ข่าว

“อภิวันท์”ยันเป็นกลางสุดไม่ได้แกล้งทำสภาล่ม

“อภิวันท์”ยันเป็นกลางสุดไม่ได้แกล้งทำสภาล่ม

04 ก.พ. 2553

“อภิวันท์” ยัน ทำหน้าที่เป็นกลางที่สุด อ้างไม่ได้แกล้งทำประชุมสภาฯล่ม” หรือ“ดิสเครดิต รบ.” โบ้ยเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล มากกว่า “ฝ่ายค้าน” ชี้ หาก รัฐบาล ได้ประโยชน์ก็ชมว่า “รองประธานฯ” เป็นกลาง อ้าง ตอนทำหน้าที่ ได้ถอดใจว่าไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง

(4ก.พ.) พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง กล่าวกรณีมีการมองว่า พ.อ.อภิวันท์ ทำให้องค์ประชุมสภาล่มว่า ไม่ทราบแต่การทำหน้าที่ประธานของตนนั้น ได้มองดูว่าองค์ประชุมไม่ครบ ก็ทำหน้าที่เลื่อนการพิจารณา เมื่อวานนี้ (4ก.พ.) ใช้เวลาในการลงมติ 5 นาที ซึ่งคนที่รับฟังการอภิปรายก็จะเห็นว่าตนพยายามไกล่เกลี่ย ระหว่างส.ส.ที่ให้ข้อเสนอแนะต่อกรรมาธิการและกรรมา ธิการให้เห็นพ้องต้องกัน เพื่อไม่ต้องลงมติ ตนพูดถึง 3 ครั้ง เพราะเรื่องนี้หากเห็นพ้องกันไม่ต้องลงมติ แต่เมื่อ ส.ส.ไม่ยอมจึงต้องลงมติ

 รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง   กล่าวว่า   เหตุการณ์ประชุมสภาล่มเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น ตนได้เรียกให้สมาชิกมาลงมตินานกว่า  5 นาที และตนก็ได้พยายามไกล่เกลี่ยระหว่างส.ส.และกรรมาธิการให้เห็นพ้องต้องการเพื่อไม่ลงมติ ซึ่งตนพูดถึง 3 ครั้ง และตนก็ทำอย่างตรงไปตรงมาเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากคนที่อยู่ในห้องประชุมตลอดจะเห็นว่าการประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย   และสมาชิกหลายคนของฝ่ายรัฐบาลก็ได้มีการเสนอความเห็นในสิ่งที่ดี  

 พ.อ.อภิวันท์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าตนไม่ยอมให้กดคะแนนใหม่นั้น ตนยืนยันว่ากดเรียกให้มาลงมติถึง 2 ครั้ง และยังมีส.ส.ได้ทักท้วงให้มีการล้างคะแนน   แล้วให้นับองค์ประชุมใหม่ ซึ่งตนไม่ได้สั่งการเอง แต่มีผู้เสนอให้ตนล้างการแสดงตน จนเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณว่ามีการล้างคะแนนเรียบร้อยแล้ว ตนจึงได้เรียกให้กดแสดงตนใหม่ ซึ่งขณะนั้นมี ส.ส.ลุกขึ้นยืนเสนอให้กดเรียกอีกครั้ง   เพราะมี ส.ส.บางคนประชุมกรรมาธิการอยู่   ตนก็กดเรียกใหม่ซึ่งข้อเท็จจริงก็เป็นอย่างนี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ส.ประชาธิปัตย์มองว่า พอ.อภิวันท์ กำลังเล่นเกมการเมือง   รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง กล่าวว่า ไม่มีหรอกคนอย่าง พ.อ.อภิวันท์ ไม่ทำอย่างนั้น ตนยืนยันว่าเป็นธรรม เป็นกลาง บางครั้งท่านอาจคิดว่าทำให้พรรคท่านเสียชื่อเสียง ตนขอเรียนว่า การที่องค์ประชุมสภาไม่ครบ ไม่ใช่ว่า ส.ส.ไม่ปฏิบัติหน้าที่ หรือบางคนไม่เห็นด้วย ประเด็นสำคัญเขาก็ไม่แสดงตน ก็เป็นสิทธิที่จะแสดงความเห็นตามระบอบประชาธิปไตย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่มีการเรียกร้องอยากให้ออกจากตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง   พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ต้องพิจารณาว่าตนทำหน้าที่อย่างเป็นธรรมหรือไม่ แต่ยืนยันว่าเป็นธรรมที่สุด ไปเปิดเทปที่บันทึกการประชุมดูได้ ถ้าใครที่นั่งดูการประชุมจะเห็นว่าตนพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้มีการลงมติ   และก่อนจะลงมติตนได้เรียก ส.ส.เข้ามาในห้องประชุมจนเต็มหมดแล้ว ส.ส.ประชาธิปัตย์บางคน ยังลุกขึ้นบอกว่าอยากจะขอให้คณะกรรมาธิการเปลี่ยนใจ และฟังเสียงของ ส.ส. ตนยังหันไปถามกรรมาธิการว่า เห็นด้วยกับ ส.ส.หรือไม่ ซึ่งประธานกรรมาธิการยังยืนยันว่าไม่เปลี่ยนใจ ก็จำเป็นต้องลงมติ

