
หมอธีระ แนะใช้วัด-โรงเรียนกักตัว แทน "กักตัวที่บ้าน"
หมอธีระ เผยเหตุทำไม "กักตัวที่บ้าน" (Home isolation) ยิ่งเสี่ยงทำให้ครอบครัวติด "โควิด" สูงขึ้น
(30 มิ.ย.2564) รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ หรือ หมอธีระ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กพูดถึงสถานการณ์ "โควิด-19" พร้อมวิเคราะห์เกี่ยวกับนโยบายกักตัวที่บ้าน (Home isolation) ชี้ มีความเสี่ยงที่จะได้เห็นการติดเชื้อคนในครอบครัวมากขึ้น เพราะน้อยครอบครัวมากที่จะมีบ้าน หรือ ที่พักอาศัยที่มีพื้นที่แยกกักตัวออกจากสมาชิกในบ้านได้
สถานการณ์ "โควิด-19" ทั่วโลก 30 มิถุนายน 2564 เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 356,810 คนรวมแล้วตอนนี้ 182,549,337 คน ตายเพิ่มอีก 7,107 คน ยอดตายรวม 3,952,961 คน 5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ บราซิล อินเดีย โคลอมเบีย อาร์เจนติน่า และรัสเซีย
- อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 9,165 คนรวม 34,525,407 คน ตายเพิ่ม 250 คน ยอดเสียชีวิตรวม 619,926 คน อัตราตาย 1.8%
- อินเดีย ติดเพิ่ม 45,699 คน รวม 30,361,699 คน ตายเพิ่ม 816 คน ยอดเสียชีวิตรวม 398,484 คน อัตราตาย 1.3%
- บราซิล ติดเพิ่ม 64,903 คน รวม 18,513,305 คน ตายเพิ่มถึง 1,783 คน ยอดเสียชีวิตรวม 515,985 คน อัตราตาย 2.8%
- ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 2,314 คน ยอดรวม 5,772,844 คน ตายเพิ่ม 33 คน ยอดเสียชีวิตรวม 111,057 คน อัตราตาย 1.9%
- รัสเซีย ติดเพิ่ม 20,616 คน รวม 5,493,557 คน ตายเพิ่ม 652 คน ยอดเสียชีวิตรวม 134,545 คน อัตราตาย 2.4%
อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อาร์เจนติน่า อิตาลี และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น แถบอเมริกาใต้ แอฟริกา เอเชีย อย่างชิลี แซมเบีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา บังคลาเทศ เนปาล ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพัน ส่วนแอฟริกาใต้นั้นเกินหมื่นอย่างต่อเนื่อง
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่ม ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นคาซักสถาน คีร์กีซสถาน และมองโกเลียที่ติดเพิ่มหลักพัน , แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ส่วนอิหร่านเกินหมื่น , เกาหลีใต้ และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ไต้หวัน เวียดนาม สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกงและนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
สถานการณ์ไทยเรา การระบาดรุนแรงต่อเนื่อง เมื่อวานยอดติดเชื้อสูงเป็นอันดับที่ 17 ของโลกและอันดับที่ 8 ของเอเชีย การพบคนที่ติดเชื้อโควิดแล้วตัดสินใจออกไปนอนเร่ร่อนที่สถานีตำรวจ เพราะที่บ้านคับแคบ กลัวคนในบ้านจะติดเชื้อ ต้องนำมาคิดวางแผนทบทวน เพื่อช่วยเหลืออย่างจริงจัง เพราะนี่เป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนว่า หากประกาศนโยบายให้กักตัวที่บ้านหรือ Home isolation เพราะไม่สามารถมีเตียงรองรับผู้ติดเชื้อได้เพียงพอ จะเกิดปัญหาตามมาในลักษณะนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
