
แบดหัก"ปู่เจริญ" ต้องออกเท่านั้น! ย้ำชัดไม่ขอคุย กร้าว"ไม่เชื่อใจ"
นักกีฬา-โค้ช กร้าว ไม่ยอมเปิดโต๊ะเจรจาสมาคมลูกขนไก่ อ้างหมดความไว้ใจ ชี้ทางเดียวที่จะเดินกลับไปก็คือ เจริญ วรรธนะสิน ต้องสละเก้าอี้นายกฯ พร้อมได้ทีมงานบริหารใหม่ที่เชื่อใจได้ ด้าน "ปู่เริญ" เซย์โน ย้ำงานนี้ไม่มีทางลาออกแน่นอน
ความเคลื่อนไหวของวิกฤติภายในสมาคมแบดมินตัน หลังจากที่นักกีฬาและโค้ชทีมชาติไทยรวม 16 คน ได้ออกมาแถลงเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ขอลาออกจากการเป็นนักกีฬาทีมชาติ เนื่องจากไม่พอใจในการบริหารงานของสมาคม ที่มี ศ.เจริญ วรรธนะสิน เป็นนายกฯ ซึ่งในวันรุ่งขึ้น ศ.เจริญ ได้ออกขอข้องมีทบทวนการกระทำดังกล่าว ให้เห็นแก่ประโยชน์ของชาติเป็นหลัก โดยในส่วนของเรื่องสัญญาทีม หรือ "ทีมคอนแทค" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชนวนปัญหานั้น จะมีการชะลอเรื่องออกไปก่อนนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะนักกีฬาและโค้ชทั้งหมด ได้เปิดแถลงข่าวอีกครั้ง โดยระบุว่าการแถลงของ ศ.เจริญ นั้น ยังมีหลายประเด็นที่ไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องสัญญาทีมของ "ซูเปอร์แมน" บุญศักดิ์ พลสนะ นักตบลูกขนไก่มือ 1 ของทีมชาติไทย ที่สมาคมทำหนังสือระบุว่าบุญศักดิ์ได้ชิงได้ลงนามก่อนผู้อื่น สมาคมจึงจำเป็นต้องยื่นมือเข้าไปเจรจาให้บริษัทอุปกรณ์สนับสนุนบุญศักดิ์อย่างเต็มเงื่อนไข ซึ่งในเรื่องดังกล่าว บุญศักดิ์ เผยว่า ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการชิงลงนามสัญญา โดยตนเองได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับผู้สนับสนุนในเดือน ก.พ.ปีก่อน แต่สมาคมเพิ่งมีแผนทีมคอนแทคในเดือน เม.ย. ซึ่งเวลานั้นสมาคมก็เรียกไปคุยว่าถ้าเป็นเช่นนี้ตนเองก็จะเป็นนักกีฬาอิสระ ทว่าทางนายกสมาคมก็บอกว่าทุกอย่างจะยังคงเหมือนเดิม
"แต่ในทางปฏิบัติมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น" บุญศักดิ์ กล่าว "เมื่อเดือน พ.ย. สมาคมได้ทำหนังสือไปยังสปอนเซอร์ของผม เพื่อขอให้จ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เดินทางไปแข่งขันรายการซูเปอร์ซีรีส์ ฮ่องกง โอเพ่น และไชน่า โอเพ่น แต่สปอนเซอร์ของผมก็ชี้แจงกลับไปว่า ความรับผิดชอบดังกล่าวน่าจะเป็นของสปอนเซอร์รายเดิมที่สนับสนุนอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ทันจบ สมาคมก็ส่งไปหนังสือไปทวงค่าใช้จ่ายในการแข่งขันซูเปอร์ซีรีส์ 2 รายการล่าสุด คือ โคเรีย โอเพ่น และมาเลเซีย โอเพ่น อีก ทั้งที่สัญญาทีมคอนแทคนี้ยังไม่เกิดขึ้นเลย และการทวงเงินนี้ก็ทำกับผมคนเดียว ทั้งๆ ที่นักกีฬาทีมชาติไทยทุกคนก็มีสปอนเซอร์ส่วนตัวกันหมด จึงขอถามว่าอย่างนี้เป็นการเลือกปฏิบัติ หรือมีความเป็นธรรมหรือไม่"
นักตบลูกขนไก่มือ 1 ของไทย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของเงินที่พักซีเกมส์ วันละ 300 บาท เป็นเวลา 6 เดือน ที่นายกสมาคมบอกว่าจ่ายให้แล้ว แต่ทางเลขาธิการสมาคม (นายสุรศักดิ์ ส่งวรกุลพันธ์) กลับบอกไปอีกทางหนึ่งว่าเงินจำนวนนี้เป็นของสมาคม จะจ่ายหรือไม่จ่ายก็ได้ การที่ผู้บริหารพูดกันไปคนละทางสองทางแบบนี้ ถือเป็นการพูดอย่างทำอย่าง ซึ่งทำให้พวกตนเองไม่มีความเชื่อใจในตัวผู้บริหารสมาคมอีกต่อไป
ด้าน นายสมพล คูเกษมกิจ อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า หลังจากที่มีเรื่องราวเกิดขึ้น ทางสมาคมก็พยายามส่งคนกลางมาเพื่อไกล่เกลี่ย ซึ่งเดิมทางกลุ่มนักกีฬาและโค้ชก็เกือบจะยอมเจรจาด้วยอยู่แล้ว แต่อีกไม่กี่วันถัดมากลับไปเปิดแถลงที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พูดประโยคว่า "ส่งเสริมคนดี ขับไล่คนชั่ว" เมื่อเราทราบเรื่องนี้ทุกอย่างก็จบ จะไม่มีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้น แม้ก่อนที่จะแถลงข่าวครั้งนี้เพียงไม่นาน ก็มีความพยายามที่จะไกล่เกลี่ย แต่ทางกลุ่มนักกีฬาและโค้ชขอยืนยันว่า จะไม่มีการเปิดโต๊ะคุยใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเชื่อใจกันไม่ได้