 “ข้อบังคับการประชุมสภามีขั้นตอนของมันอยู่ ท่านใดมาเป็นประธานก็ต้องทำอย่างนี้ ในเมื่อองค์ประชุมออกมาว่า 232 เสียง ประธานจะต้องขานองค์ประชุม เมื่อองค์ประชุมไม่ครบก็ต้องเลื่อนประชุมออกไป ถ้าประธานไม่ขานก็ ผิดข้อบังคับ ที่ผมตัดสินใจสั่งปิดการประชุมเนื่องจากเห็นว่าขณะนั้นใกล้เวลา 17.00 น.แล้ว และองค์ประชุมไม่ครบ จึงจำเป็นต้องสั่งปิดการประชุม ก็ทำตามขั้นตอน ผมคิดว่า ส.ส.แต่ละท่านเข้าใจผิดและกำลังอยู่ในอารมณ์ที่ไม่สบายใจ แต่ตนยินดีรับฟังทุกเรื่องอยู่แล้ว แต่ผมก็มีสิทธิ์ในการชี้แจง   ผมเองไม่มีปัญหากับใครทั้งสิ้น ท่านกล่าวหาผมก็รับฟังและปฏิบัติตัวให้ดีที่สุด สื่อมวลชนเป็นพยานได้ว่าในขณะที่ผมทำหน้าที่นั้น   ผมถอดใจว่าผมไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ก็เป็นกลางที่สุด แต่บางครั้งพอรัฐบาลได้ประโยชน์ก็ชมว่ารองประธานฯเป็นกลาง แต่พอบางครั้งเสียประโยชน์ก็ต้องอดทนหนักแน่น   การทำงานในสถาเรื่ององค์ประชุมเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย แต่ฝ่ายรัฐบาลก็จะมากกว่าฝ่ายค้านและรวมถึงคนที่ทำหน้าที่ประธานฯในขณะนั้น ไม่มีประธานท่านใดอยากให้องค์ประชุมไม่ครบในขณะที่ตัวเองทำหน้าที่ ผมอยากขอร้องให้ ส.ส.ทุกคนอดทนและหนักแน่นกว่านี้ ยืนยันว่าผมทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม ไม่มีเจตนาทำให้องค์ประชุมไม่ครบ” พอ.อภิวันท์ กล่าว

 รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง   กล่าวว่า หลังจากที่ตนลงจากบัลลังก์ก็พบกับประธานวิปรัฐบาล ตนยังบอกว่าผมคาดไม่ถึงว่าองค์ประชุมไม่ครบ เพราะมองด้วยสายตานั้นครบ ก็ยังบอกว่าอาจจะมีบางท่านหรือเปล่า ที่แสดงเจตนาว่าไม่เห็นด้วย เพราะเรื่องนี้เป็นข้อบังคับเรื่องการประมวลจริยธรรม ในการประชุมสภา ไม่ใช่ข้อกฎหมาย  

 ส่วนการปรับเปลี่ยนเวลาประชุมนั้น รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง   กล่าวว่า อาจเป็นเพราะความไม่เคยชิน และสมาชิกบางคนก็ติดประชุมกมธ.อยู่ ดังนั้นก็คงต้องปรับตัวกันไป แต่ถ้ายังประชุมกมธ.ในวันประชุมสภาอยู่ด้วยก็อาจจะเกิดปัญหาอย่างนี้บ่อยครั้ง ดังนั้นต้องแก้โดยประชุม กมธ.ในวันอื่นแทน