ข่าว

พัลลภยันแม้วเลือกจิ๋วนำกองทัพปชช.

พัลลภยันแม้วเลือกจิ๋วนำกองทัพปชช.

04 ก.พ. 2553

“พัลลภ”อ้างตั้งชื่อผิด "กองทัพประชาชนแห่งชาติ" ยัน "บิ๊กจิ๋ว” รับเป็นผู้นำ ปชช. แต่ไม่ใช่ ผบ.สส. เผย “ทักษิณ” เลือก “บิ๊กจิ๋ว” เหตุเป็นผู้ใหญ่มีบารมี หวังเป็นผู้นำ ปชช. เคลื่อนหลัง 14 ก.พ. แบบยืดเยื้อยาวนาน เปิดรายชื่อส.ส.พรรคร่วมฯโดดประชุมซ้ำซาก

 (4ก.พ.) พล.อ. พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธรับเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ในกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ( กปช.) ว่า เป็นความผิดของตนเองที่พูดว่าเป็นกองทัพประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แล้วให้ พล.อ. ชวลิต เป็น ผบ.สส. เป็นการใช้คำที่ผิดเอง แต่ความจริงสมาชิกเสื้อแดงเรียกตัวเองว่าเป็นกองทัพประชาชนอยู่แล้ว ตนจึงใช้คำนี้ขึ้นมา อย่างไรก็ตาม พล.อ.ชวลิต ท่านปฏิเสธที่จะเป็น ผบ.สส. แต่ท่านพร้อมที่จะเป็นผู้นำประชาชน

 “ผมได้พูดคุยกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเรามีความเป็นห่วงเหมือนกัน นายกฯทักษิณ ไม่อยากให้มีการปะทะ แต่คนเข้ามาเยอะ ดังนั้น ต้องมีแกนนำคนหนึ่งเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา คือ การชุมนุมหลังวันที่ 14 กุมภาพันธ์จะมีประชาชนมาเป็นล้านคน เพื่อให้เป็นทิศทางเดียวกัน จึงมีแนวความคิดว่าต้องมีผู้นำที่มีบารมีและคนเกรงใจ ซึ่ง พล.อ.ชวลิต เป็นผู้ที่มีบารมีและคนในพรรคเพื่อไทย และแกนนำ 3 เกลอมีความเกรงใจ ซึ่ง พล.อ.ชวลิต จะมาเป็นลักษณะผู้นำประชาชน และก่อนที่จะเดินทางไปดูไบ ก็ได้พูดกับ พล.อ.ชวลิต แล้ว ซึ่งท่านก็ยินดีที่จะเป็นผู้นำประชาชน แต่ผมใช้คำผิดเองที่ให้ท่านเป็น ผบ.สส. ” พล.อ.พัลลภ กล่าว

 เมื่อถามว่า มีการหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงกรณีที่ศาลจะตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้อย่างไร พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ไม่มีการวางแผนรับมือ เรื่องยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดเพียงว่าเป็นเงินที่ท่านหากินมาตลอดชีวิตก่อนมาเล่นการเมืองอีก

 เมื่อถามว่า แสดงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ รับได้หากมีการยึดทรัพย์บางส่วน พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ท่านไม่พูดอย่างนั้น แต่พูดว่าท่านทำมาตลอดชีวิต

 เมื่อถามว่า การจัดตั้งองค์กรประชาชนเป็นอย่างไร พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า องค์กรของเรา คือ มวลชน โดยมีแกนนำ 3 เกลอ เป็นผู้ดำเนินการด้านมวลชนก็ทำกันไป ส่วน พล.อ.ชวลิต เป็นลักษณะผู้นำคอยให้คำแนะนำว่าการเคลื่อนไหวตรงไหนมีความเหมาะสม เป็นผู้ใหญ่คอยดูแลการเคลื่อนไหว ส่วนตนจะเป็นผู้ดูแลด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับการชุมนุม ทั้งนี้ กองกำลังที่ว่าเราไม่ได้ไปติดอาวุธต่อสู้ แต่เราติดอาวุธทางปัญหาให้แก่ประชาชน เพื่อต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตย

