ข่าว

ตั้งกก.สอบครูเด็กนร.กินยาแก้ไอครูตีไม่เจ็บ

ตั้งกก.สอบครูเด็กนร.กินยาแก้ไอครูตีไม่เจ็บ

04 ก.พ. 2553

“ทยา”ตั้งกรรมการฯสอบ“ครู -เด็กกินยาแก้ไอ ” หาเหตุซื้อยามากิน สั่ง สนศ.ออกหนังสือเวียน ทั้ง 435 โรงเรียน ดูแลเด็กใกล้ชิด พร้อมประสาน สนอ.ช่วยอบรมครูฝ่ายพยาบาลทุกโรงเรียน ฝึกวิธีปฐมพยาบาลเด็ก เด็กยังรักษาตัวรพ.ตากสินอีก 11 ราย ผอ.รพ.ระบุเป็นแค่ยาแก้ไอธรรมด

 (4ก.พ.) จากกรณีที่เด็กนักเรียนระดับชั้น ป.4 – 6 โรงเรียนวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ มีอาการป่วยพร้อมกันจำนวนมาก เนื่องจากกินยาแก้ไอ ( Dextromethorphan ) เข้าไป โดยเชื่อว่าจะถูกตีหรือต่อยไม่เจ็บ กระทั่งมีอาการหน้ามืด เป็นลม อาเจียนและช็อกจนต้องนำตัวส่งรักษาที่ รพ.ตากสิน รพ.บางไผ่และ รพ.พญาไท 3 ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น

 นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในฐานะดูแลสำนักการศึกษา (สนศ.) เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมอาการเด็กนักเรียน ว่า จากการตรวจเยี่ยมพบว่าเหลือเด็กที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีก 10 ราย ซึ่ง 9 รายอาการดีขึ้น ส่วนอีก 1 ราย เป็นเด็กหญิง แพทย์ยังให้นอนพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลอีก 1 วัน เนื่องจากยังมีความดันสูงถึง 130 จึงต้องรอดูอาการอีกระยะหนึ่ง ซึ่งจากการสอบถามแพทย์ถึงอาการเด็กนั้น ได้ความว่า เด็กคนดังกล่าวได้รับประทานยาไปเพียง 1 เม็ดเท่านั้น แต่อาจมีอาการหรือโรคประจำตัวอยู่ จึงทำให้ความดันสูง ส่วนอีก 9 คน แพทย์จะให้กลับบ้านในวันนี้( 4 ก.พ.) สำหรับสภาพจิตใจเด็กตอนนี้ก็ไม่น่าห่วง เนื่องจากเด็กรู้สึกเข็ดและสัญญากับครูว่าจะไม่กลับไปซื้อยาดังกล่าวรับประทานอีก

 อย่างไรก็ตามตนได้ประสานไปยัง สนศ. ให้ออกออกหนังสือเวียน (ว. 8 ) ไปยังโรงเรียนในสังกัดกทม. ทั้ง 435 แห่ง ให้ครูสังเกตเด็กในห้องของตนเอง ว่ามีพฤติกรรมที่ไปซื้อของนอกโรงเรียนมากินอย่างผิดสังเกตหรือไม่ หากพบให้เข้าดูแลตักเตือนอย่างเร่งด่วน นอกจากนั้นแล้ว ได้ประสานไปยังสำนักอนามัย (สนอ.) ส่งเจ้าหน้าที่อบรมครูฝ่ายพยาบาลในโรงเรียนต่าง ๆ โดยเฉพาะการให้ความรู้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นกรณีแก้พิษเบื้องต้นหากเด็กกินยาเข้าไป

 ทั้งนี้ได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่เทศกิจพิทักษ์นักเรียน ออกตรวจตราความปลอดภัย บริเวณสถานที่ล่อแหลมทั้งร้านเกม สถานบันเทิง เพื่อป้องกันเด็กไม่ให้เข้าไปในแหล่งมั่วสุมอันตรายอีก หากพบให้ตรวจจับส่งโรงเรียนทันที อย่างไรก็ตามวันเดียวกันนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทั้งครูผู้ดูแลนักเรียน และนักเรียนที่กินยาเข้าไป เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของการซื้อยามากินรวมถึงแหล่งที่ไม่ปลอดภัยแก่เด็ก โดยตั้งให้ฝ่ายการศึกษา เขตบางกอกใหญ่เป็นประธาน ซึ่งจะมีกาสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงสรุปผลให้เร็วที่สุด แต่ขณะนี้ยังต้องรอให้เด็ก ๆ หายจากอาการป่วยก่อนด้วยจึงจะเริ่มตรวจสอบได้

 พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและนพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้าไปตรวจสอบร้านขายยาชื่อ“ซันนี่”ที่เจ้าของร้านเกมเป็นผู้จำหน่ายยาแก้ไอให้เด็กนักเรียน ได้ซัดทอดว่าซื้อยามาจากร้านดังกล่าว โดยเมื่อตรวจสอบพบว่าใบอนุญาตประกอบกิจการจำหน่ายยาแผนปัจจุบันของร้านขาดอายุไปนานแล้วนั้น ตนอยากขอร้องให้ทาง อย.เข้มงวดโดยเฉพาะการตรวจสอบใบอนุญาตจำหน่ายยาของร้านขายยาทั่ว กทม.ให้มากกว่านี้ เพราะตนเชื่อว่าน่าจะมีร้านขายยาในลักษณะนี้ที่ไม่มีการต่อใบอนุญาตจำหน่ายยาฯ อีก รวมทั้งขอให้ตรวจสอบด้วยว่าผู้ที่จำหน่ายยาเป็นเภสัชกรจริงหรือไม่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ทั้งนี้ หากทาง อย.ขาดกำลังเจ้าหน้าที่หรือต้องการความช่วยเหลือใดๆ กทม.พร้อมเป็นหน่วยสนับสนุน อย.อย่างเต็มที่

