ข่าว

ส.ส.เพื่อไทยโต้"มาร์ค"หา"แม้ว"เป็นภัยชาติ

ส.ส.เพื่อไทยโต้"มาร์ค"หา"แม้ว"เป็นภัยชาติ

04 ก.พ. 2553

สภาป่วน องครักษ์พิทักษ์ “แม้ว” ออกโรงโต้ หลัง “อภิสิทธิ์”จวกเป็นภัยต่อความมั่นคง

(4ก.พ.) เมื่อเวลา 12.00 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ถามนายกรัฐมนตรีว่า ไม่มีนายกฯคนไหนกล้าให้ผู้ต้องหาไปเจอที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทั้งที่ตำรวจอยู่กันเต็ม แบบนี้ 2 มาตรฐานแบบอุกฤตหรือเรียกว่าดับเบิลสแตนดาร์ด อยากถามว่านิติธรรมคืออะไร อย่างเรื่องการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงระหว่างเสื้อเหลืองและเสื้อแดง แล้วทำไมเสื้อเหลืองชุมนุมยึดสนามบิน ผิดกฎหมายสากลทำได้ เสื้อแดงบุกรุกโรงแรมรอยัลคลิฟบีฟ พัทยา ยอมความไม่ได้ รัฐบาลจะเอาเป็นเอาตาย นายกฯมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไป เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยราชการทุกแห่ง ที่นายกฯบอกว่าใครมีหลักฐานการซื้อตำแหน่ง ตนเคยเป็นตำรวจกองปรามใครๆก็ฝาก แต่มันไม่รุนแรงเท่ารุ่นท่าน 40 % มีพันธมิตรขอด้วย ตนเห็นเป็นเรื่องไม่ใหญ่โต

 นอกจากนี้ตนยังมีข้อมูลว่าคนในรัฐบาลโทรไปที่ภาค 8 ขอเรื่องแต่งตั้งตำรวจ เป็นคนใกล้ตัวท่าน มีนามบัตรเอาไปฝาก ตนจะพูดเรื่องนี้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วกล้าไหม เอาไปสาบานที่วัดพระแก้วว่าไม่มี จึงถามว่ากรณีความยุติธรรมขั้นอุกฤต สองมาตรฐานการดำเนินคดีกลุ่มแกนนำพันธมิตรฯที่ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ยึดภูเก็ต หาดใหญ่ ดอนเมือง ช่อง 11 ทำเนียบ ฯและนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศเป็นหนึ่งในก่อการร้ายสากล ตนขอทราบว่าคดีนี้ไปถึงไหนมันติดขัดอย่างไร ทำไมถึงติดขัดแล้วจะสรุปไหม

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กล่าวว่า มาพูดเรื่องการใช้สองมาตรฐาน โดยเฉพาะตนทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งระยะหลังใช้ดับเบิลสแตนดาร์ด เพราะในหลวงได้รับสั่งในเรื่องนี้และทุกฝ่ายควรน้อมรับใส่เกล้าและช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดขึ้น ที่พูดว่าการใช้กฎหมายความมั่นคงเป็นสองมาตรฐานนั้นขอเรียนว่าไม่จริงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงมีหลายครั้งและเมื่อใดไม่ได้รับรายงานข่าวไม่มีความรุนแรง ก็ไม่เคยประกาศใช้ ส่วนเรื่องการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ การซื้อขายเราต้องช่วยกันต่อต้าน ตอนนี้มีข้อมูลส่งมาและมีน้ำหนักเพียงพอ และเตรียมจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งได้มีทาบทาม พล.ต.ต.วศิษฐ เดชกุญชร มาเป็นประธานในการตรวจสอบ ส่วนคดีกลุ่มพันธมิตร ตนสนใจแต่ไม่แทรกแซงเพราะตนได้ให้นโยบายดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ล่าสุดรายงานว่าในส่วนคดีเดิมที่มีการดำเนินการกันมาคาดว่าจะเสร็จภายในเดือนนี้ และมีการร้องทุกข์เรื่องเอเอสทีวีอีกเรื่องหนึ่งในการใช้สัญญาณวิทยุ ก็เลยจะมีการรวมเป็นคดีเดียวกัน

 ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ที่ดินตามเขาต่างๆนายกฯเร่งรัดอะไรบ้าง อย่ามาบอกว่าสั่ง ถ้าเสื้อแดงไม่อาละวาด นายกฯก็ยังไม่ทำอะไร เพราะรัฐบาลสองมาตรฐานทำให้ กกต.เลียนแบบไม่กล้ายุบพรรคประชาธิปัตย์ ล่าสุดมีการย้ายพ.ต.อ. สุชาติ วงศ์อนันตชัย รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงไอซีทีที่ย้ายก็ไม่ธรรมดา มันมีเหตุ แบบนี้มาเจอกันในอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงถามว่านับแต่นายกฯมาบริหาราชการบ้านเมือง แล้วไปออกหนังสือไล่ล่าบุคคลคนเดียวถึงกับทำหนังสือแบบนี้ถือเป็นความโง่ แล้วหนังสือก็มาตกที่ฝ่ายค้าน ซึ่งหนังสือระบุให้ ขจัด พ.ต.ท.ทักษิณ อยากถามว่านายกฯว่า นอกจากติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณแล้วได้ดำเนินการลักษณะเช่นนี้กับคนอื่นหรือไม่ แล้วการติดตามผู้ร้ายข้ามแดนเป็นหน้าที่ใคร

 นายกฯ กล่าวว่า ทุกคดีที่สังคมสนใจและนำไปสู่ความขัดแย้ง ก็เร่งรัดทุกคดี ประเด็นเรื่องการยึดช่อง 11 ก็ดำเนินการไปถึงขั้นส่งฟ้องศาลไปแล้ว ส่วนกรณีที่ทำหนังสือติดตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ไปที่ประเทศต่างๆเป็นการขอความร่วมมือเพราะพ.ต.ท.ทักษิณเคลื่อนไหวมีการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงในประเทศ จึงได้ส่งหนังสือไปยังประเทศต่างๆเพื่อให้ติดตามและได้รับความร่วมมืออย่างดี ส่วนประเทศที่เรามีสนธิสัญญาได้รับความร่วมมือดียกเว้นประเทศกัมพูชา จึงทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เดินทางไปไหนนอกจากประเทศกัมพูชา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงนายกฯทันทีว่าไปกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณว่าเคลื่อนไหวกระทบต่อความมั่นคงประเทศ จึงขอให้ถอนคำพูด นายกฯกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมือเดือนเม.ย. ที่พ.ต.ท.ทักษิณพูดผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ว่าให้ทำปฏิวัติประชาชน ถือว่ากระทบกระเทือนต่อความมั่นคง

 นายสุนัย กล่าวตอบโต้อีกว่า พูดแบบนี้ตนถึงได้บอกว่านายกฯตลบตะแลง เพราะว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้พูดผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่นายกฯกล่าวตอบโต้ว่าถ้าตนพูดไม่ได้ท่านก็ต้องถอนเหมือนกัน เพราะท่านกล่าวหานายกษิตว่าเป็นผู้การการ้ายสากลทั้งที่ศาลยังไม่ได้ตัดสินเช่นกัน แบบนี้ท่านก็ต้องไม่พูด ไม่เช่นนั้นท่านก็สองมาตรฐาน

 ทำให้นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ในฐานะประธานในที่ประชุม กล่าวว่า หากมีการกล่าวหาในสภาฯ ผู้พูดต้องรับผิดชอบต่อคำพูด และผู้เสียหายสามารถดำเนินการฟ้องร้องได้ ดังนั้นนายกฯพูดอะไรเสียหายให้ผู้เสียหายฟ้องได้ จึงขอให้ยุติเรื่องนี้

 จากนั้นร.ต.อ.เฉลิม ถามต่อว่า หนังสือที่ออกมาให้ดำเนินการไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเห็นว่ากระทบต่อภัยความมั่นคงของประเทศถือเป็นเรื่องน่าอาย

 นายกฯกล่าวว่า ตนตอบเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วว่า เป็นเพียงการวิเคราะห์การเคลื่อนไหว ของพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อขจัดการเคลื่อนไหวและป้องกันสิ่งที่จะกระทบต่อความมั่นคง

 ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ยิ่งใกล้ช่วงเวลาตัดสินคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยิ่งได้รับทราบการละเมิดและข้อกล่าวหาต่างๆมากขึ้น ดังนั้นตั้งแต่สัปดาห์หน้าจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์รัฐบาลจะใช้ช่องทางของสื่อสารมวลชนในการชี้แจงข้อเท็จจริงทุกอย่าง ให้ประชาชนได้เข้าใจว่าไม่มีพฤติกรรมสองมาตรฐานแน่นอนและตนไม่ได้รับใช้นายคนใดคนหนึ่ง