ข่าว

นายกฯไปประชุมที่ดาวอสคนไทยได้อะไรบ้าง

นายกฯไปประชุมที่ดาวอสคนไทยได้อะไรบ้าง

05 ก.พ. 2553

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว นายกฯ อภิสิทธิ์ไปประชุมร่วมกับ สภาเศรษฐกิจโลก ที่เรียกว่า “เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม" ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะช่วงกลางคืน และบางวันหิมะตกเกือบท่วมเข่า

 อันการประชุมที่ดาวอสนี้ เป็นการประชุมประจำปี ครั้งที่ 40 จัดโดยองค์กรภาคเอกชน กล่าวว่ามีผู้ไปร่วมประชุม 5 วันนี้ถึง 2,500 คน (แต่บางคนไม่ได้เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งมีถึง 200 สัมมนาใน 5 วันนี้สักครั้งเดียวเลย เพียงแต่ถือโอกาสไปกระทบไหล่คนดังอย่างกันเอง) ลักษณะพิเศษของการประชุมนี้คือเป็นที่รวมของ “ยอดคน“ ทุกสาขาอาชีพทั้งจากวงการเมือง มีผู้นำหลายสิบประเทศไปร่วมทั้งจากวงการธุรกิจซึ่งรวมทั้งมหาเศรษฐีเจ้าของกิจการและผู้บริหารมืออาชีพ (ลูกจ้าง) มีทั้งผู้ที่อยู่ในวงการบันเทิง นักวิชาการ มีนักเศรษฐศาสตร์ดังๆ หลายคนไปร่วม และที่ขาดไม่ได้ก็คือผู้ที่ไปจากวงการสื่อมวลชน นอกจากนี้ที่ขาดไม่ได้อีกพวกหนึ่งคือพวกล็อบบี้ยิสต์

 ดังที่กล่าวแล้วว่ามีการสัมมนาถึง 200 สัมมนา ครอบคลุมหัวข้อทุกเรื่อง และในปีนี้ก็คงไม่พ้นที่การประชุมจะโฟกัสไปยังเรื่องเศรษฐกิจ มีคนพูดกันว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นจริงหรือไม่ แต่เห็นพ้องต้องกันว่ารัฐบาลจะต้อง ยังไม่เลิกทุ่มเงินฟื้นฟูเศรษฐกิจ กู้เงินเขามาหว่านอย่างเคยก็ต้องทำต่อไป ไม่อย่างนั้นจะเกิดอาการหัวคะมำซ้ำสอง

 แดนกระสุนตกในที่ประชุมครั้งนี้คือวงการธนาคาร โดยเฉพาะธนาคารประเภทวาณิชธนกิจหรือมีฉายานามว่า "นักเล่นแร่แปรธาตุ" ถูกรุมชี้นิ้วว่าเป็นเหตุแห่งการล่มสลายทางเศรษฐกิจสมควรจะได้รับการปฏิรูปโดยด่วน ด้วยการเพิ่มกฎข้อบังคับให้เข้มงวดยิ่งขึ้นและด้วยการจัดระเบียบอื่นๆ เช่น จำกัดขนาดของธนาคารไม่ให้ใหญ่โตเกินไป แน่นอนบรรดานายธนาคารก็ใช้เมืองดาวอสแห่งนี้สุมหัวกันเพื่อต่อต้านข้อบังคับใหม่ๆ ที่ตึงตัวเกินไปจนไม่สามารถทำให้พวกเขาเบิกโบนัสกันได้สบายเหมือนแต่ก่อน

 ข่าวดังอีกชิ้นหนึ่งคือ ข่าวมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกคือ ท่านบิล เกตส์ ประกาศว่ามูลนิธิของท่านและภริยาจะบริจาคเงินให้ถึง 3 แสนล้านบาท เพื่อไปค้นคว้าและผลิตวัคซีนสำหรับแจกให้แก่เด็กในประเทศยากจนใช้ฟรี ขออนุโมทนาสาธุ

 พ่อมดทางการเงิน จอร์จ โซรอส ได้พูดในที่สัมมนาแห่งนี้ว่า ให้ระวังจะเกิดฟองสบู่แตกรอบใหม่ทั่วโลก ฟองสบู่ที่ว่านี้เกิดจากราคาทองคำที่ถูกปั่นขึ้นสูงอย่างในขณะนี้ ซึ่งทำให้ราคาขายในเมืองไทยเกือบแตะ 2 หมื่นบาท ต่อทองหนัก 1 บาท หรือต่อกระดาษแผ่นหนึ่งที่เรียกว่าสัญญาล่วงหน้า อย่างไรก็ดีเศรษฐีที่อยู่ในวงการค้าทองก็ออกมาขัดคอว่า โซรอสพูดไม่จริง ใครที่ลงทุนเรื่องทองในบ้านเราฟังหูไว้หูก็แล้วกัน

 หัวข้อที่นายกฯ ของเราไปบรรยายเรื่องขอไม่ให้ประเทศพัฒนากีดกันสินค้าเกษตรนั้นจึงไม่ตกเป็นข่าว เพราะเป็นเรื่องที่การประชุมครั้งนี้ไม่สนใจและเป็นเรื่องที่พูดกันมานานหลายปีแล้ว อนึ่งเรื่องที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์บีบีซีว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2553 นี้จะฟื้นตัวขึ้นถึง 4% นั้นไม่ทราบว่าคนฟังฝรั่งจะเชื่อแค่ไหน แต่ทันทีที่นายกฯ มาถึงเมืองไทย ผู้นำทางธุรกิจของไทยก็ให้สัมภาษณ์ว่าถ้าปล่อยให้การเมืองไทยเป็นไปอย่างนี้คือลือว่าจะมีการปฏิวัติวันโน้นวันนี้และม็อบสารพัดเกิดขึ้นแทบทุกวันรวมทั้งปัญหามาบตาพุดยังจัดไม่ลงตัว จีดีพีน่าจะโตไม่ถึง 2%

 แล้วที่นายกฯ ไปประชุมดาวอสมาครั้งนี้จริงๆ นั้นคนไทยได้อะไรบ้าง คนไทยหลายคนรู้สึกว่าไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่คนไทยประสบอยู่เลย อย่างไรนายกฯ ควรจะเล่าเรื่องที่เป็นรูปธรรมให้ฟังมากกว่านี้

นายหนูใหญ่
[email protected]