ข่าว

"พีระพันธุ์"รับจัดการยาก"แม้ว"บุกที่ทับซ้อน

"พีระพันธุ์"รับจัดการยาก"แม้ว"บุกที่ทับซ้อน

05 ก.พ. 2553

รมว.ยธ.ชี้“ทักษิณ"บุกพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชาพร้อม“ฮุนเซน”ไทยคงจัดการยาก เหตุทหารเขมรคุมพื้นที่อยู่ระบุโดยมารยาทกัมพูชาควรส่งตัวให้ทางการไทย ด้าน"ปณิธาน" ระบุ ฝ่ายไทยจะจัดเจ้าหน้าที่ต้อนรับ"ฮุนเซ็น"เพราะไทยเป็นเจ้าภาพในฐานะเจ้าบ้าน

 (5ก.พ.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวว่าสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะเข้ามาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมเดินทางด้วย ว่า ในทางกฎหมายเราคงเข้าดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณได้ลำบาก เพราะพื้นที่ตรงนั้น ทหารกัมพูชาดูแลพื้นที่อยู่ แม้จะเป็นบริเวณพื้นที่ที่ยังโต้แย้งกันอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ของเราคงเข้าไปไม่ได้ ที่เป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้เพราะเจ้าหน้าที่ของเราเข้าไปพื้นที่ตรงนั้นลำบากมาก ส่วนใหญ่ที่จะเข้าไปได้คือเจ้าหน้าที่ทหาร ที่เข้าประสานงานกับทหารของกัมพูชา ถ้าจะเข้าไปก็ต้องมีการประสานไปยังหน่วยเหนือเขาก่อน ถึงจะเข้าได้ ดังนั้นกรณีนี้หากอยู่ดี ๆ เราผลีผลามเข้าไป ก็จะเป็นปัญหา และทำให้เกิดความขัดแย้งได้

 “รัฐบาล คงจะไม่เอาเรื่องนี้ทำให้เกิดปัญหาบานปลายจนเกิดความขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน เพราะมันคนละประเด็น แต่ความจริงโดยมารยาทเขาควรจะส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณให้เราอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามผมคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณคงไม่น่าเดินทางมา ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

ด้านรศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ กล่าวถึงการเข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ของสมเด็จฮุนเซ็น  นายกฯกัมพูชาว่า ไทยคงต้องจัดเจ้าหน้าที่ไปช่วยดูแลความเรียบร้อยเพราะเป็นเจ้าภาพที่ดีซึ่งเป็นไปตามกฏเกณฑ์และขั้นตอนปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้การเข้าไปในพื้นที่ทับซ้อนนั้นไม่มีแต่เรียกว่าเป็นพื้นที่ที่เราใช้อย่างปกติ ตราบใดที่ยังตกลงกันไม่ได้ก็คงบริหารจัดการไปอย่างยืดหยุ่นและถ้อยทีถ้อยอาศัยเพราะพื้นที่ทับซ้อนทางกม.ไม่มี

 ทั้งนี้สมเด็จฮุนเซ็นอาจต้องการเข้ามาสำรวจและรับฟังความเห็นซึ่งหากเราไม่ดูแลหรือเป็นเจ้าภาพที่ดี นานาชาติคงมองไม่ดี เพราะอาจโยงไปถึงความต้องการมีแผนหรือฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวหากเราไม่สนใจก็อาจถูกมองว่าเราไม่ให้ความร่วมมือ เราทำตามขั้นตอนก็ส่งจนท.ไปดูแต่ไม่มีผลต่อเขตแดนหรืออธิปไตย 

 ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะร่วมคณะกับสมเด็จฮุนเซ็นนั้นเราถือว่าเป็นบุคคลที่มีคดีดังนั้นหากใครมีคดีมีหมายจับก็ต้องเป็นไปตามกฏหมายไทยเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ

 การประชุมความมั่นคงวานนี้ก็เป็นการประชุมตามปกติเพราะสัปดาห์หน้าหลายท่านที่เกี่ยวข้องติดภารกิจโดยการดังกล่าวได้พูดถึงการเข้าพื้นที่ของสมเด็จฮุนเซ็น สถานการณ์การเมือง การชุมนุม ซึ่งหากประชาชนอาจกังวลว่าจะมีความรุนแรงแต่รัฐบาลจะดูแลให้เกิดความเรียบร้อย

 ส่วนกองทัพประชาชนนั้นเป็นการใช้คำที่หมิ่นเหม่ไม่เป็นผลดีเพราะแม้แต่คนเคลื่อนไหวในกลุ่มเดียวกันก็ปฏิเสธที่รับผิดชอบรวมทั้งผู้ใหญ่ที่อาวุโสในกลุ่มก็เช่นกัน ซึ่งการเคลื่อนไหวเป็นการผลักดันให้เกิดสถานการณ์ต่าง ๆ  หากทำอะไรที่ส่อไปทางรุนแรงหรือการติดอาวุธเจ้าหน้าที่ก็ต้องดูแล

 เดือนนี้มีการเคลื่อนไหว และดำเนินการกดกันการเมืองมาก จากนี้ไปก็ค่อยหายไปซึ่งจะให้เจ้าหน้าที่ทหาร เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานคือตำรวจ ตามกฏหมายปกติแต่หากเหตุการณ์เข้มข้นก็คงใช้กม.พิเศษซึ่งจะดูสถานการณ์ตามความเป็นจริง

 สำหรับการเดินทางไปราชการของผบ.ทบ.ทางกองทัพก็มีระบบการมอบงานอยู่แล้วซึ่งเหมือนรัฐบาลและความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพก็ดีมาตลอด ส่วนการปฏิวัตินั้นประชาชนได้ส่งสัญญาณมาตลอดว่าไม่ต้องการเห็นอะไรที่วุ่นวาย และขณะนี้ทุกคนก็ทำหน้าที่และเป็นไปตามระบบปกติ