
ทหารไทยให้ผู้ลี้ภัย30ครอบครัวกลับฝั่งพม่า
ทหารไทยเตรียมให้ผู้ลี้ภัยกะเหรี่ยง 30 ครอบครัว กลับไปดูแลบ้านตรงข้ามบ้านหนองบัว อ.ท่าสองยาง จ.ตาก จากผู้ลี้ภัยกว่า 1,000 คน
(5ก.พ.) พ.อ.นพดล วัชรจิตบวร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 อ.แม่อด จ.ตาก สั่งให้ทหารอำนวยความสะดวกให้ผู้ลี้ภัยจากการสู้รบ ชาวกะเหรี่ยง สัญชาติพม่า 30 ครอบครัว กว่า 100 คน ที่เดินทางข้ามแม่น้ำเมยกลับไปยังภูมิลำเนา ที่บ้านเลอเบอเฮอ ตรงข้ามบ้านหนองบัว ต.แม่อูสุ อ.ท่าสองยาง โดยเจ้าหน้าที่ทหารยืนยันว่า ผู้ลี้ภัยทั้งหมดกลับไปด้วยความสมัครใจ ไม่ได้ขู่เข็ญบังคับใดๆ และที่บ้านเอลเบอเฮอในฝั่งพม่านั้น ไม่มีการสู้รบใดๆระหว่างทหารรัฐบาลพม่า กับชนกลุ่มกะเหรี่ยงเคเอ็นยู. จึงไม่น่ามีปัญหาใดๆ
อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ มีเจ้าหน้าที่องค์กรทีบีบีซี. หรือองค์กรที่ช่วยเหลือชาวพม่าตามแนวชายแดนไทย - พม่า (Thailand Burma Border Consortium ) ได้ติงฝ่ายทหารว่า ยังไม่ควรส่งผู้ลี้ภัยกลับไป เนื่องจากพื้นที่ฝั่งพม่ายังมีหลุมระเบิด และยังไม่มีความพร้อมในเรื่องยา อาหาร เครื่องนุ่งห่ม รวมทั้งที่อยู่อาศัย
สำหรับบ้านเลอเบอเฮอนั้นเป็น ฐานที่มั่นเก่าของทหารกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ( เคเอ็นยู. ) ปัจจุบันตกไปเป็นที่มั่นของกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ไปแล้ว หลังจกามีการสู้รบกับฝ่ายพม่าเมือวันที่ 2 มิถุนายน 2552 ทำให้มีผู้ลี้ชาวกะเหรี่ยง สัญชาติพม่า หนีภัยสู้รบเข้ามาในเขตไทยทั้งหมด กว่า 3,000 คน ต่อมาได้ทยายกลับไป กว่า 1,500 คน และในปัจจุบันมีผู้ลี้ภัย 1,633 คน โดยอยู่ที่บ้านหนองบัว และบ้านแม่อูสุ



