ข่าว

 เวลามีค่าเพียงใดต่อมูลค่าเงินออม

เวลามีค่าเพียงใดต่อมูลค่าเงินออม

06 ก.พ. 2553

นับวันคนเรายิ่งอายุยืนขึ้น ในสมัยที่การแพทย์ยังไม่เจริญ อายุคนไทยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50-60 ปี พอมาถึงวันนี้ไม่ใช่แล้ว ผู้ชายเฉลี่ยที่ประมาณ 66 ปี ส่วนผู้หญิงอยู่ในราว 76 ปี ส่วนประเทศในแถบยุโรปยิ่งไม่ต้องพูดถึงเฉลี่ยอยู่ที่ 80 กว่าปีแล้ว

ซึ่งต่อจากนี้ไปแนวโน้มเรื่องคนอายุยืนนับวันก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าถ้าคนเราเกษียณอายุที่ 60 ปี ต้องใช้ชีวิตกันต่อไปอีกเกือบ 20 ปี ถึงจะเสียชีวิต (ข้อมูลจากวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และถ้าต้องใช้ชีวิตอีก 20 ปีแบบที่ไม่มีรายได้เราจะต้องทำอย่างไร การเก็บออมเงินไว้ตั้งแต่ช่วงที่ยังมีเรี่ยวมีแรงทำงานเพื่อนำไปใช้ในยามที่เรี่ยวแรงก็มีน้อย จึงเป็นเรื่องที่คนทำงานยุคนี้ไม่ควรละเลย และทำให้เป็นนิสัย 
 
เหตุที่คนเราจะต้องการเริ่มต้นออมเงินเสียแต่เนิ่นๆ ก็เพื่อจะมีเวลาในการออมได้นาน ซึ่งจะส่งผลให้เงินออมของเราเพิ่มขึ้นได้หลายเท่าตัว เพราะเรื่องของเวลาเป็นตัวแปรที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าว่าจะเก็บออมเดือนละเท่าไหร่ ปีละเท่าไหร่ บางคนบอกว่าเงินเดือนน้อยยังไม่ออม รอให้เงินเดือนมากกว่านี้หน่อยแล้วค่อยออม ถ้าคุณคิดอย่างนั้นก็เท่ากับว่าคุณปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เพราะบางที หลายเรื่องก็เป็นเรื่องของอนาคตที่เราคาดการณ์ไม่ได้

ยกตัวอย่างง่ายๆ คนอายุ 23 ปีเพิ่งเริ่มต้นทำงาน เงินเดือนน้อยก็จริงขอเก็บเดือนละ 500 บาท 10 ปีก็มีเงินเก็บ 6 หมื่นบาทแล้ว ในมุมกลับกัน หากเขาไม่เก็บเลยบอกว่ารออายุ 30 ก่อนค่อยเก็บ เท่ากับว่าสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ถ้าอยากจะเก็บให้ทันคนที่เก็บมาตั้งแต่อายุ 23 ปีก็ต้องเหนื่อยกว่าเป็นต้น อีกอย่างหนึ่ง ยิ่งอายุมาก เรื่องใช้เงินมันก็จะมากขึ้นตามไปด้วย สุดท้ายก็ผัดวันประกันพรุ่งไปจนไม่ได้เก็บสักที รู้ตัวอีกทีไม่กี่ปีก็เกษียณแล้ว ถ้าถึงวันนั้น คงปวดหัวกันน่าดู ยิ่งในยุคนี้คนเราอายุยืนมากขึ้น

อย่างที่บอกการยิ่งออมเร็วขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างง่ายๆ  ถ้าเราต้องการจะมีเงินไว้ใช้ยามเกษียณประมาณ 70% ของรายได้เดือนสุดท้ายไปเรื่อยๆ นั้น ถ้าเราเริ่มต้นออมได้เร็วขณะอายุประมาณ 20 ปี เราต้องออมเพียงเดือนละ 10% ของรายได้เท่านั้น แต่ถ้าเริ่มออมหลังจากนั้นที่อายุ 30-40 ปี อาจจะต้องออมสูงขึ้นเป็น 20%ของรายได้ และถ้าเริ่มออมตอนอายุ 50 กว่านั้นก็อาจจะต้องออมสูงขึ้นถึง ครึ่งหนึ่ง คือ 50%ของรายได้  

นั่นหมายถึงวันนี้ต้องถามตัวเองคำถามแรกแล้วว่า เราอายุเท่าไหร่และเราได้ออมตามสมมุติฐานนี้แล้วหรือยัง เพราะถ้าเริ่มออมเงินช้าก็ต้องออมเพิ่มในสัดส่วนที่สูงขึ้นไปอีก อาจจะทำให้ชีวิตในปัจจุบันไม่มีความสุขก็ได้   

 มาถึงตรงนี้ คงพอจะทำให้นึกกันออกและเห็นภาพชัดขึ้นแล้วนะครับว่า “เวลามีค่าเพียงใดต่อมูลค่าของเงินออม” ดังนั้นรีบออมกันตั้งแต่วันนี้เถอะครับ