
ปรับตัวก่อนรอดก่อน…ทางเลือกทางรอดในยุค"New Normal" เทรนด์โลก" Digital" ของธุรกิจ"สุขภาพ"และ"ความงาม"
ปรับตัวก่อนรอดก่อน…ทางเลือกทางรอดในยุค" New Normal" เทรนด์โลก" Digital "ของธุรกิจ"สุขภาพ"และ"ความงาม"
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางไปทั่วโลกและจะระบาดยาวนานเพียงใดไม่รู้ได้ ผู้ประกอบการธุรกิจหลายสาขาอาชีพต่างรับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หนึ่งในนั้นก็คือธุรกิจด้านความงามและสุขภาพที่ต้องปิดกิจการชั่วคราวหรือเลิกกิจการไปจากมาตรการ"ล็อกดาวน์"ประเทศการชะลอตัวด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมาการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเองเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ การเว้นระยะห่างทางสังคมเหล่านี้ทำให้ ตลาดความงาม เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ท่ามกลางการรับมือการแพร่ระบาดของโควิดทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลงเป็นปัจจัยทำให้คลินิกความงามต้องปรับตัวตามเพื่อรับมือจากทุกสถานการณ์ตลอดเวลามีการทำการขายและการตลาดแบบออนไลน์มากขึ้นเพื่อรองรับกับผู้คนที่นิยมใช้ Social Media มากขึ้น
มีการออกโปรโมชั่นด้านราคา ลด แถม หรือเหมาจ่ายในราคาที่คุ้มค่ามากขึ้น มีการทำรีวิวสินค้าตลอดจนนำเน็ตไอดอลหรือกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์เข้ารับบริการผ่านออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อดึงกลุ่มลูกค้ากลับมาใช้บริการเหมือนเดิม
โดยเฉพาะธุรกิจสถานเสริมความงามที่ต้องปรับแนวทางและกลยุทธ์ที่จะให้ธุรกิจอยู่รอดหนึ่งในนั้นคือ การปรับปรุงพัฒนาบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ทำให้ตระหนักถึงสุขภาพมากขึ้นกว่าเดิมนอกเหนือความสวยงามและการดูแลผิวพรรณภายนอก
ดังนั้นคลินิกความงามที่มีเฉพาะบริการทรีทเมนต์ผิว ฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม อาจไม่สามารถตอบสนอง ความต้องการของผู้บริโภคได้จึงจำเป็นต้องมีสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับการเสริมสร้างสุขภาพด้วย
ศาสตร์ด้านหนึ่งที่น่าสนใจและเป็นที่รู้จักมากขึ้นคือ เวชศาสตร์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพ(Anti-Aging and Regenerative Medicine)ที่ใช้ป้องกันและฟื้นฟูร่างกายให้ดูดีจากภายในสู่ภายนอกเพื่อให้มีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ
โดยคลินิกความงามสามารถนำมาผสมผสานกับบริการด้านความงามเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นช่วยเพิ่มโอกาสการอยู่รอดในธุรกิจคลินิกความงามอีกทางหนึ่ง
และจากค่าใช้จ่ายในการบริการที่ถูกลงจึงทำให้ตลาดขยายตัวมากขึ้นผู้รับบริการไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มที่มีฐานะดีและมีชื่อเสียงเท่านั้น
แต่รวมถึงคนรุ่นใหม่ตั้งแต่วัยรุ่นตอนปลายทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ไปถึงวัยผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุที่เริ่มหันมาดูแลสุขภาพและภาพลักษณ์ภายนอกมากขึ้นนับเป็นเทรนด์ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน
จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสุขภาพและความงามยังเจริญเติบโต แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ยังคงอยู่ต่อไปอีกยาวนานก็ตาม ฉะนั้นหากผู้ประกอบธุรกิจมีการปรับตัวก่อนก็ย่อมรอดก่อนนั่นเอง
คุณกนกพร โฉมอาสา ผู้บริหาร บริษัท GNL นักการตลาดและประชาสัมพันธ์คลินิกความงามและศัลยกรรม ผู้คร่ำหวอดการทำการตลาดธุรกิจความงามและสุขภาพมานานกว่า 7 ปี ดูแลลูกค้ากว่าร้อยรายเล่าถึงประสบการณ์ในการวางแผนการตลาดของคลินิกความงามและวิวัฒนาการความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ดีทันสมัยขึ้นของธุรกิจด้านนี้และผลกระทบในยุคNew Normal ว่า ได้เริ่มเข้าทำงานที่คลินิกความงามและเรียนรู้ด้านนี้มาอย่างต่อเนื่องมีโอกาสสั่งสมประสบการณ์