 เมื่อถามว่า การชุมนุมคนเสื้อแดงจะมีลักษณะยืดเยื้อแตกหัก พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า เรายังไม่ได้กำหนดวัน แต่ที่มีการพูดคุยกันจะเป็นการชุมนุมที่ยืดเยื้อยาวนาน และเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ลาออก และให้นำรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มาใช้

 เมื่อถามว่า จะใช้เวทีชุมนุมกดดันการพิจารณาคดียึดทรัพย์หรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า เราเรียกร้องเรื่อง 2 มาตรฐาน และความไม่ยุติธรรมในบ้านเมือง การเรียกร้องเรื่องยึดทรัพย์เราเลยข้ามขั้นไปแล้ว

“นพดล”ยัน“ทักษิณ”ไม่เห็นด้วยตั้งกองกำลังติดอาวุธ

 นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะมีการจัดตั้งกองทัพประชาชนโดยกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมทั้งแต่งตั้งพล.อ.ชวลิต  เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพประชาชนว่า ช่วงเช้าวันนี้(4ก.พ.)ตนได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ซึ่งข่าวที่เกิดขึ้นนั้นมีความเข้าใจผิดนิดหน่อย การเคลื่อนไหวของประชาชนจะไม่มีกองกำลังติดอาวุธเพราะมันทำไม่ได้อยู่แล้ว ผิดกฎหมาย จะมีเพียงการผนึกกำลังให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตยด้วยแนวทางสันติ อหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรง ถ้ามีพลังประชาชนมากเท่าไหร่กองทัพก็จะไม่กล้าปราบปราม

 "ยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมายแน่นอน จะต่อสู้ตามระบบ ซึ่งที่ผ่านมาก็ยึดแนวทางนี้มาตลอด เพราะไม่มีทางที่จะใช้ความรุนแรง แสวงหาแนวทางสันติได้ "

พธม.บุกสภาขอเข้าชื่อถอดถอน102 ส.ส.หนุนแก้รธน.

 นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ กล่าวว่าวันพรุ่งนี้เวลา 10.30 นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ และกลุ่มพันธมิตรจำนวนหนึ่งจะเดินทางมาแสดงตนเป็นผู้ริเริ่มถอดถอนส.ส.102 คน ที่เข้าชื่อสนับสนุนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาซึ่งส.ส.ที่เข้าชื่อแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 122 ที่ห้ามส.ส.และส.ว.ทำหน้าที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์

  ทั้งนี้แกนนำพันธมิตรจะดำเนินการเคลื่อนไหวคัดค้านตามมาตรา 271 เพราะประชาชนสามารถรวบรวมรายชื่อไม่น้อย 2 หมื่นรายชื่อคาดว่าประมาณ 10 วันจะได้รายชื่อครบ

"เรืองไกร”ไล่พธม.อ่านกม.ก่อนยื่นถอดถอน 102 ส.ส.

 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เตรียมล่าชื่อเพื่อถอดถอนส.ส.จำนวน 102 คน ที่ร่วมลงชื่อยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า การที่ส.ส.102 คนร่วมยื่นรายชื่อเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น แตกต่างจากที่มีส.ว.บางส่วนที่เคยยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาก่อนหน้านี้ เนื่องจากส.ส.ที่ร่วมลงชื่อนั้นไม่ได้รับผลประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยตรงเพราะหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งอาจมีส.ส.บางคนอาจไม่ได้ลงสมัครก็เป็นได้ ดังนั้นจึงไม่ถือว่ามีส่วนได้รับประโยชน์โดยตรง เนื่องจากเป็นการแก้เพื่ออนาคตข้างหน้า ซึ่งตรงข้ามกับส.ว.ที่ยื่นขอแก้ไข เพราะได้รับประโยชน์จากการแก้ไขโดยตรงและได้รับประโยชน์จากการต่ออายุการดำรงตำแหน่งของส.ว.สรรหาทันที

 “คิดจะเป็นพรรคการเมืองใหม่ ขอให้ไปศึกษากฎหมายให้มากกว่านี้ เพราะการเรียกร้องให้ถอดถอน ส.ส. 102 คน มันฟังไม่ขึ้นเพราะเขาทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เนื่องจากในรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้” นายเรืองไกรกล่าว