สัจธรรมคือ คงมีคนเพียงบางส่วนเท่านั้น ที่จะมีที่พักอาศัยที่มีพื้นที่แยกกักตัวออกจากสมาชิกในบ้านได้ ความรู้ทางการแพทย์ที่เรามีปัจจุบัน ความเสี่ยงในการติดเชื้อแพร่เชื้อแก่สมาชิกในบ้านนั้นมีราว 30% ซึ่งถือว่าสูง
ดังนั้นจึงมีโอกาสที่เราจะเห็นผลกระทบตามมาหลังจากประกาศนโยบายกักตัวที่บ้านใน 2 ลักษณะ ได้แก่
1. การติดเชื้อระหว่างสมาชิกในครอบครัวจะเพิ่มขึ้น จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปจะมีการกระจายไปยังส่วนอื่นในสังคมเป็นทอดๆ
2.คนที่บ้านไม่มีพื้นที่เพียงพอ และไม่มีทางเลือกอื่นเลย ก็อาจตัดสินใจเร่ร่อนออกจากบ้านดังเช่นที่เห็นในกรณีที่เป็นข่าว ซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยได้มากขึ้น
แม้ทางภาครัฐจะพยายามอย่างเต็มที่ในการจะหาเตียงรองรับ ทั้งที่สถานพยาบาลระดับต่างๆ รวมถึงการสร้าง รพ.สนาม และขยายความร่วมมือไปยัง hospitel มากขึ้น แต่จำนวนที่จะรองรับได้ยังคงมีจำกัด และน้อยกว่าจำนวนการติดเชื้อใหม่ที่มีจำนวนหลายพันต่อวันอย่างต่อเนื่อง สังคมไทยเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มักสัมพันธ์กับ บ้าน-วัด-โรงเรียน หรือ บวร
ณ จุดวิกฤติเช่นนี้ อาจเป็นประโยชน์ หากพิจารณาขอความช่วยเหลือจากวัดและโรงเรียนซึ่งมีจำนวนมาก กระจายทั่วพื้นที่ของแต่ละจังหวัด โดยทำการพิจารณาจัดพื้นที่เพื่อเป็นที่พักสำหรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย เน้นพื้นที่ที่กว้าง จัดระยะห่างระหว่างกันได้ ระบายอากาศดี และจัดระบบสนับสนุนทางการแพทย์ อาหารและน้ำ และสุขาภิบาลตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข
แม้จะมีข้อจำกัดมากกว่าระบบ hospitel และ รพ.สนาม ที่ทำมา แต่ทางเลือกเพิ่มเติมนี้ น่าจะช่วยคนตกทุกข์ได้ยากจำนวนไม่น้อยในสังคม สิ่งที่ควรพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อเตรียมรับมือในระยะถัดจากนี้คือ การขยายจุดบริการตรวจคัดกรองโรคโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและปลดล็อกกฎเกณฑ์ต่างๆ , การแจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันตัวให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งหน้ากากอนามัย และเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์, และการเร่งจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง ได้แก่ mRNA vaccines, protein subunit vaccine มาใช้เป็นวัคซีนหลักของประเทศ
สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน เรียนย้ำว่า การใส่หน้ากากนั้นสำคัญมาก 2 ชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า เราต้องอยู่รอดปลอดภัย พ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกันให้ได้
ด้วยรักและห่วงใย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
"โควิด" อยุธยา ปมบุคลากรฯ รพ.ติดเชื้อ 17 ราย เจอทั้ง สายพันธุ์เดลต้า-สายพันธุ์อัลฟ่า
"โควิดวันนี้" สุดเศร้า เสียชีวิตนิวไฮ รวมเกิน 2,000 รายไปแล้ว
"หมอศิริราช" เผยเจอ "สายพันธุ์เดลต้า" เกินครึ่ง ชี้ระลอก4น่าห่วงแพร่ง่าย-ปอดอักเสบเร็ว
สุดเศร้า "เป็ด เชิญยิ้ม"สะเทือนใจ สูญเสียแม่เพราะโควิด ซ้ำร้ายพ่อติดเชื้อเข้าไอซียู
เซ่น "โควิด" โรงแรมดังเขาใหญ่สุดยื้อ ปิดฉาก 12 ปีประกาศให้ยุติบริการ
ความจริงจาก "แพทย์ห้องฉุกเฉิน" โควิด-19 สุดวิกฤติ อาจต้องทรมานก่อนจะตาย



