ข่าว

พธม.ยื่นถอดถอน102ส.ส.หนุนแก้รธน.

พธม.ยื่นถอดถอน102ส.ส.หนุนแก้รธน.

05 ก.พ. 2553

พันธมิตรฯแสดงตนยื่นถอดถอน 102 ส.ส.หนุนแก้รธน. ย้ำทำเพื่อประโยชน์ตนเอง ผิด รธน.มาตรา 122 “โฆษกชทพ.”ถามพธม.ยื่นถอนถอน 102 ส.ส.แก้รธน.ทำไม เพราะขั้นตอนแก้ไขยังอีกนาน

(5ก.พ.) ที่รัฐสภา นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตร นายตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นายธานี แดงพวงไพบูลย์ และนางเพ็ญจิต ทะนุก เข้ายื่นหนังสือต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อแสดงตนเป็นผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตาม ม. 164 เพื่อขอให้วุฒิสภาดำเนินการตามมาตรา 274 ถอดถอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร 102 คน ที่ร่วมลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขรธน. พ.ศ. 2550 จำนวน 2 มาตรา คือ มาตรา 94 ว่าด้วยระบบเลือกตั้งและมาตรา 190 ว่าด้วยการลงนามในหนังสือสัญญากับนานาประเทศ เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา

 นายตุลย์ กล่าวว่า พฤติการณ์ของ ส.ส.ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดมาตรา 270 เพราะส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2550 ตามมาตรา 122 เป็นพฤติการณ์ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตนและคณะจึงขอแสดงตนเพื่อขอเป็นผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 20,000 คน เพื่อเสนอต่อประธานวุฒิสภาให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอน ส.ส.เหล่านี้ต่อไป ทั้งนี้การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปเพื่อประโยชน์ของตนเอง ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชน เป็นการกระทำที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นการกระทำผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 122

 นายตุลย์ กล่าวว่า การเสนอแก้มาตรา 94 ในเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส.ต้องร่วมรับผิดชอบดูแลประชาชนในเขตที่กว้าง ดังนั้นการเสนอแก้ไขของ ส.ส. จึงเป็นการหวังผลทางการเมือง ให้ตนสามารถหาเสียงได้ง่าย มีโอกาสได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในครั้งต่อไป เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยหวังประโยชน์ส่วนตน ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนร่วมของประชาชนชาวไทย และการเสนอแก้ไขมาตรา 190 ก็มิได้เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในทางตรงข้าม หากแก้ไขสำเร็จ รัฐบาลสามารถทำข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีผลกระทบต่อเขตแดนและสภาพเศรษฐกิจของประชาชนอย่างกว้างขวางโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ประชาชนก็ถูกละเมิด เพราะไม่ได้รับข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องและมีส่วนร่วมในการพิจารณา ทั้งนี้จะรวบรวมรายชื่อให้ได้ 25,000-35,00 คน เพราะอาจมีบางคนอาจถูกตัดสิทธิ์

 นายประสพสุข กล่าวว่า จะตรวจสอบรายชื่อผู้แสดงตนว่า ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายและจะแจ้งให้ผู้ริเริ่มทราบ เพื่อดำเนินการรวบรวมรายชื่อต่อไป ทั้งนี้จะต้องส่งรายชื่อภายใน 180 วันหรือภายในวันที่ 3 ส.ค.นี้

ด้านนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฐานะโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เราประสบความสำเร็จในขั้นต้นที่รวบรวมเสียงเกิน 1 ใน 5 เพื่อยื่นญัตติ ขอขอบคุณ ส.ส. 102 ท่าน จากนั้นก็เป็นขั้นตอนของสภาในการตรวจสอบรายชื่อ จากนั้นก็เป็นวาระปกติ  คงไม่ได้เร่งรัดอะไร และจะจับตาดูอย่างเข้มข้นต่อไป

 นายวัชระ กล่าวว่า ส่วนการที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้เดินทางมายื่นถอดถอน 102 ส.ส.ที่ยื่นขอแก้รัฐธรรมนูญนั้น เห็นว่าสามารถยื่นเรื่องได้ตามสิทธิ ตามกฎหมายที่มีอยู่ แต่ในแง่ของข้อเท็จจริงตนมีคำถามกลับไปว่า การยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญของส.ส.นั้นเป็นการทำหน้า ที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ที่มากกว่านั้น คือ การทำหน้าที่ของปวงชนชาวไทยตามระบอบประชาธิปไตย แต่การยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่ถูกใจกลุ่มพันธมิตรฯ หรือไม่สอดคล้องกับกลุ่มพันธมิตรฯ ก็มักจะถูกถอดถอนหรือต่อต้าน อีกหน่อย ส.ส.ก็คงไม่ต้องทำอะไรแล้ว เพราะเมื่อปฏิบัติหน้าที่ก็จะมีข้อกฎหมายบางข้อถูกหยิบยกและนำไปสู่การถอดถอน

 ขณะนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังไม่ถึงไหนเลย จึงอยากถามว่า ยื่นถอดถอนนั้นเพื่ออะไร เพราะขั้นตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยังมีอีกหลายขั้นตอน ขอให้เราเดินหน้าทำงานในสภาฯ เพราะเราไม่เคยนำความเชื่อและนำภารกิจของเราไปเดินบนถนน ขอให้กลุ่มพันธมิตรและกลุ่มที่คัดค้านเปิดใจกว้างเปิดรับความเห็นที่แตกต่างมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้น ส.ส.คงไม่กล้าทำอะไรเลย