสังเวยด้วยชีวิตของคนเฮตินับพันคน

ทหารและกองทัพของเฮติเล่นการเมืองแบบเต็มตัว ในยุคหนึ่งครั้งหนึ่งเฮติมีรัฐประหารซ้อนกันไปมา เกือบจะเรียกได้ว่ามีการรัฐประหารเกิดขึ้นในเฮติเกือบจะทุกเช้าสายบ่ายค่ำก็ว่าได้อย่างนั้น

และในรัฐประหารเกือบทุกครั้งก็จะต้องเกิดการจลาจลตามมา มีการยิงทิ้ง การสังหารหมู่ และจุดไฟเผาบ้าน

นักการเมืองทำร้ายคนเฮติไม่ต่างไปจากพายุเฮอริเคน คลื่นสึนามิและแผ่นดินไหว คนเฮติถึงได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ที่ยากจนแร้นแค้นที่สุดในซีกโลกตะวันตก

คนเฮติส่วนใหญ่มากถึงร้อยละ 80 ที่ขาดแคลนไปทุกอย่าง นับตั้งแต่อาหารการกินและเครื่องอุปโภคที่จำเป็น และยิ่งกว่านั้นคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแทบจะไม่มีเลย

คนเฮติส่วนหนึ่งจึงต้องมีทั้งอาวุธหนักเบา ไม่ว่าจะเป็นปืนหรือระเบิดเอาไว้ประจำบ้าน ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง ประเทศเฮติจึงได้ชื่อว่าเป็นรัฐหนึ่งของโลกที่ล้มเหลวอย่างถึงที่สุด

เหตุการณ์นองเลือดเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ทำให้สหประชาชาติต้องตัดสินใจส่งกองกำลังรักษาสันติภาพ เข้าไปช่วยคนเฮติดูแลรักษาความสงบ และประคับประคองรัฐบาลเฮติที่มาจากการเลือกตั้งล่าสุดเอาไว้จนทุกวันนี้ จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหว อย่างที่เห็นอยู่

เฮติคงจะต้องใช้เวลาอีกนานในการฟื้นฟูประเทศ เรื่องการเมือง เรื่องประชาธิปไตยคงจะต้องพักยาวไว้ก่อน

เฮติน่าจะคือบทเรียนทางการเมืองของไทยเราด้วย โดยเฉพาะยามนี้ครับ