 ขณะที่ นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา หนึ่งใน กลุ่มส.ส.102 คน กล่าวว่า ตนไม่หวั่นไหวเพราะส.ส.ทั้ง102 คน ยื่นตามช่องทางที่กฎหมายเปิดช่องให้ หากกลุ่มพันธมิตรฯมองว่าพวกตนทำผิดรัฐธรรมนูญมาตราไหนก็เป็นสิทธิ์ในการยื่นถอดถอนทั้งนี้ยืนยันว่าส.ส. ทั้ง5 พรรคร่วมทำตามช่องทางที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ว่าสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้

เปิดรายชื่อส.ส.พรรคร่วมฯโดดประชุมซ้ำซาก

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาที่ล่มในวันนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นเกมของพรรคร่วมรัฐบาล ที่ไม่เข้าร่วมประชุมหลังจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ยอมสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็น โดยเฉพาะพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ขาด 21 คน จาก 25 คน ได้แก่ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี นางกรรณิการ์ เจริญพันธ์ ส.ส.สุรินทร์ นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์ ส.ส.นราธิวาส นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี นายนพดล มาตรศรี ส.ส.สุพรรณบุรี นายตุ่น จินตะเวช ส.ส.อุบลราชธานี นายอดุลย์ เหลืองบริบูรณ์ ส.ส.อุทัยธานี

 นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ส.ส.สุพรรณบุรี นางปารีณา ไกรคุปต์ ปาจรียางกูร ส.ส.ราชบุรี นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์ ส.ส.เพชรบูรณ์ นางอุดร จินตะเวช ส.ส.อุบลราชธานี นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร นายภคิน ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง นายเจรจา เที่ยงธรรม ส.ส.สุพรรณบุรี นายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.สัดส่วน นายอารยะ ชุมดวง ส.ส.สุโขทัย

 ขณะที่พรรคเพื่อแผ่นดิน ขาด 25 คน จาก 32 คน ได้แก่ ม.ร.ว.กิติวัฒนา ไชยันต์ ส.ส.สัดส่วน นายคงกฤช หงษ์วิไล ส.ส.ปราจีนบุรี นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.นครราชสีมา นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ส.ส.สุรินทร์ นางรัชนี พลซื่อ ส.ส.ร้อยเอ็ด นายนรพล ตันติมนตรี ส.ส.เชียงใหม่ นายนิมุคตาร์ วาบา ส.ส.ปัตตานี

 นายณัชพล ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา นายประนอม โพธิ์คำ ส.ส.นครราชสีมา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา นายพิกิฏ ศรีชนะ ส.ส.ยโสธร นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ ส.ส.สุรินทร์ นายยุซรี ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี นายรณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา

 นายอุดร ทองประเสริฐ ส.ส.อุบลราชธานี นายวิทยา บุตรดีวงค์ ส.ส.มุกดาหาร นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ ส.ส.นครราชสีมา นายสาธิต เทพวงศ์ ศิริรัตน์ ส.ส.สุรินทร์ นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ส.ส.อุบลราชธานี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน นายวัลลภ ไทยเหนือ ส.ส.สัดส่วน นายแวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส และนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.สัดส่วน

 ส่วนพรรคภูมิใจไทย ขาด 8 คน จาก 32 คน ได้แก่ นายณัฐวุฒิ สุขเกษม ส.ส.บุรีรัมย์ นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ส.ส.บุรีรัมย์ นางพรทิวา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท นายเพิ่มพูน ทองศรี ส.ส.สัดส่วน นายมาโนช เฮงยศมาก ส.ส.บุรีรัมย์ นายเลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ ส.ส.สุรินทร์ นายสันทัด จีนาภักดิ์ ส.ส.กาญจนบุรี นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ส.ส.มหาสารคาม

 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 9 คน ขาด 2 คน ได้แก่ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ส.ส.นครราชสีมา

 พรรคกิจสังคม ขาด 2 คน จาก 5 คน ได้แก่ นายวารุจ ศิริวัฒน์ ส.ส.อุตรดิตถ์ นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ส.ส.สุโขทัย
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ขาด 59 คน จาก 172 คน