
เงินเฟ้อไม่กดดันคาดดบ.ขึ้นปลายปีครม.ถกจัดสรรงบปี54-เน้นใช้เงินลงทุนให้คุ้มค่า
ครม.เศรษฐกิจหารือจัดสรรงบประมาณปี 54 ยึดยุทธศาสตร์เป็นตัวตั้ง เน้นใช้เม็ดเงินลงทุนให้คุ้มค่า "กรณ์" มองยังไม่ถึงเวลาปรับขึ้นดอกเบี้ย เชื่อเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในกรอบ ชี้เศรษฐกิจดีคงปรับขึ้นปลายปี ธปท.เห็นพ้องเงินเฟ้อยังไม่กดดัน
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (รสก.) หรือครม.เศรษฐกิจ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 โดยตกลงในหลักการการจัดสรรงบว่า จะยึดยุทธศาสตร์เป็นตัวตั้ง เพื่อให้การใช้เม็ดเงินลงทุนมีความคุ้มค่าและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การลงทุนของประเทศ ซึ่งที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปรับปรุงเรื่องนี้ให้มีความชัดเจนต่อไป
ทั้งนี้ จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น คาดว่าการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลจะมากขึ้นด้วย ทำให้ความจำเป็นของรัฐบาลในการใช้เงินกู้ จาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ และ พ.ร.บ.กู้เงินฯ มีน้อยลง ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ลังเลที่จะนำเงินกู้ยืมดังกล่าวมาใช้แทนเงินนอกงบประมาณ โดยรัฐบาลจะประเมินว่าโครงการในส่วนไทยเข้มแข็งฯ จะสามารถบรรจุในงบปกติในส่วนใดได้บ้าง
นายกรณ์กล่าวว่า ครม.เศรษฐกิจยังประเมินถึงสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไปด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีประเด็นหรือความจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินอย่างเร่งด่วน แม้อัตราเงินเฟ้อจะปรับสูงขึ้น แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ยังมั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในกรอบ 0.5-3.0% แต่หากแนวโน้มเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นตามที่รัฐบาลคาดหวังไว้ อัตราดอกเบี้ยจะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายปี แต่ก็เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น พร้อมกันนี้ ครม.เศรษฐกิจ เห็นว่าจะต้องมีการจับตาดูนโยบายทางการเงินของประเทศอื่นๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสหรัฐ
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ธปท.ได้รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น หรือกลุ่มประเทศจี 3 โดยเฉพาะสหรัฐที่สถานการณ์เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น ส่วนเศรษฐกิจไทยปี 2553 ธปท.ประมาณการว่าจะเติบโต 3.3-5.3% ซึ่งเป็นอัตราที่กว้าง เพราะยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจภายนอกคือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องและยั่งยืนหรือไม่ รวมทั้งปัจจัยในประเทศที่มีปัญหาการเมือง และปัญหาการลงทุนในมาบตาพุด
ด้านนางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการ ด้านการบริหาร ธปท. ในฐานะคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ประกาศออกมานั้น ถือว่าต่ำกว่าที่ กนง.คาดการณ์ไว้ โดยตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานนี้ กนง.ใช้ประกอบการพิจารณาการปรับขึ้นลงของอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเป็นตัวสะท้อนพื้นฐานความต้องการของสินค้าจริง ไม่ใช่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ที่มีความผันผวน ซึ่ง ธปท. ยังไม่เห็นแรงกดดันของเงินเฟ้อที่มาจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น



