ข่าว

‘ศึกขาใหญ่’ ในเพื่อไทย

‘ศึกขาใหญ่’ ในเพื่อไทย

04 ก.พ. 2553

อ่า! ขณะที่บ้านนี้เมืองนี้มีแต่ข่าวเรื่องพฤติกรรมอัปมงคลของคนในวงการเมือง กลุ่มกดดัน พวกสู้แล้วรวย เรื่องตุๆ จากการปาอึใส่บ้านนายกฯ การเดินสายป่วนเมืองโดยมวลชนเสื้อแดง และ “สิงห์เหลิม” ระเบิดอารมณ์ใส่เจ้าแม่ กทม.

 เป็นการระบายความแค้นฝังลึกในหัวอกของพ่อลูก 3 ฉายา “เจ้าพ่อฝั่งธนฯ” คนรองรับอารมณ์คือกลุ่ม “เด็ก” เจ๊หน่อย ทหารอากาศนอกราชการ

 "ผมยอมมานาน เพราะเกรงใจท่านทักษิณและคุณหญิงอ้อ เกรงใจพรรค แต่พอยอมมากเข้าก็จะกลายเป็นว่าถูกกำไต๋ไว้ ผมเลยต้องพูดว่าวันนี้จะมาทะเลาะกันเองไปทำไม สู้กับประชาธิปัตย์มันง่ายนักหรือ สุดารัตน์เคยอภิปรายอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้างในชีวิตการเมือง”

 เท่านั้นยังไม่พอ “สิงห์เหลิม” ยังเปรียบเทียบกลุ่มเจ๊ให้เห็นภาพชัดๆ “พวกนี้มันเป็นแมว ท่านทักษิณเลี้ยงดีหน่อยลายเลยใหญ่แล้วคิดว่าตัวเองเป็นเสือ ลูกผม 3 คนก็เรียนจบปริญญาโทเท่าสุดารัตน์"

 คำพูดแสบเข้าไปถึงกึ๋นจริงๆ เท่ากับว่าตัวเองเป็น “สิงห์” จริง หลังจากเคยนั่งเก้าอี้มหาดไทย สร้างความอิจฉาตาร้อนให้ขาใหญ่คนอื่นๆ ในพรรคเพื่อคนหนีคุก โดยเฉพาะคนระดับ “มือปืนเรียกท่าน” ใน จ.นครปฐม

 สกัดความเป็นดาวรุ่งของพ่อยังพอทน แต่ปิดทางลูก 3 คนไม่ให้ลงสมัคร ส.ส.กทม.นั้น ยอมไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้นต้องขอทวงแค้นล้างบัญชีกันบ้าง

 “สิงห์เหลิม” ปรอทแตก ลากไส้เน่าพวกเดียวกันเอง ทำเอาพรรคเพื่อคนหนีคุก ถูกมองว่าเป็นสังคมอิจฉาตาร้อน แอบเตะตัดขา แทงข้างหลัง เช่นกัน

 โดนลูกหนักๆ จากเจ้าพ่อฝั่งธนฯ นางเสือร้าย เจ้าแม่ กทม.ย่อมต้องเหน็บคืนแบบเรียบๆ น่าจะลามไปถึงพฤติกรรมจากพ่อถึงลูก ซึ่งสร้างความฉาวมีเรื่องขึ้นโรงพักบ่อยครั้ง ทำนองรักลูกไม่ถูกทาง ต้องมีปัญหากับกฎหมาย

 แน่นอน! เรียนกฎหมายจนถึงขั้นดอกเตอร์ทั้งที ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์! เมื่อเล่นกันหนัก แบบแค้นฝังหุ่น จะมองหน้ากันอย่างไร และนายใหญ่คงต้องหาทางประสานรอยร้าว เพื่อเตรียมทำศึกใหญ่ล้มรัฐบาลมาร์คให้ได้

 เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงเร่งมือหนักในยุทธการดาวกระจายป่วนเมือง พรรคเพื่อคนหนีคุกย่อมต้องหาทางสมานฉันท์ชั่วคราว เพราะ “สิงห์เหลิม” บอกว่าอนาคตตัวเองต้องเป็นใหญ่แน่ แต่จะใหญ่กว่าใครนั้น ต้องรอดู

 ระยะหลัง ความมีสง่าราศี ราคาของ “สิงห์เหลิม” เริ่มถดถอย หลังจากไปรับใช้คนหนีคุกและมีคู่แข่งแย่งความดีความชอบจากแกนนำเสื้อแดงและทหารนอกราชการรับงานขายชาติแก้จน ผลงานในสภาไม่เข้าตาแฟนๆ

 การหักดิบลาออกจากพรรคทุกตำแหน่ง แล้วให้ถูกเลือกกลับมาเป็นประธาน ส.ส. เป็นหัวหอกในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เท่ากับบีบให้พวกเดียวกันจำใจต้องเลือก เพราะจะหาใครดุเด็ดเผ็ดมันเท่า “สิงห์เหลิม” นั้นยากเกิน

 แต่ต้องสำนึกไว้ว่า ถ้าพลาดล้มเมื่อไหร่ มีแต่คนจะเหยียบซ้ำนิ! อิอิอิ!!!