
หาช่องลดค่าต๋งโอนเงินผ่านตู้ธปท.ชี้แบงก์เก็บแพง-ยอดธุรกรรมพุ่งพรวด
ยอดโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มพุ่ง ลูกค้าเน้นความสะดวก ธปท.เล็งปรับการคิดค่าธรรมเนียม ชี้แบงก์เรียกเก็บแพงเกินไป เผยคงต้องดูการเก็บค่าธรรมเนียมของแบงก์ทั้งระบบ อ้างประชาชนร้องเรียนเข้ามามาก
นางทศชนก ลีลาวรรณกุลศิริ ผู้บริหารส่วน ส่วนนโยบายและกลยุทธ์ระบบการชำระเงิน ฝ่ายระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาปริมาณการทำธุรกรรมโอนเงินข้ามธนาคารผ่านตู้เอทีเอ็มได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งประเด็นหลักน่าจะเป็นเพราะความสะดวกสบายของผู้โอนเงิน ไม่จำเป็นต้องเดินเข้าไปโอนในธนาคารพาณิชย์ แต่สามารถทำธุรกรรมดังกล่าวผ่านตู้เอทีเอ็มได้เลย
อย่างไรก็ตาม ธปท. มีความเป็นห่วงในเรื่องการคิดค่าธรรมเนียม (ค่าฟี) เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่าธนาคารพาณิชย์มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่ค่อนข้างแพง ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 25-30 บาทต่อหนึ่งรายการ โดยเรื่องนี้ทางคณะทำงานต้นทุนและค่าธรรมเนียมการใช้บริการระบบการชำระเงินของธนาคารพาณิชย์ (คตน.) อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น
สำหรับการพิจารณาเพื่อปรับปรุงการคิดค่าธรรมเนียมของ คตน. นั้น คงไม่ได้ดูแค่เฉพาะในส่วนของการโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มเพียงอย่างเดียว แต่จะดูในภาพรวมทั้งระบบว่า มีธุรกรรมใดบ้างที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่ค่อนข้างแพง ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะพิจารณาให้แล้วเสร็จและปรับใช้ก่อนสิ้นปีนี้
“เราเองก็ดูอยู่และทราบถึงปัญหาดี ซึ่งคณะทำงานก็อยู่ระหว่างหารือกันเพื่อสรุปทางออกของเรื่องนี้ ส่วนการปรับปรุงในเรื่องการคิดค่าฟีนั้น คงไม่ได้ดูแค่เฉพาะธุรกรรมโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มเพียงอย่างเดียว แต่จะดูในภาพรวมทั้งหมดว่ามีธุรกรรมใดที่ค่าฟีเรียกเก็บแพง ที่ผ่านมาก็มีประชาชนร้องเรียนเข้ามาในธุรกรรมบางตัวอย่าง bulk payment credit ซึ่งตัวนี้มีคนร้องเรียนเข้ามาค่อนข้างมาก” นางทศชนกกล่าว
ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2552 ปริมาณการทำธุรกรรมโอนเงินข้ามธนาคารผ่านตู้เอทีเอ็มมียอดรวมกว่า 76.2 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่ารวม 453 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับยอดรวมทั้งปีในปี 2551 ที่มีจำนวน 79.0 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่ารวม 478 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2550 มียอดดังกล่าวรวมกันเพียง 55 ล้านรายการ
ส่วนปริมาณธุรกรรมเช็คในช่วงที่ผ่านมานั้น ในเรื่องของปริมาณแล้วมีการปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากลูกค้าหันไปใช้บริการผ่านธุรกรรม โออาร์เอฟที และ bulk payment credit กันมากขึ้น ส่วนผลให้ยอดการใช้เช็คปรับลดลงตามไปด้วย ขณะที่ปริมาณธุรกรรมผ่านเช็คในรอบ 9 เดือนแรกของปี 2552 มีรวมจำนวน 1.25 แสนรายการ คิดเป็นมูลค่า 5.8 หมื่นล้านบาท



