
สุเทพสั่งทำแผนรับมือแดงป่วนเล็งใช้กม.มั่นคง-ฉุกเฉิน
"สุเทพถกหน่วยความมั่นคงหาทางป้องกันเสื้อแดงป่วน ชี้อาจเข้าข่ายกบฏตั้ง กองทัพประชาชน ทำสังคมตระหนก เผยเตรียมพร้อม รปภ.ทุกระดับตั้งแต่ปกติถึงรุนแรง พร้อมใช้ พ.ร.บ.มั่นคง-พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สั่งหน่วยทหารทำแผนส่ง สมช.ภายใน 1-2 วันเสนอมาร์ค
เมื่อเวลา 09.30 วันที่ 4 ก.พ. ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ได้ประชุมหน่วยความมั่นคง ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนจากกองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อหารือมาตรการรักษาความปลอดภัยกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงประกาศเคลื่อนไหวใหญ่หลังวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ โดยใช้เวลาหารือกว่า 3 ชั่วโมง
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก แถลงว่า มีการประเมินสถานการณ์ และหารือมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อดูแลประชาชนระหว่างที่มีการชุมนุมทางการเมือง จุดหลัก คือ ต้องการเน้นการดูแลความเรียบร้อยให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตปกติได้ โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้มาตรการป้องกันมากกว่าการแก้ไข และให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเตรียมพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งสถานการณ์ในภาวะปกติ สถานการณ์ที่มีแนวโน้มจะรุนแรง และสถานการณ์รุนแรงจนเกิดความวุ่นวาย โดยในภาวะปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นหน่วยงานหลัก ส่วนทหารจะอยู่ในที่ตั้ง แต่จะออก เมื่อตำรวจร้องขอความช่วยเหลือ
“ หากสถานการณ์มีแนวโน้มความรุนแรงจะมีการพิจารณาใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง และให้ทหารออกมาปฏิบัติหน้าที่ และหากสถานการณ์ถึงขั้นรุนแรงจะมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนแผนการรักษาความปลอดภัย แต่ละหน่วยจะไปจัดทำแผน เพื่อ ส่งให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ภายใน 1-2 วัน เสนอนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ที่ประชุมยังเน้นให้มีการติดตามวิทยุชุมชนที่อาจจะมีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร และยั่วยุให้ประชาชนเกิดความสับสน ซึ่งจะดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามการชุมนุมสามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย โดยมาตรการทั้งหมดจะใช้ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่วนการรักษาความปลอดภัยจะมีทั้งระดับบุคคลและระดับพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้วางมาตรการให้เกิดความชัดเจน ” โฆษกกองทัพบก กล่าว
เมื่อถามว่า มีการประเมินสถานการณ์ว่า รุนแรงหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่อยากมองลักษณะนั้น แต่มาตรการเจ้าหน้าที่มีการเตรียมพร้อมในทุกระดับทั้งปกติ และรุนแรง หากเกิดเหตุอะไร เจ้าเหน้าที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ตามที่กองทัพได้มีการเตรียมแผนไว้
เมื่อถามว่า ที่ประชุมมีการหารือถึงการ แต่งตั้ง พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ( กปช.) หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุมมีการพูดถึงเล็กน้อย แต่ไม่ได้ให้สาระสำคัญ เพราะเห็นว่า เป็นเพียงลีลาวาทศิลป์ และจากการพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องด้านกฎหมาย และโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ซึ่งท่านได้ให้ข้อคิดเห็นว่า การพูดลักษณะนี้ หากดูพฤติกรรมอื่นประกอบ และมีการกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิดอาจเข้าข่ายเป็นกบฏตามกฎหมายอาญา แต่การพูดลักษณะนี้เป็นเพียงการสร้างให้เกิดความตระหนกตกใจ ซึ่งไม่ควรพูด
เมื่อถามว่า ช่วงที่ผบ.ทบ.เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา นายสุเทพ มีการกำชับอะไรเป็นพิเศษ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้พูดคุยเป็นพิเศษ แต่กองทัพอยู่ได้ด้วยระบบ ไม่ว่าใครไปต่างประเทศก็มีการมอบหมายงานตามปกติ อย่าวิตกตามข่าวลือ ทุกฝ่ายได้รับบทเรียนแล้ว แม้กระทั่งทหาร ดังนั้นขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ทหารจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้ประชาชนเกิดความปลอดภัย



