
กฎเหล็ก "HOME Isolation" ติดเชื้อ "โควิด-19" กักตัวที่บ้านทำได้ถ้าผ่านเกณฑ์
เกณฑ์พิจารณาผู้ติดเชื้อ โควิด-19 เพื่อการรักษาแบบแยกตัว และ กฎเหล็ก "HOME Isolation"
หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) มีจำนวนผู้ติดเชื้อถึงขั้นวิกฤติ การรองรับของสถานพยาบาลไม่เพียงพอต่อปริมาณผู้ป่วย แนวทางการแยกตัวที่บ้าน (HOME Isolation) ของกลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อ โควิด-19 แต่ไม่แสดงอาการ ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ก็นับเป็นทางออกที่ดี ซึ่งจะทำให้โรงพยาบาลสามารถบริหารจัดการเตียงให้กับผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้
โรงพยาบาลประเมินอาการผู้ป่วยก่อนส่งกลับไปรักษาที่บ้าน
ไม่ใช่ว่าผู้ป่วย โควิด-19 ทุกคนจะทำสามารถรับการรักษาแบบแยกตัวที่บ้านได้ จะต้องมีการประเมินอาการจากแพทย์ โดยมีการแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
1. คนไข้ที่ไม่แสดงอาการ กลุ่มนี้เองที่แพทย์จะอนุญาตให้ไปรักษาตัวที่บ้าน หรือ HOME Isolation ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เกณฑ์และกฎที่กำหนดไว้
2. คนไข้ที่แสดงอาการปานกลางถึงมาก และมีโรคแทรกซ้อน กลุ่มนี้ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล
เกณฑ์พิจารณาผู้ติดเชื้อ โควิด-19 เพื่อการรักษาแบบแยกตัว "HOME Isolation"
1. ต้องมีอายุน้อยกว่า 60 ปี
2. ไม่มีอาการ (asymptomatic cases)
3. สุขภาพร่างกายแข็งแรง
4. อยู่คนเดียว หรือมีผู้อยู่ร่วมที่พักไม่เกิน 1 คน
5. ไม่มีภาวะอ้วน (ภาวะอ้วน หมายถึง ดัชนีมวลกาย > 30 กก./ม.2 หรือ น้ำหนักตัว > 90 กก.)
6. ไม่ป่วย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคไตเรื้อรัง (CKD) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ และโรคอื่นๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์
7. ผู้ป่วยยินยอมแยกตัวในที่พักของตนเองอย่างเคร่งครัด
กฎเหล็กการแยกตัวอยู่ที่บ้าน "HOME Isolation"
1. ห้ามผู้ใดมาเยี่ยมบ้านระหว่างแยกกักตัว
2. ไม่เข้าใกล้หรือสัมผัสกับผู้สูงอายุหรือเด็กอย่างเด็ดขาด โดยรักษาระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร
3. แยกห้องพัก ของใช้ส่วนตัวกับผู้อื่น หากแยกห้องไม่ได้ควรแยกบริเวณที่นอนให้ห่างจากคนอื่นมากที่สุด และควรเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ควรนอนร่วมกันในห้องปิดที่ใช้เครื่องปรับอากาศ
4. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน ควรรับประทานในห้องของตนเอง หรือหากรับประทานอาหารด้วยกันควรแยกรับประทานของตนเอง ไม่รับประทานอาหารร่วมสำรับเดียวกันหรือใช้ช้อนกลางร่วมกัน และรักษาระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 2 เมตร
5. สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ตลอดเวลาที่ออกมาจากห้องที่พักอาศัย
6. ล้างมือด้วยสบู่หรือทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล ทุกครั้งที่จำเป็นจะต้องสัมผัสกับผู้อื่นหรือหยิบจับของที่จะต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น
7. แยกซักเสื้อผ้า ผ้าขนหนู และเครื่องนอน ด้วยน้ำและสบู่ หรือผงซักฟอก ควรใช้ห้องน้ำแยกจากผู้อื่น หากเลี่ยงไม่ได้ ให้ใช้คนสุดท้าย ปิดฝาชักโครกก่อนกดน้ำและหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ
สิ่งสำคัญ คือ หมั่นสังเกตอาการตนเอง วัดอุณหภูมิทุกวัน หากมีอาการแย่ลง คือ มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ เช่น หอบ เหนื่อย ไข้สูงลอย ไม่สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ ให้รีบโทรติดต่อโรงพยาบาลที่ท่านรักษาอยู่ และเมื่อต้องเดินทางไปโรงพยาบาลให้ใช้รถยนต์ส่วนตัว ไม่ใช้รถสาธารณะ พร้อมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เดินทาง หากมีผู้ร่วมยานพาหนะมาด้วย ให้เปิดหน้าต่างรถเพื่อเพิ่มการระบายอากาศเพื่อความปลอดภัยแต่คนรอบข้าง
ข้อมูล : กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข



