ข่าว

เตือน ชาวบ้านถูกหลอกขาย"วัคซีนทางเลือก" เข็มละเกือบสองพัน โดนกันยกลุ่ม  

เตือน ชาวบ้านถูกหลอกขาย"วัคซีนทางเลือก" เข็มละเกือบสองพัน โดนกันยกลุ่ม  

30 มิ.ย. 2564

พบชาวบ้านในจังหวัดอุดรธานี ถูกหลอกซื้อ" วัคซีนทางเลือก"ในราคารเข็มละ 1800 บาท หวังจะได้ฉีด เมื่อถึงวันนัดหมายไม่วัคซีนอยู่จริง ด้านตำรวจออกเตือน 

     จากกรณีตำรวจสภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายรายหนึ่งว่าตนและเพื่อนรวม 20 คน ได้ถูกหลอกขายวัคซีนทางเลือก ในราคาเข็มละ 1,800 บาท โดยทางผู้ต้องหาอ้างว่าเหลือจากที่ฉีดให้บุคลากรของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

     และทางผู้เสียหายถูกชักชวนจากเพื่อนจึงตกลงซื้อวัคซีนทางเลือก จากนั้นผู้ต้องหาได้มีการสร้างความเชื่อถือ โดยการสร้างกลุ่มไลน์ที่มีบุคคลที่อ้างว่าเป็นแพทย์ เป็นผู้ดูแลกลุ่มของผู้เสียหายและคอยให้ข้อมูลอยู่ตลอด
         

     ต่อมาเมื่อถึงวันนัดฉีดวัคซีนในวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฎว่ากลุ่มผู้เสียหายไม่มีรายชื่อ จึงตรวจสอบกับทางโรงพยาบาลจนทราบว่าแพทย์คนที่อยู่ในกลุ่มนั้นไม่ใช่แพทย์ตัวจริง

     ผู้เสียหายจึงรู้ว่าตนถูกหลอกขายวัคซีนทางเลือก จึงได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแก๊งนี้ 

     ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิ-19

     แต่อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรูปแบบของการฉ้อโกงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ก็กำลังแพร่หลายในทุกวันนี้ เนื่องจากเป็นช่วงที่วัคซีนป้องกันโควิด-19 กำลังเป็นที่ต้องการ เหล่ามิจฉาชีพจึงใช้ช่องว่างดังกล่าวในการกระทำความผิด

     ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและยังเป็นการซ้ำเติมจิตใจของพี่น้องประชาชนอีกด้วย

     การกระทำลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     และความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในฐานความผิดดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว

     หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ผู้เสียหายจะต้องมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

     พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุอีกว่า สำหรับแนวทางการป้องกันการถูกหลอกขายวัคซีนโควิด-19  ต้องตรวจสอบที่มาที่ไปให้ชัดเจนว่าวัคซีนมีอยู่จริงหรือไม่ โดยตรวจสอบกับหน่วยงานนั้น ๆ โดยตรง อย่าหลงเชื่อแม้ว่าบุคคลที่ชักชวนจะน่าเชื่อถือมากเพียงใดก็ตาม ถ้าเป็นไปได้ควรลงทะเบียนฉีดวัคซีนกับหน่วยงานของภาครัฐ เนื่องจากมีข้อมูลที่ชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้