
ตรวจเข้มพนักงานขับรถโดยสารแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์
นายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ได้ทำหนังสือสั่งการไปยังสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ เพื่อกำชับการปฏิบัติในการควบคุมดูแลพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ โดยจะส่งผู้ตรวจการฯ ออกตรวจสอบผู้ขับรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท
ทั้งรถโดยสารประจำทาง รถโดยสารไม่ประจำทาง รถตู้โดยสาร และรถแท็กซี่ ฯลฯ ซึ่งจะมีการตั้งด่านตรวจบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารต้นทางและจุดรับ-ส่งระหว่างทาง หากตรวจพบพนักงานขับรถมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 0 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะต้องเปลี่ยนตัวให้ผู้ขับรถที่ไม่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดทำหน้าที่แทนทันที แม้กฎหมายจะกำหนดให้ผู้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ห้ามขับรถก็ตาม แต่กรณีของรถโดยสารสาธารณะซึ่งต้องรับผิดชอบชีวิตผู้โดยสารเป็นจำนวนมากและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งมีความเสียหายร้ายแรง กรมจึงออกระเบียบให้ดำเนินการกับคนขับรถได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ในกรณีที่พนักงานขับรถมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) นอกจากตัวพนักงานขับรถจะถูกส่งดำเนินคดีแล้ว ผู้ประกอบการขนส่งเองก็มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทด้วย
นอกจากนี้จะดำเนินการกับผู้ประกอบการขนส่งในฐานที่ไม่ควบคุมดูแลพนักงานขับรถ ให้นายทะเบียนพิจารณาเกี่ยวกับการต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง เนื่องจากเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ต้องการลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุทางถนนทั่วประเทศ จึงต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายทั้งนี้ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ กรมได้ส่งผู้ตรวจการฯ ออกไปตั้งด่านตรวจเข้มพนักงานขับรถโดยสาร 2 จุด คือ ที่อู่รถขสมก.ถนนพระรามที่ 2 และที่บริเวณทางออกรถ บขส. ที่สถานีขนส่งหมอชิตใหม่ ถนนกำแพงเพชร 2



