ข่าว

2หมู่บ้านกาฬสินธุ์ผวาบอปทำพิธีปราบทั้งคืน

2หมู่บ้านกาฬสินธุ์ผวาบอปทำพิธีปราบทั้งคืน

04 ก.พ. 2553

เมืองกาฬสินธุ์เกิดเหตุการณ์ประหลาดหญิง 2 คน อยู่ต่างตำบลแต่เกิดอาการเหมือนผีบอปเข้าพร้อมกัน ญาติรีบนำส่งวัดที่มีเชื่อเสียงในการขับไล่ปอบ พร้อมระบุมีบอปเร่ร่อนจ้องจำเอาชีวิตคนในหมู่บ้านนับร้อยตัว ทำให้คนทั้งสองหมู่บ้านแตกตื่นกรูเข้าในวงสายสิญจน์ให้พระขับสว

 เหตุการณ์ความเชื่อเรื่องผีปอบ จนทำให้คนในสองหมู่บ้านหวาดผวาตลอดคืนวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมาเกิดขึ้นเมื่อ ในช่วงค่ำวันที่ 4 ก.พ. นางแดง สมวัย อายุ 36 ปี ชาวชุมชนบ้านกุดอ้อ ต.หลุบ อ.ยางตลาด เกิดอาการผิดปกติ โดยรายแรกคือ นางแดง  มีอาการตัวสั่น พูดจาไม่รู้เรื่องส่งเสียงร้องโหยหวนตลอดเวลาจนชาวบ้านหวาดผวาเพราะเชื่อว่าถูกวิญญาณร้ายของผีปอบเข้าสิง และในเวลาใกล้เคียงกัน นางกาญจนา หวังชาลี อายุ 31 ปี ชาวชุมชนโคกศรี ต.โคกสี อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ก็เกิดอาการผิดปกติ เช่นเดียวกับอาการของนางแดง ที่อยู่คนละตำบล ญาติจึงนำทั้งสองคนไปที่วัดดอนยานาง ต.ดอนสมบูรณ์  อ.ยางตลาด ที่เจ้าอาวาสมีชื่อเสียงในการทำพิธีขับไล่วิญญาณร้าย โดยไม่ได้นัดหมายกับเจ้าอาวาสไว้ล่วงหน้า

 และทันทีที่นำหญิงทั้งสองไปถึงวัด ท่ามกลางกระแสข่าวที่แพร่สะพัดออกไป ทั้งสองหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างแตกตื่นหลั่งไหลไปที่วัดกว่า 300 คน และพระครูประสุตธรรมสุนทร เจ้าอาวาส และ พระลูกวัดรวมถึง จ้ำ ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวอีสานได้ประกอบพิธีจับผีปอบด้วยการขึงด้ายสายสิญจน์ ไปทั่วบริเวณวัดโดยเฉพาะที่โบสถ์จะเป็นแท่นพิธี มีการนำตัวหญิงทั้งสองคนพรมน้ำมนต์ขณะที่ผู้ที่มีอาการที่ชาวบ้านเชื่อว่าถูกปอบเข้าก็ตะโกนเพ้อเจ้อไปต่างๆนานา

 บรรยากาศในพิธียิ่งทำให้คนแตกตื่นมากขึ้น เมื่อ จ้ำ ได้เข้าทรงโดยระบุว่า มีวิญญาณร้ายนับร้อยดวงของผีปอบ กำลังจ้องที่จะทำร้ายคนในหมู่บ้าน จึงทำให้ชาวบ้านที่มาร่วมพิธีหวาดกลัวบ้างก็พากันล้อมวงในด้ายสายสิญจน์ และโทรศัพท์เรียกญาติพี่น้องที่ยังไม่มาเข้าพิธีให้รีบมาที่วัดโดยด่วน ซึ่งเมื่อชาวบ้านรวมตัวในวงด้ายสายสินจน์กว่า 300 คน ต่างพากันตะโกนขับไล่ผีปอบ ขณะที่พระและ จ้ำ ก็ได้พรมน้ำมนต์ พร้อมกับสวดเรียกวิญญาณผีร้ายไปลงกระบอกไม้ไผ่ทีละตัว ๆ ตลอดทั้งคืนนับได้ถึง 100 ตัว ใน100 กระบอก ขณะที่การสวดขับไล่วิญญาณร้ายผ่านไป พบว่า ทั้งนางแดง และนางกาญจนาก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

 นายจิระพงษ์ ภูช่างทอง อายุ 53 ปี ญาติของนางแดง ผู้ที่เข้าใจว่าถูกผีปอบเข้า กล่าวว่าเมื่อช่วงหัวค่ำหลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้วนางแดง สมวัย อยู่ดีๆกลับมีอาการเหม่อลอยพูดเป็นภาษาไม่เหมือนภาษาคนและฟังไม่รู้เรื่อง ญาติพยายามถามเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ แถมยังทำท่าทางแปลก เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ ซึ่งเป็นอาการที่ชาวบ้านเชื่อว่าถูกผีปอบเข้าสิงญาติจึงปรึกษากันและนำตัวไปให้พระทำพิธีไล่ผีปอบทั้งนี้ ที่ผ่านมาทราบว่านางแดงไม่เคยไปลบหลู่หรือล่วงเกินสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด คาดว่าผีที่เข้าสิงน่าจะเป็นผีปอบที่ถูกขับไล่มาจากหมู่บ้านอื่นและเข้ามาสิงนางแดง

 พระครูประสุตธรรมสุนทร เจ้าอาวาสวัดดอนยานาง กล่าวว่า ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่มีผีปอบอาละวาด เนื่องจากจะอยู่ในช่วงฤดูปล่อยของหรือครอบครูส่วนผีปอบที่เกิดขึ้นนี้ เป็นกลุ่มของผีจากคนที่มีวิชาอาคม ชาวบ้านที่ออกหาของป่าในช่วงกลางคืนจึงควรระวัง สำหรับเครื่องสำหรับทำพิธีไล่ผีปอบนั้นจะต้องทำขัน 5 จัดเตรียมหญ้าแฝกและทำพิธีไล่โดยใช้คาถาที่ร่ำเรียนมาจากบรรพบุรุษ

  ซึ่งความเชื่อเรื่องบอปจากคำบอกเล่า คนอีสานเชื่อว่า "ผีปอบ" มีต้นกำเนิดมาจากผู้ที่มีวิชา ไสยศาสตร์ มนต์ดำจนแก่กล้า สามารถใช้อำนาจอันเข้ม ขลังจากเวทมนตร์คาถาไปกระทำร้ายหรือทำลาย ชีวิตผู้อื่นได้ เช่น ทำ เสน่ห์ยาแฝด ฝังรูปฝัง รอยเสกหนังควาย เสกตะปูเข้าท้อง หรือใช้มนตราบังคับวิญญาณ ภูตผีไปเข้าสิง วิชาไสยศาสตร์เหล่านี้มีข้อห้าม ข้อปฏิบัติกำกับอยู่ด้วย ผู้ที่มีวิชาอาคมทางไสยศาสตร์ซึ่งพระพุทธเจ้า ทรงระบุว่า เป็นเดียรฉานวิชา จะต้องระวังไม่ให้ละเมิด ข้อห้าม ข้อปฏิบัติโดยเด็ดขาด หากกระ ทำผิด

 ทั้งนี้ ข้อห้าม ซึ่งชาวอีสานเรียกว่า "คะลำ" ก็จะเกิดโทษหนักในข้อ "ผิดครู" วิญญาณบรมครู จะลงโทษ ให้กลายเป็น ปอบ หรืออีกประการหนึ่งของผู้ที่ กลายเป็นปอบก็คือ เล่น คาถาอาคม อย่างคลั่งไคล้ และใช้ความขลังแห่งวิชา มนต์ดำไปทำลาย ทำร้ายผู้อื่นอย่างไม่กลัว บาปกลัว กรรมกระทำชั่วเป็นอาจิณกรรม กระทั่งถูกอาถรรพณ์ของไสยเวทย์ย้อนกลับมาเข้าตัวเองกลาย เป็น ปอบไปในที่สุด