ต่อมาเข้าไปทำงานในบริษัทด้านMarketing ในแผนก Business Development ในส่วน Digital Marketing E-commerce และ Marcom
เมื่อนำความรู้และประสบการณ์ทั้ง 2 สายงานมาผนวก เข้าด้วยกัน ก็พบว่าช่องทางในการเป็นผู้ประกอบการด้วยตนเองนั้นมีความเป็นไปได้ ในการทำการตลาดให้กับคลินิกความงามและสุขภาพเป็นอย่างดี
“คุยกับเจ้าของคลีนิคทำให้รู้ว่าการทำหัตถการนั้น เมื่อลูกค้าต้องการฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม คุณหมอจะต้องประเมินถึงผลลัพธ์ว่าทำแล้วผลจะออกมาอย่างไร ก็เอามาเป็นแนวคิด เบื้องต้นการวางแผนการตลาดของคลีนิคเพื่อดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการนั้นแน่นอนว่าคลินิกปัจจุบันมีจำนวนมาก ฉะนั้นต้องหาความแตกต่างและจุดเด่นของตัวเองซึ่งความชำนาญของคุณหมอที่สามารถออกแบบปรับรูปหน้า ลูกค้าได้ โดยใช้ตัวยาและเครื่องมือ เช่น เครื่อง Hifu Botox Filler และการร้อยไหม นับเป็นการขายที่ดี เป็นต้น จากนั้นมาคิดต่อว่าต้องทำการสื่อสารในการขายแบบไหน ราคาอย่างไร มีโปรโมชั่นอะไรบ้าง คุณภาพสินค้าดีไหม และดีอย่างไรแล้วนำมาเผยแพร่สู่สังคมให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบ” คุณกนกพร โฉมอาสา ผู้บริหารบริษัท GNL กล่าว
และเล่าเพิ่มเติมด้วยว่า ปัจจุบันผู้คนนิยมใช้บริการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้นและในสถานการณ์ COVID-19 ธุรกิจหลายประเภทต่างหันมาทำธุรกิจ E-Commerce ทดแทน
เมื่อลูกค้าไม่สามารถไปเดินห้างฯเข้าคลีนิคเพื่อปรึกษารายละเอียดและสอบถามราคาตลอดถึงการใช้บริการ ฉะนั้นต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด จากรูปแบบ เดิมๆ มาสู่ช่องทางออนไลน์ ผ่านอินฟลูเอนเซอร์ และ บิวตี้บล็อกเกอร์ ในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อให้เกิดความสนใจในตัวสินค้าและบริการ
ที่สำคัญเรื่องของความงามเป็นสุนทรียภาพ แม้ว่าคนในสังคมปัจจุบันต้องใส่หน้ากากอนามัย แต่ก็ยังต้องการสวย และดูดีอยู่เสมอ
ที่สำคัญปัจจัยสนับสนุนที่ดี คือ พฤติกรรมผู้ใช้บริการที่เปลี่ยนไป ผู้บริโภคติดตามข้อมูล ศึกษาสิ่งที่ตนต้องการผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น การมีช่องทางการจำหน่ายจำนวนมาก และมีต้นทุนต่ำ ระบบการชำระเงินที่หลากหลาย แอปพลิเคชั่นที่ใช้ในการเลือกใช้บริการเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายจึงเป็นช่องทางเสริมที่ดี
“ในปัจจุบันธุรกิจคลินิคเสริมความงามมีการแข่งขันทางการตลาดสูงเนื่องจากService หรือบริการที่มีความคล้ายคลึงกันธุรกิจด้านนี้ต้องลงทุนสูง การทำการตลาดออนไลน์ก็ต้องออกมาดูดี มีแบรนด์ มีราคา มีความน่าเชื่อถือและมีทิศทางการตลาดอย่างชัดเจน มีกลยุทธ์ทั้งเพื่อสนับสนุนแบรนด์และใช้เครื่องมือออนไลน์ให้เหมาะสม
ดังนั้นการวางแผนทางด้านการตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญหากวางแผนไม่ดีอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการลองผิดลองถูก ซึ่งแน่นอนว่าจะมาคู่กับ Cost หรือ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และเวลาที่สูญเสียไป
ฉะนั้นการทำการตลาดออนไลน์ครบวงจรหรือ 1-Stop-Service ตั้งแต่การทำเว็บไซต์ การโปรโมทเว็บไซต์รวมไปถึงการใช้ตลาดบนสื่อ Social Media ได้แก่ การทำ Facebook Ads, LINE OA (Line official account), SEO (Search Engine Optimization), SEM (Search Engine Marketing), Google Ads (Google AdWords)
และการลงโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์อื่นๆรวมไปถึงการทำ Application ตลอดทั้งมีทีมงานมืออาชีพที่สามารถติดตามและวิจัยเทรนด์ของการตลาดออนไลน์ ได้อย่างทันการเพื่อปรับกลยุทธ์ การให้บริการให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของการตลาดออนไลน์ (Digital Marketing) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”กนกพร โฉมอาสา กล่าว



