
5 ปัจจัย ที่ทำให้ "ลดน้ำหนัก" ไม่สำเร็จ
เปิด 5 ปัจจัย ที่ทำให้คุณ "ลดน้ำหนัก" ไม่สำเร็จสักที
การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้สำเร็จอย่างที่ตั้งใจ เพราะต้องมีวินัยและวิธีการที่ถูกต้อง บางคนยิ่งลดน้ำหนักกลับยิ่งเพิ่มขึ้น วันนี้เราจะมาไขคำตอบกันว่ามีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไปไม่ถึงเป้าหมายสักที
1.ขี้เกียจออกกำลังกาย
แม้ว่าจะคุมอาหาร กินน้อยลง แต่ถ้าไม่ออกกำลังกายเลย เจ้าก้อนไขมันที่อยู่ในตัวเราก็ไม่ถูกเผาผลาญออกมา ออกกำลังกายยิ่งมากแค่ไหนก็เบิร์นไขมันออกมากเท่านั้น ดังนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การคุมอาหาร เริ่มต้นจากครั้งละสั้น ๆ 10-15 นาทีแล้วค่อยเพิ่มเวลาขึ้นเรื่อย ๆ จนได้ตามเป้าหมาย
2.เครียดแล้วหาทางออกด้วยการกิน
อารมณ์มีอิทธิพลต่อการกินอย่างมาก เชื่อว่าทุกคนเคยเป็น เช่น ทำงานหนักใช้สมองเหนื่อยมาก เครียดมาก ต้องการผ่อนคลายด้วยการกินเค้กสักชิ้น หรือชานมไข่มุกสักแก้ว แน่นอนว่าพอหายเครียดจากการกินร่างกายก็ได้รับพลังงานไปมากมายแล้ว วิธีง่าย ๆ ที่ได้ผลเร็ว อยากให้ลองทำเพื่อคลายเครียด คือ นั่งสมาธิ หายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ ช้า ๆ ทำไปเรื่อย ๆ เพียง 1 นาทีก็เห็นผล ให้ท่องไว้ว่า "ถ้าเครียดไม่กิน ให้ออกกำลังและหายใจลึก ๆ"
3.ขาดแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนัก
เรื่องนี้สำคัญที่สุดเพราะประโยคที่มักได้ยินบ่อย ๆ คือ ไม่รู้จะลดน้ำหนักไปทำไม แต่ถ้าคุณมี Passion มากพอ รับรองว่าคุณสามารถทำได้ คุณควรหาเหตุผลโดนใจสักข้อว่าคุณอยากลดน้ำหนักไปทำไม เช่น ไม่อยากป่วยเป็นโรคอ้วนเพราะลูกยังเล็ก, กลัวอยู่ไม่ถึงลูกรับปริญญา, ฉันกำลังจะแต่งงาน, ฉันต้องสวยที่สุดในวันสำคัญที่สุดในชีวิต เป็นต้น
4.ลดน้ำหนักแบบตึงเกินไป
บางคนลดน้ำหนักได้แล้ว แต่ทำได้แป๊บเดียวก็เลิกทำเพราะตึงเกินไปจนรู้สึกเครียดและท้อ ทำแล้วไม่มีความสุขและเครียดกว่าเดิม ซึ่งการลดน้ำหนักให้สำเร็จอย่างยั่งยืนไม่ใช่การลดอย่างรวดเร็ว เช่น ลด 10 กิโลกรัมในเวลา 1-2 เดือน ดังนั้นจงอย่าลืมว่าลดน้ำหนักต้องมีความสุข ถ้าไม่ลด เราไม่เลิก
5.คิดว่ากินสิ่งนี้แล้วไม่อ้วน
ผลไม้เป็นอาหารอันดับ 1 ที่คนส่วนใหญ่คิดว่ากินเยอะแล้วไม่อ้วน แต่ความจริงคือผลไม้มีน้ำตาลผลไม้ ซึ่งพลังงานไม่น้อย ขึ้นกับว่ากินมากแค่ไหน ตัวอย่างเช่น ส้ม 1 ลูก (ผลเท่าลูกเทนนิส) มีพลังงานเท่ากับกินข้าวสวย 1 ทัพพี หรือกล้วยน้ำว้า 1 ลูก กล้วยหอมครึ่งลูก สับปะรด แตงโม หรือมะละกอ 4 ชิ้น (ที่วางเต็มในจานรองแก้ว) แต่ละอย่างเท่ากับการกินข้าวสวย 1 ทัพพีเช่นกัน ลองคิดตามดูว่า ถ้าไม่กินข้าวเย็น แต่กินส้ม 5 ลูกแทน ก็แปลว่าเรากินข้าวสวยไป 5 ทัพพีโดยไม่ได้แตะข้าวเลย
ต่อมาคืออาหารทอดและอาหารผัดทุกชนิด รวมถึงอาหารจานเดียว อาทิ ผัดไท ผัดซีอิ๊ว ผัดกะเพรา ฯลฯ น้ำมันที่ซ่อนอยู่ในอาหารพวกนี้เยอะมาก พลังงานจึงเยอะตามไปด้วย และถัดไปคือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เช่น ชาเชียวขวดรสหวาน ชานมไข่มุก กาแฟใส่น้ำตาลใส่นม น้ำอัดลม ลองอ่านฉลากโภชนาการข้างขวดดูเห็นแล้วจะตกใจ อย่าปล่อยให้พังเพราะคำว่า "ไม่เป็นไรหรอก นิดเดียวไม่อ้วน"
ข้อมูลจาก นพ.ปราโมทย์ พัชรมณีปกรณ์/ bangkokhospital