 ทั้งนี้สำหรับรายงานการสอบสวนโรคเบื้องต้น หน่วยแพทย์เคลื่อนที่เร็ว ( SRRT ) ของศูนย์บริการสาธารณสุข 33 วัดหงส์รัตนาราม และของศูนย์บริการสาธารณสุข 47 คลองขวาง ได้สรุปผลแจ้งคณะผู้บริหาร กทม.ว่า จากข้อมูลการสอบสวนสรุปได้ว่า เด็กนักเรียนชั้น ป.4 – ป.6 โรงเรียนวัดท่าพระป่วยด้วยอาการมึนศีรศะ คลื่นไส้ อาเจียน ไม่ค่อยรู้สึกตัว บางรายมีอาการใจสั่น ชามือและเท้า เห็นภาพหลอน หลังจากรับประทานยาเม็ดสีเหลืองในปริมาณตั้งแต่ 1 – 30 เม็ด ซึ่งคาดว่าเป็นยาแก้ไอ ( Dextromethorphan ) ทั้งนี้เด็กนักเรียนชั้นป.4 ป่วย จำนวน 9 ราย ป.5 ป่วย จำนวน 54 รายและชั้น ป.6 ป่วย จำนวน 22 รายรวมทั้งสิ้น 85 ราย

เด็กยังรักษาตัวรพ.ตากสินอีก11ราย

 นางกิตติยา ศรีเลิศฟ้า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตากสิน เปิดเผยถึงความคืบหน้าอาการของเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดท่าพระ หลังรับประทานยาแก้ไอเกินขนาดจนต้องเข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาลตากสิน ว่า เหตุการณ์เมื่อวานเมื่อวานที่เด็กนักเรียนเข้ารักษาตัวทั้งหมด 44 ขณะนี้เหลืออยู่เพียงจำนวน 11 คน ส่วนที่เหลือแพทย์อนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้แล้วเมื่อวานนี้(3ก.พ.) ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์ได้ทำการล้างท้องและให้น้ำเกลือ จนขณะนี้อาการของเด็กทั้ง 11 คนดีขึ้นมากแล้ว  อยู่ในระยะปลอดภัย เพียงแต่มีนักเรียนบางคนมีอาการแทรกซ้อนทางโรคหัวใจแต่อาการไม่น่าเป็นห่วง ซึ่งจะให้แพทย์เฉพาะทางเป็นผู้ดูแล และคาดว่าวันนี้เด็กทั้งหมดจะสามารถเดินทางกลับบ้านได้

 "ยาแก้ไอที่ เด็กรับประทานเข้าไปนั้น เป็นยาแก้ไอธรรมดาที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ไม่ใช่เป็นยาต้องห้าม เพียงแต่ว่าหากกินเยอะเกินขนาดจะทำให้เกิดอาการมึนงงและเกิดอาเจียนได้ หรือถ้าหากกินในปริมาณที่มากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ " นางกิตติยากล่าว

 ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลตากสิน ที่ชั้น11 ห้องพักรวมที่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดท่าพระเข้ารักษาตัวอยู่ ปรากฏว่าพบเด็กนักเรียนผู้ป่วยเพียง 2 คน ส่วนที่เหลือพักรักษาตัวอยู่ที่แผนกเด็ก โดย ด.ญ.อรุณ นามสมมุติ  อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนวัดท่าพระ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (3ก.พ.) ตนได้กินยาเข้าไปประมาณ 17 เม็ด มีเพื่อนที่โรงเรียนแนะนำให้กิน โดยเพื่อนบอกว่ากินยานี้เข้าไปแล้วหากถูกครูตีจะไม่รู้สึกเจ็บ และกินแล้วจะรู้สึกเคลิบเคลิ้มสนุกสนาน หลังจากกินไปแล้วรู้สึกเวียนหัวและเกิดอาเจียน จนกระทั่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว และหมออนุญาตให้กลับบ้านได้

 ด้าน พ.ต.ท.สมศักดิ์ เฉลิมฉัตร์ รอง ผกก.สส. สน.ท่าพระ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายสุวมิตร หรือ อั๋น มนตรีวิบูลย์ชัย อายุ 24 ปี ผู้ดูแลร้านเกม ให้การรับสารภาพว่าเป็นว่าขายยาดังกล่าวให้กับเด็กนักเรียนจริง  ปกติกินเป็นประจำอยู่แล้วสำหรับเด็กนักเรียนมาขอซื้อกับตนเอง เบื้องต้นแจ้งข้อหาประกอบกิจการร้านวีดีทัศน์(อินเตอร์เนท)โดยไม่ได้รับอนุญาต และขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 หรือทั้งจำและปรับ โดยจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน ในวันพรุ่งนี้ (4 ก.พ.)

 พ.ต.ท.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบร้านขายยาที่ นายสุวมิตร ไปซื้อยาแก้ไอดังกล่าวมาพบว่า มีใบอนุญาตขายยาตามกฎหมาย เพียงแต่ไม่มีเภสัชกรเป็นผู้ขายยา อย่างไรก็ตามความผิดในข้อหานี้ไม่ถือว่ามีความผิดทางคดีอาญา ซึ่งเป็นเรื่องของทาง อย. ที่จะต้องเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป