
นิด้าโพล เผย ประชาชนไม่เห็นด้วย"เปิดประเทศ" 120 วัน และไม่เชื่อว่าทำได้
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" ได้สำรวจความเห็นประชาชนเกี่ยวกับการ "เปิดประเทศ" ใน 120 วันของรัฐบาล และ การยอมรับความเสี่ยงจากการเปิดประเทศ
เมื่อวันที่ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง "เชื่อหรือไม่ นายกฯจะเปิดประเทศภายใน 120 วัน" โดยจากการสำรวจ เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนกับคำประกาศของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะต้องเปิดทั้งประเทศ ให้ได้ภายใน 120 วัน
พบว่า ร้อยละ 53.55 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ยังไม่สามารถควบคุมได้ ยังไม่ต้องการให้เสี่ยงรับต่างชาติเข้ามา และต้องการให้เปิดประเทศตอนที่ประชาชนฉีดวัคซีนแล้วเกือบทั้งประเทศก่อน
ร้อยละ 19.91 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ยังรุนแรงอยู่ ประชาชนบางส่วนยังไม่ได้รับวัคซีน และไม่เชื่อมั่นในมาตรการป้องกันของรัฐ
ร้อยละ 13.58 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะมีเงินหมุนเวียนเข้าประเทศ ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว
ร้อยละ 12.43 ระบุว่า เห็นด้วยมาก เพราะเป็นการกระตุ้นให้เศรษฐกิจดีขึ้น เป็นการช่วยเหลือ ฟื้นฟู การท่องเที่ยวในไทย ให้มีรายได้เหมือนเดิม แก้ปัญหาปากท้องของประชาชนในประเทศได้ และรัฐต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด
และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ส่วนความเชื่อของประชาชนต่อรัฐบาลว่า จะสามารถเปิดทั้งประเทศได้ภายใน 120 วัน ตามคำประกาศของนายกฯ
พบว่า ร้อยละ 42.94 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย
ร้อยละ 28.68 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ
ร้อยละ 20.22 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ
ร้อยละ 6.94 ระบุว่า เชื่อมาก
และร้อยละ 1.22 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อการยอมรับความเสี่ยงร่วมกันกับรัฐบาลจากการเปิดทั้งประเ ตามคำประกาศของนายกฯ แต่อาจต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่เพิ่มขึ้น
พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.56 ระบุว่า จะไม่ยอมรับความเสี่ยงใด ๆ และรัฐบาลต้องรับผิดชอบ
รองลงมา ร้อยละ 24.56 ระบุว่า จะยอมรับความเสี่ยง แต่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ
ร้อยละ 11.29 ระบุว่า จะไม่ยอมรับ ความเสี่ยงใด ๆ แต่ก็ไม่โทษรัฐบาล
ร้อยละ 9.00 ระบุว่า จะยอมรับความเสี่ยง และไม่โทษรัฐบาล
และร้อยละ 2.59 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ ไม่สนใจ
ท้ายที่สุดเมื่อถามประชาชนถึงการให้ความสำคัญระหว่างความอยู่รอดทางเศรษฐกิจกับความปลอดภัยของสุขภาพ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 69.19 ระบุว่า เลือกความปลอดภัยของสุขภาพ แม้ว่าจะต้องอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก เพราะ ถ้าประชาชนสุขภาพแข็งแรงดี ทำให้ไม่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ขึ้น จะได้กลับมาในการดำรงชีวิต ประกอบอาชีพได้ และมีแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ดีขึ้นตามมา
รองลงมา ร้อยละ 18.99 ระบุว่า เลือกความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะต้องเสี่ยงกับความปลอดภัยของสุขภาพ เพราะ เศรษฐกิจแย่ ส่งผลกระทบในหลาย ๆ ด้าน ต้องการประกอบอาชีพเหมือนเดิม และประชาชนส่วนใหญ่มีการดูแลและรับผิดชอบตัวเองได้
และร้อยละ 11.82 ระบุว่า อะไรก็ได้แล้วแต่รัฐบาลจะเห็นสมควร เพราะ ทั้ง 2 สิ่งมีความสำคัญเท่ากัน ต้องทำควบคู่กันไป



